Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 12  Next
Author Message
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 27 Aug 2008, 19:33 
User avatar
Joined: 10 Jul 2008, 18:29
Posts: 103
ปาดดดดดดดด
ทำไมมันโฉดเยี่ยงนี้
อ่านแล้วเครียดค่า
แล้วจะมีโอกาสที่ท่านฮิ กับท่านมุจะกด ยามะไหมอ่า
คิดไม่ออกง่า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 27 Aug 2008, 20:59 
User avatar
Joined: 13 Jul 2008, 16:44
Posts: 409
Location: ศูนย์เพาะสาหร่ายพันธุ์ Y
=[]=!!! เลวได้อีก.....เลวกันเข้าไป.....

ไม่รู้สิ แต่แอบชอบเรียวเฮในเรื่องนี้จัง....ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ยิ่งอ่านยิ่งเครียด แต่ก็สนุก....ชอบมากมาย >___<

แล้วจะรอดูชะตากรรมต่อไป ว่าจะเป็นยังไง......

_________________
ตำแหน่ง หน.เบ๊แห่งชมรมเพาะสาหร่าย...
Image
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 28 Aug 2008, 23:18 
User avatar
Joined: 06 Jul 2008, 22:38
Posts: 166
รู้สึกเหมือนกับสายฝนที่ตกในเรื่องนี้มันไม่ใช่สายฝนที่จะชำระล้างให้พิสุทธิ์

แต่เป็นสายฝนสกปรก ตัวแทนของนำตาของยามะโมโตะ

นำตาของนักฆ่าที่ไม่อาจหลั่งไดในชีวิตจริง

ใจจริงอยากเชียร์คู่นี้นะคะ แต่มีลางสังหรณ์ว่าเรื่องมันต้องมีอะไรดาร์กๆเกิดขึ้นกับชีวิตของยามะอีกแน่ๆ

เลยไม่กล้าคาดหวังยังไงพิกลY Y ไม่ไหวแล้วติดเรื่องนี้อย่างรุนแรง อยากอ่านคู่ลุงๆบ้างจัง

^ 3 ^รักคนแต่งนะคะ อรั๊ง(อะไรของหล่อน?)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 28 Aug 2008, 23:55 
User avatar
Joined: 24 Sep 2007, 07:34
Posts: 2154
Location: ทุกแห่งหนในความฝันนี้
ท่านพี่มาอัพแล้วววววววว ((เอคโค่ววววว))

ฝีมือเทพมากเลยค่า คิวะตาลุกวาวอยู่หน้าคอมเนี่ย

กรี้ดดดดดดด แบบว่ามืดได้ใจมากมาย จะให้ดี

ชอบนะคะยามะเคะ แบบว่าใช่เลยแกต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ อรั้งงงง

เข้ามาช้าไปเปล่าตรู แต่หนูก็อ่านสะใจ

อร้างงงง อยากอ่านต่อท่านพี่มาต่อไวๆนะค่า

_________________
ImageImageImageImageImage


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 29 Aug 2008, 12:08 
User avatar
Joined: 04 Oct 2007, 18:55
Posts: 269
Location: กล่องเก็บไดนาไมต์ของโกคุ~
โอ้ววว กรี๊สสสสสสสสส

รักเมะเลวๆค่ะ>w<~

นับวันยิ่งหลงยามะเคะ/ทรุด

_________________
Image

สายลมเป็นอิสระและไม่ยึดติดกับสิ่งใด...

.......ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว....เมฆาจะสามารถเหนี่ยวรั้งสายลมไว้ได้หรือ...


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (3380?? NC-17 ) 27/08
PostPosted: 29 Aug 2008, 19:04 
User avatar
Joined: 01 Mar 2008, 18:22
Posts: 354
Location: ในร้านขายซูชิของยามะ
อ่า โอวว กรีี้ดดดดดดดด อ่านกี่ตอนๆก็ชอบบบบ

ฟิคนี้คนเลวๆเพียบเลย หวังว่าหนูทูน่าคนดีที่หนึ่งคงไม่ได้ดาร์กได้ด้วยหรอกนะ? (แต่คงจะคาดหวังมากไม่ได้ แม้แต่โน่ก็ดาร์กไปแล้วนี่นา..)

ยามะตอนนี้นายน่าสงสารนะ คุณพี่ดาร์กซะงั้น ...3380คู่นี้มันก็ไม่เลวนะ....

ยิ่งอ่านยิ่งชอบยามะเคะ >w< หลงจนจะโงหัวไม่ขึ้นแล้ว~~

รักคนแต่งนะค่า แต่งออกมาได้ภาษาสวยมากมาย ชอบค่ะ

_________________
Image

http://daoharry.exteen.com
**โหมดรัก10051 โงหัวไม่ขึ้น**


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (Yamamoto clan ) 27/08
PostPosted: 31 Aug 2008, 20:48 
User avatar
Joined: 12 Jan 2008, 13:34
Posts: 889
Location: มุมหนึ่งในห้องน้ำของแซนซัส
เชียร์ 33 เป็นพระเอก >[]<

เรียวเฮนี่แหละคือคนที่เหมาะที่สุดแล้ว!!!!!!!!! คนอื่นโรคจิตเกินทั้งน้านนนนนน มันต้อง 33 เลยค่า เรียวเฮเท่โคตร

กดอย่างมีสาระ กดอย่างมีเหตุผล แบบนี้ยกยามะให้เลย ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก

_________________
[align=center]

"นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย"

Image
>>Happy Famiglia<<
[/align]

เปิดบล็อค http://mukkuk.exteen.com/


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: ( DARK AU FIC ) Erotic Dream 5 (Yamamoto clan ) 27/08
PostPosted: 02 Sep 2008, 00:40 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Part 6 Last Love


โลกของฉันเป็นสีดำ เกิดมาในเงามืด ดำรงอยู่ใต้แสงจันทร์ อาบชุ่มด้วยคาวเลือด ทั้งที่เคยคิดว่าโลกเช่นนั้นก็อาศัยอยู่ได้ ชาชินกับมันได้ แต่แล้ว....ฉันก็พบกับโลกใหม่ โลกที่มีสีสัน โลกที่สวยงาม โลกที่มีคนที่รักฉัน โลกที่มีคนที่ฉันรัก โลกที่มีเพื่อนสนิทข้างเคียง โลกที่มีคนที่ฉันหวังปกปักษ์

ฉันรัก

โลกใบนั้น



แสงจันทร์สาดแสงลงมากระทบพื้น พื้นกระเบื้องในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ย้อมไปด้วยสีแดงฉานของหยาดเลือด เด็กหนุ่มในชุดฮาคามะสีดำสนิทกำลังใช้ผ้าขาวเช็ดคมดาบที่แปดเปื้อนของตน ความเงียบที่ขับเสียงจิ้งหรีดให้ดังก้อง ขับความรู้สึกให้เหนื่อยล้า ในท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น กลับมีเพียงเสียงปรบมือของใครคนหนึ่งที่สะกิดใจให้ออกจากภวังค์

“ ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งก็งดงามจริงๆล่ะนะ นกนางแอ่นเหินของตระกูลซาวาดะน่ะ” ชามาลหัวเราะ งานวันนี้ของเขาจบลงแล้ว หลังจากเดือนนึงที่มายังญี่ปุ่น ภารกิจแรกคือการสังหารนักธุรกิจคนดังในกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น โดยมีนักดาบอันดับหนึ่งแห่งวองโกเล่เป็นผู้คุ้มกัน

“ ฉันก็บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่า ชิงูเระ โซเอนไม่ได้มีดีแค่นี้” ยามาโมโตะ สึโยชิ ปรายหางตาแล และทันใดนั้นก็ยกดาบขึ้นพาดลำคอของเด็กหนุ่มอีกคน ดวงตาสีดำไม่แสดงอารมณ์ใดนอกจากความเฉยเมย “ และฉันก็ไม่ใช่ของๆตระกูลซาวาดะด้วย” สิ่งที่ไม่ใช่ และไม่ปรารถนาให้ใช่ เพียงแค่คิด ก็หมองเศร้าจนสุดทานทน

“ งั้นเรอะ”เด็กหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์ยักไหล่ ใบหน้าคมเข้มแสยะยิ้มออกมาอย่างเล่นลิ้น ก่อนจะพูดต่อไป “ สนใจจะพิสูจน์อีกสักครั้งมั้ยล่ะ นายน่ะ..” คำพูดท้าทายที่ทำเอาผู้ฟังต้องเสใบหน้าหันไปทางอื่น รู้สึกอับอายขึ้นมาอย่างท่วมท้น

“ กลับบ้านไปกอดผู้หญิงของนายซะเถอะ เจ้าบ้าชามาล!” สึโยชิตะคอกใส่ก่อนจะกระชากดาบกลับมา

“ ใจร้ายจังน้า ” คำประท้วงบอกเล่า นึกขำขันในท่าที่ของอีกฝ่าย จริงอยู่ว่าได้แนบชิดปฏิพัทธ์กันไปแล้วคราหนึ่ง แต่ก็อย่างที่คิด นักดาบหนุ่มแห่งตระกูลยามาโมโตะไม่ใช่ของเล่นที่จะนึกเล่นอย่างทิ้งๆขว้างๆ เพราะหลังจากครั้งนั้น เขาก็ไม่เคยได้เข้าใกล้ล่วงเกินอีกเลยแม้เพียงครั้ง แม้แต่การจับมือ หรือสัมผัสร่างกาย ก็มีเหตุให้ต้องถูกขู่กรรโชกด้วยคมดาบอยู่ตลอด ครั้นจะใช้กำลังหักหาญนั่นก็ผิดวิสัยนักรักมืออาชีพเช่นเขาจนเกินไป เรื่องแบบนี้ มันควรจะเป็นความพอใจของคนทั้งสองฝ่ายเสียมากกว่า “ แต่ฉันก็ไม่คิดว่าเป็นเพราะนายรัก เจ้าหมอนั่นหรอกนะ” คำกระเซ้าที่ทำเอาสึโยชิหน้านิ่ว

“ ลูกชายคนโตของนายท่าน จะน่าเร้าใจปานนั้นเลยรึไง” เจตนาหยอกเล่นเพื่อดูปฏิกิริยา หากสืบสาวราวเรื่องไปให้ดี คนเพียงคนเดียวที่ใกล้ชิดกับเด็กหนุ่มนักดาบชาวญี่ปุ่นคนนี้ดีสุด จะมีใครอื่นอีกนอกจาก....ซาวาดะ อิเอมิทสึ บุตรชายคนโตของ ท่านวองโกเล่รุ่นที่เก้า ราชาผู้อยู่บนปิรามิดสูงสุดแห่งวงการมาเฟียโลก

“ ไม่ใช่ธุระของนาย เลิกทำพูดจาสองแง่สองง่ามแบบนั้นได้แล้ว ฉันขี้เกียจฟัง” สึโยชิสับทับอย่างฉุนเฉียว แต่ชามาล กลับส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มให้ตามประสา ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ข้อมือซ้ายของอีกฝ่าย ดึงรั้งร่างกายให้เข้ามาแนบชิดในวงแขน ช่างเป็นโอกาสงามที่หาได้ยากยิ่งที่จะขอพิศชมใบหน้าของนักฆ่าอันดับหนึ่งของตระกูลในยามที่แลดูเป็นปกติที่สุด ดวงตาที่เรียบนิ่งหยิ่งผยอง แต่ก็ดูอมทุกข์และใสสะอาดราวน้ำนิ่งในทะเลสาบ ร่างกายปราดเปรียวสมส่วน ทะมัดทะแมง แต่ก็เรียบลื่นน่ากอดรัด

“ ฉันพูดจริงจังต่างหาก ซาวาดะ อิเอมิทสึอาจเห็นนายเป็นข้าทาส แต่สำหรับฉัน....” ใบหน้าเลื่อนลงต่ำก่อนจะช้อนคางของเด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้ามขึ้นอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากแนบประชิดสัมผัสที่อ่อนโยนและบางเบาราวขนนก ไม่ใช่เพียงความใคร่ หากแต่เป็นความพึงใจและห่วงหา เพียงความรู้สึกที่ทำให้ใบหน้าของสึโยชิขึ้นสีชาดอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ นายคือคนรัก” คำพูดที่ทำไห้ผู้ฟังต้องเบิกตาโพลง ราวกับทุกสิ่งในโลกเงียบสงบ และมีเพียงพวกเขาที่ยืนอยู่ในโลกที่ปราศจากผู้คน คำพูดที่ออกจากปากคนที่เพิ่งพบกันเดือนเศษ ซ้ำยังเริ่มต้นด้วยความสกปรกมืดมัว แต่กลับมีวาจาน่าฟังที่แว่วหวานผ่านใบหูอย่างน่าตระหนกใจ แต่ว่า......

“ นายก็....อยากให้ฉันนอนด้วยเท่านั้นสินะ ”

“ เอ๋!”

“ เรื่องบัดซบที่คนแบบพวกนายอยากได้กันนักหนาไงล่ะ! ” สึโยชิแผดเสียงก่อนจะกระชากลำแขนคืนจากพันธนาการของอีกฝ่าย เกลียดชัง ขุ่นมัว เลวทรามและน่าอัปยศ.....




หากแต่ทันใดนั้นเองก่อนที่ทั้งคู่จะมีปากเสียงกันมากยิ่งไปกว่านั้น โสตประสาทพลันได้ยินเสียงแปลกประหลาด ที่ด้านหลัง อะไรสักอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้ ชามาลดึงร่างของสึโยชิถอยออกห่าง หากแต่เจ้าตัวกลับแข็งขืน เด็กหนุ่มกระชับดาบในมือมั่น ก่อนจะพุ่งตัวออกไป ชั่วขณะนั้น คมดาบสีเงินวาวปราดเข้าทะลวงฟันศัตรูที่มองไม่เห็น ถือคติว่าการเป็นฝ่ายที่จู่โจมออกไปก่อนย่อมจะได้เปรียบกว่าถึงก้าวหนึ่ง

“ อะ!” เด็กหนุ่มนักดาบชะงักค้าง คมดาบที่มาดหมายสังหารศัตรูที่ยังรอดชีวิตกลับพลันสร้างบาดแผลให้กับ.....สตรีคนหนึ่ง

“ ฆ ฆ่าฉันสิ” เสียงใสแหบพร่าเอื้อนเอ่ยก่อนจะฟุบร่างลงกับพื้นดิน โลหิตสีแดงสดไหลหลั่งจากบาดแผลที่ถูกฟันเข้าที่หัวไหล่บอบบาง เส้นผมยาวสีดำสนิท กิโมโนสีฟ้าหม่นที่ตัดกับแสงจันทร์ ร่างที่จมสีชาดแห่งความตาย ดึงดูดหัวใจของใครบางคน.....


ความประทับใจ

ที่มิรู้ลืม




ในยามราตรีที่ดวงจันทราเต็มดวงสุกปลั่ง ราวเทพยดาแห่งสงครามและคาวเลือดแห่งโศกนาฏกรรมกลั่นแกล้ง หญิงสาวผู้หนึ่งกระพริบตาถี่ๆ ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆลืมขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน โลก ชีวิต ที่ใดกัน นรก หรือ สวรรค์ ความตาย หรือการมีชีวิต ภาวนาของให้ทุกสิ่ง....จบสิ้นสูญสลาย

“ ตื่นแล้วสินะ” เสียงนายแพทย์ฝึกหัดผู้เฝ้าไข้เอ่ยทัก เรียกความสนใจไปจากหญิงสาว ตรงหน้าคือ เด็กหนุ่มอายุอานามไม่น่าเกินยี่สิบต้นๆในชุดเสื้อกาวน์

“ คุณ....ช่วยชีวิตฉันไว้รึคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม พลางเหลียวมองรอบกาย เตียงพยาบาลสีขาว กับห้องหับที่เจือกลิ่นยาอ่อนๆ นี่คงจะเป็นคลินิกของแพทย์ผู้นี้ ความทรงจำลางเลือน แต่เท่าที่จำได้นั้น เธอถูกใครบางคนโจมตี คมดาบที่ฟาดลงมา ความตายที่เบาดุจขนนก ชวนโหยหาแทบขาดใจ

“ จะว่าไงดีล่ะ ฉันคือคนทำแผลกับถ่ายเลือด แต่คนที่ช่วยให้เลือดเธอน่ะ เจ้านั่นต่างหาก” ว่าพลางชี้ไปทางหลังม่านสีขาว เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมน้ำในกะละมังสำหรับเช็ดตัวให้ผู้ป่วย เส้นผมสีดำตัดสั้น ดวงตาสีรัตติกาลที่นิ่งสนิท สวย และงดงาม เหมือนน้ำในทะเลสาบต้องห้ามที่ยากคาดหยั่ง เป็นเด็กหนุ่มที่รูปงามจนน่าตกใจ

“ คุณ...คนที่ทำร้ายฉัน” นั่นคือความทรงจำเดียวที่จำได้ บาดแผลที่ปวดปลาบ ความรู้สึกแรกที่ระลึกถึงความตาย....

“ ถูกต้อง” สึโยชิตอบพร้อมกับวางกะละมังลงข้างเตียง เขาเงยหน้าสบตาของหญิงสาวที่เพียงแลดูก็อาจลงความเห็นได้โดยง่ายว่า..ช่างน่ามอง เส้นผมยาวสีดำสนิท ดวงตาสีนิลใสและคมกล้าดั่งนางเนื้อทรายในพงไพร ริมฝีปากสีชมพูบางเฉียบ หากว่าคิดอยากชื่นชมผู้หญิงสักคนล่ะก็ สำหรับสึโยชิ คนๆนี้ก็มีค่าพอจะเรียกว่าเป็นหญิงงามอย่างแท้จริง

“ แย่จังนะคะ”

“ ครับ ”

“ จะฆ่าคนให้ตาย ต้องแทงทะลุตรงนี้นะคะ” ว่าพลางทาบฝ่ามือขวาลงบนหน้าอกซ้ายของตน “ หัวใจของมนุษย์อยู่ที่หน้าอกด้านซ้าย ถูกมั้ยคะ คุณมือสังหาร” วาจาเรียบเย็น คมคาย และไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นเกรง หญิงสาวจ้องตรงมาพร้อมรอยยิ้ม แววตาที่เข้มแข็ง และ.....ไม่อาจหลบเลี่ยง

“ ผมรู้ว่าหัวใจอยู่ตรงนั้น” สึโยชิตอบ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง ฝ่ามือขวากางออกแนบกับหลังฝ่ามือของหญิงสาว “ แต่ผมจะไม่ฆ่าคุณ....”


นั่นคือการพบกัน

ของโลกที่พลันสว่างไสว



ยามาโมโตะ สึโยชิยังคงสังหารคน ในทุกค่ำคืนที่มือทั้งสองย้อมไปด้วยเลือด กลิ่นคาวโลหิตติดกรังทั่วกาย อาจมีบางคืนที่เขาหวนกลับไปบ้านเดิม ยามที่ซาวาดะ อิเอมิทสึ กลับมายังญี่ปุ่น ปรนนิบัติรับใช้และดูแล ในยามหลับยามตื่น ดั่งข้าทาสผู้ภักดี ดั่งทรัพย์สินมีค่าข้างกาย ซื่อตรงมั่นคง สมดั่งคำสัตย์วาจา หากแต่ คงมีในบางค่ำคืนในยามที่อิสระนั้นฟื้นตื่น นั่นคือ....เงาของคนสองคนในห้องเช่าเล็กๆที่ห่างไกลจากตัวเมือง นั่งพูดคุยกันอยู่ทุกคืนค่ำ

“ ไม่ถามรึคะ ว่าฉันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง” หญิงสาวถามขึ้นในคืนหนึ่ง ขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังเย็บกิโมโน และอีกฝ่ายกำลังลับคมดาบ

“ คุณทาคาโกะ..อยากให้ผมถามอย่างนั้นน่ะหรือ” สึโยชิย้อนถามพลางยิ้มให้เล็กน้อย แน่นอนว่าทาคาโกะนั้นฉีกยิ้มตอบก่อนจะกัดด้ายทิ้ง และนิ่งมองสึโยชิอย่างสงบ

“ ฉันคิดจะหนีนะคะ แต่ก็คิดว่าถ้าถูกจับได้ ก็จะกลั้นใจตายซะตรงนั้น ยังไงซะ ชีวิตที่ดีกว่านั้นมันก็คงไม่มีหรอก” เธอตอบ พลางหวนคิดถึงวันคืนในอดีตที่ผันผ่าน ทั้งที่เพียงเดือนกว่า แต่กลับดูราวกับชีวิตที่ขมขื่นเจียนตายนั้นเป็นเพียงความฝัน หากว่าเวลาหยุดอยู่เพียงเท่านี้ จะดีเพียงใดกัน

“ หนีงั้นหรือ....” เด็กหนุ่มพึมพำพร้อมกับแค่นยิ้มให้กับเรื่องราวของตนเอง การหนี...อาจจะดีก็ได้ ไปกับคนที่รู้ใจ คนที่เข้าใจ คนที่จะเป็นทุกอย่างของกันและกันไปชั่วชีวิต เรื่องแบบนั้น...ดูฝันเฟื่องไปรึเปล่า...

“ ยากเย็นจังนะคะ หนียังไงก็ไม่พ้นสักที” ทาคาโกะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสมือขวาของสึโยชิ เด็กหนุ่มยื่นมือให้กับหญิงสาวอย่างว่าง่าย เขารู้เพียงว่าเธอชื่อทาคาโกะ อายุมากกว่าเขา 3-4 ปี เป็นผู้หญิงที่อาจเรียกได้ว่าไร้หัวนอนปลายเท้า ไร้ที่มาที่ไป แต่มัน...จะสำคัญอะไรล่ะ

“ คุณทาคาโกะ....”

“ นิ้วของคุณสึโยชิสวยจัง เรียวและก็สวยมากๆด้วย นี่ใช่มั้ยคะที่เรียกว่ามือของนักดาบ” ไม่เพียงแค่นิ้วมือ แต่เป็นทุกสิ่งของคนๆนี้ รูปกาย จิตใจ ราวประติมากรรมแสนเลิศเลอที่สวรรค์ประทานมา ขณะที่กำลังคิดแบบนั้น มือซ้ายของเด็กหนุ่มก็เอื้อมมาสัมผัสเส้นผมของเธอ และก้มลงสูดกลิ่นหอมของเส้นผมสลวยสีดำนั้น

“ ผมของคุณทาคาโกะ...หอมจัง ” รอยยิ้มเผยออก แสงจันทร์ในคือข้างแรมสาดส่องลงมายังใบหน้าของคนทั้งคู่ ไม่มีสัมผัสใด นอกจากเพียงรอยยิ้มน้อยๆที่มอบให้แก่กัน สองมือค่อยๆเกาะกุมซึ่งกันและกัน ร่างกายที่เคลื่อนเข้าแนบชิด หญิงสาวแนบแอบอิงกับไหล่ของเด็กหนุ่ม มีเพียงความเงียบยามราตรี กับเสียงแว่วหวานของจิ้งหรีด ความรู้สึก และความชุ่มชื่น ที่ไร้ซึ่งสิ่งเจือปน


ทว่าทันใดนั้นเอง สัญชาตญาณนักล่าในตัวของสึโยชิกลับตื่นไหว เด็กหนุ่มผลักหญิงสาวลงนอนกับพื้นห้อง เฉียดฉิวกับกระสุนที่พุ่งตรงมาจากภายนอก ยามาโมโตะ สึโยชิกระชับ ชิงูเระ คินโทคิในมือมั่น มือขวาคือดาบคู่ชีวิต ที่มือซ้ายคือหญิงสาวคนสำคัญ

“ ดูท่าจะมีคนมาตามคุณแล้วล่ะครับ” สึโยชิบอก หากแต่รอยยิ้มมิได้จางหายไปจากใบหน้า ชั่วพริบตาเขากระแทกกระจกหน้าต่างแตก ก่อนจะอุ้มทาคาโกะขึ้นเต็มสองมือ “ จับแน่นๆนะครับ” คำพูดกำชับ ก่อนจะพลันถลาออกจากหน้าตากที่เปิดกกว้าง พ่อนกนางแอ่นที่งามสง่าสยายปีกออกโอบอุ้มบางสิ่ง และโบยบินออกสู่นภากว้าง

“ คุณสึโยชิ!” หญิงสาวร้องพลางจับสาบเสื้อของอีกฝ่ายแน่น ใครจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะกล้าหาญชาญชัยพาเธอกระโดดลงมาจากตึกสามชั้นกันล่ะ

“ อย่าห่างจากผมนะครับ คุณทาคาโกะ” นั่นคือคำเตือนยามที่เท้าแตะถึงพื้น สิ่งที่รออยู่คือชายในชุดสูทสีดำที่จับอาวุธนานาชนิดครบมือ เบื้องหลังคืออาคารสูงในที่เปลี่ยวลับตาคน เบื้องหน้าคือสายน้ำที่ไหลเชี่ยว และโดนล้อมกรอบด้วยศัตรูไร้ที่มา

“ ส่งผู้หญิงคนนั้นมาทางนี้!” เสียงใหญ่กรรโชกถาม หากแต่หญิงสาวกลับยังหลบอยู่เบื้องหลังของเด็กหนุ่ม

“ ทำไมฉันจะต้องทำแบบนั้นล่ะ คนที่จะตัดสินใจคือคุณทาคาโกะต่างหาก!” สึโยชิบอก ดาบยาวยกขึ้นในระดับสายตาพร้อมรับการประจัญบาน แลดูไม่หวาดเกรงซึ่งสิ่งใด ซึ่งท่าทีเช่นนั้นกลับทำให้ฝ่ายที่เหนือกว่าแสยะยิ้ม กับแค่เด็กหนุ่มคนเดียว จะทำอะไรได้มากมายกัน

“ งั้นก็ ไม่เกรงใจล่ะนะ!” ว่าแล้ว เหล่าบุคคลไม่ได้รับเชิญก็พร้อมใจกันบุกโจมตีเข้ามา สึโยชิตั้งท่าดาบ มาดหมายพิชิตชัยให้รวดเร็ว และเด็ดขาดที่สุด หากว่าจะต้องเอาชนะศัตรูจำนวนกว่ายี่สิบคน พร้อมกับปกป้องทาคาโกะไปด้วย แม้จะเก่งกาจปานใดนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่ายๆเลย

“ ผมจะปกป้องคุณ” เสียงของเด็กหนุ่มกระซิบบอกพร้อมรอยยิ้ม ไร้ความกังขา ไร้สิ่งเคลือบแคลง ความดีงามที่อาจรับรู้ได้จากเพียง.....หัวใจ

“ คุณสึโยชิ!”เสียงร้องเรียกดังกังวาน หากแต่ช้าเกินไป เด็กหนุ่มในชุดฮาคามะสีดำสนิทพุ่งร่างออกไปราววิหคที่โผผินล่าเหยื่อ

“ สำนักดาบชิงูเระ โซเอน กระบวนท่ารุกลำดับที่แปด พิรุณกระหน่ำแทง!” ฟาดฟันให้ดาวดิ้น กระหน่ำแทงดั่งสายวรุณจากนรก มีเพียงโลหิตที่สาดกระจายฟุ้งไปทั่วฟ้ายามราตรี มีเพียงเศษเนื้อและหยาดเลือดที่ประปรายปกคลุม คมดาบสีเงินที่คมกริบ ดวงตาสีดำแห่งมัจจุราช เบื้องหน้าของหญิงสาว นั่นหาใช่ ยามาโมโตะ สึโยชิคนที่เธอเคยแลเห็น หากแต่เป็นใครสักคน นักฆ่า มือสังหาร ชายคนหนึ่งที่มือทั้งสองแปดป้ายไปด้วยเลือด และแม้จะพุ่งตรงไปเบื้องหน้าดั่งคันศรที่เฉียบคม หากแต่.......


เธอ

ร้องไห้อยู่รึเปล่า



“ กรี๊ด!” หญิงสาวร้องขึ้น เนื่องจากจู่ๆใครบางคนก็รวบร่างของเธอเข้าในวงแขน ปลายกระบอกปืนจ่อเข้าข้างศีรษะ มาดหมายใช้เป็นตัวประกัน

“ ไอ้หนู! ถ้าแกไม่หยุดล่ะก็นังนี่ตาย!” คำขู่ที่ทำให้สึโยชิพลั้งเผลอ จังหวะที่หันกลับมาตามเสียง คมดาบจากฝ่ายตรงข้ามก็ฟันเข้าที่ไหล่ขวาของเด็กหนุ่ม เลือดที่พุ่งออกจากปากแผลสาดเทกระทบใบหน้าหญิงสาวที่กำลังเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนก

“ คุณสึโยชิ! หนีไป!” ไปจากที่นี่ กลับไปสู่กรงของเธอ กลับไปยังกรงสีทองของเธอ กรงที่ไม่อาจแลเห็นแต่รับรู้ได้ในดวงตา

“ ไม่!” ดาบในมือขวายังคงมั่น เด็กหนุ่มลดตัวลงเลียดพื้น ฟาดดาบแรกที่ช่วงขาของศัตรู ก่อนจะเตะเอาเศษดินเข้าตาของอีกฝ่าย และใช้จังหวะชั่วเสี้ยววินาทีสะบั้นคมดาบลงกลางศีรษะ เลือดพุ่งกระจายสาดเข้าใบหน้า พร้อมร่างไร้วิญญาณที่ซบลงกับกองดิน

“ ค คุณทาคาโกะ.....” ลมหายใจของนักฆ่าผู้เอาแต่ใจหอบอย่างเหนื่อยล้า ศัตรูเบื้องหน้าเหลือเพียงชายที่บังอาจจับหญิงสาวคนสำคัญของเขาเป็นตัวประกัน

“ แกรู้มั้ยว่านังนี่เป็นใคร! ถึงได้ยอมเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้!” เป็นคำถามที่ทำให้ทาคาโกะต้องก้มหน้าลง เจ็บปวด หากแต่......

“ รู้สิ” สึโยชิพูดขึ้น ขณะที่ขายังคงก้าวเยื้องย่างไปเบื้องหน้า

“ !”

“ นกที่อยู่ในกรง จะฝืนหาอิสรภาพ มันผิดตรงไหนกัน.....” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าที่เปื้อนโลหิต ตัดกับหยาดน้ำตาใสของหญิงสาวที่หยาดลงอาบใบหน้าเฉกเช่นกัน

“ คุณไม่ควรเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อนางบำเรออย่างฉัน! หนีไป คุณสึโยชิ!” หญิงสาวตะโกนร้อง ทันใดนั้นมือทั้งสองพลันยื้อแย่งปืนที่อยู่ในมือของศัตรู แม้จะปืนลั่นหรือถูกยิงตายก็ไม่เห็นเป็นไรเสียหน่อย ขอเพียงคนๆนี้ ขอเพียงชายคนนี้


เธอ

ต้องมีชีวิตอยู่



“ ทาคาโกะ!” ยามาโมโตะ สึโยชิ วิ่งออกไป กระชับดาบในมือขวาอย่างไม่สะท้านทกต่อความเจ็บปวด หากแม้นไม่อาจช่วยหญิงสาวผู้นี้ ชีวิตของเขา..จะมีเพื่อใครอีก “ สำนักดาบชิงูเระ โซเอน กระบวนท่าที่ห้า ฝนเดือนห้า!” ราวกับภาพมายาแห่งสายฝน คมดาบในมือขวาแลหายไปจากสายตา กว่าที่ฝ่ายตรงข้ามจะรู้ตัว ลำคอของเขากลับถูกเชือดจนสะบั้นจากมือซ้ายที่ชุ่มเลือดของเด็กหนุ่ม แววตาของฆาตกรที่เยือกเย็นเร่าร้อน ความตายที่สาดกลิ่นคละคลุ้ง ตอกย้ำความพ่ายแพ้จนสิ้นลม

“ สึโยชิ!” ทาคาโกะกรีดร้องก่อนจะถลาเข้าประคองร่างของอีกฝ่ายที่ล้มลง ศีรษะของสึโยชิอิงแอบในอ้อมอกของหญิงสาว ลมหายใจแผ่วเบา หากแต่ใบหน้านั้นเปื้อนยิ้ม

“ ผม...ปกป้องคุณได้” เต็มตื้น เป็นสุข หลังจากพ่ายแพ้และไม่อาจปกป้องคนสำคัญใดๆในชีวิตได้เลย มาบัดนี้ ผู้หญิงคนนี้ มณีเม็ดงามที่สุกปลั่งที่สุดที่อาจแลเห็น หยาดน้ำตาที่ลืมหลั่งริน..พลันไหลหลั่งอย่างยินดี

“ ใช่...ใช่....” ไม่อาจออกเสียงบอกเล่าเรื่องราวใดได้ นอกจากผงกศีรษะและกระชับร่างอีกฝ่ายไว้ อดีตที่เลวร้าย ร่างกายที่โสมม คนๆนี้ ชายผู้นี้ ชีวิตอีกครึ่ง...ที่ได้พบเจอ


จะอยู่ด้วยกัน

ถักทอวานวัน

ประคับประคอง

รุ่งเรืองสุกใส

ฉันมีเธอ

เธอมีฉัน

ตราบชีวิตมลาย



“ ได้โปรดอยู่กับผม..คุณทาคาโกะ” ร่างกายฝืนผละออก พลันโอบประคองหญิงสาว รอยยิ้มนั้นยังคงฉายชัด จะเป็นใครไม่สำคัญ จะมีที่มาเช่นใดไม่สนใจ ขอแค่เป็นคนๆนี้ ผู้หญิงคนนี้ “ ตอบรับผมสิ....” คำวอนขอ ที่รับทราบคำตอบล่วงหน้าจากหัวใจ

“ ในกรงที่เงียบเหงาของคุณ จะมีฉันอยู่แนบข้างเสมอไป” ทาคาโกะยิ้มให้ ก่อนที่จะโน้มใบหน้าอีกฝ่ายเข้าใกล้ รสจุมพิตบางเบา มีเพียงเศษเนื้อและกองเลือดเป็นพยาน มีเพียงความตายที่รายล้อม แม้ไร้คำอวยพรจากเทพเทวา แต่สองเรานั้น...จักคู่เคียงกัน



สายฝนตกกระหน่ำลงมาอีกแล้ว ยามาโมโตะ สึโยชิกำลังนั่งพันแผลอยู่ตามลำพังในโรงฝึกของตระกูล ใครบางคนเปิดประตูโรงฝึกเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เคยคุ้น เสื้อกาวน์สีขาวที่ไหวพลิ้วจากสายลมที่พัดมาจากภายนอก บ่งบอกฐานะของผู้มาเยือน

“ นั่นแผลยังไม่แห้งรึไง อาทิตย์นึงแล้วนะ” ชามาลถามแลดูหัวไหล่ขวาของอีกฝ่ายที่มีแต่รอยแผลเป็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูเหมือนการหาเรื่องใส่ตัวจะกลับกลายเป็นงานอดิเรกของคนๆนี้ไปเสียแล้ว

“ ก็เป็นดาบอาบยาพิษนี่นะ ขอบคุณนะที่ช่วย” สึโยชิตอบก่อนจะหยัดกายขึ้นยืน ร่างกายท่อนบนยังคงเปลือยไว้ มีเพียงผ้าพันแผลอาบยาฆ่าเชื้อใช้ปกปิดหัวไหล่

“ เรื่องไหนล่ะ ฉันถามว่านายจะขอบใจฉันเรื่องไหน เรื่องที่ช่วยทำแผลให้คืนนั้น เรื่องที่ปิด ซาวาดะ อิเอมิทสึที่นายแอบไปแต่งงานกับนางบำเรอคนสำคัญของนักธุรกิจข้ามชาติ หรือว่า......” นายแพทย์ฝึกหัดทอดเสียงเว้นจังหวะ ก่อนจะจับมือขวาอีกฝ่ายขึ้น “ เรื่องที่ให้มือฉันเปื้อนเลือดแทนนาย”

“ ไม่ว่าเรื่องไหน นายก็ทำได้ดีไม่ใช่รึไง” เด็กหนุ่มนักดาบย้อน

“ หนังสือพิมพ์วันนี้ พ่อค้าหน้าเลือดนั่น ศัตรูของนายป่วยตายแล้ว งานของฉันก็จบแล้วด้วย” ว่าพลางโยนหนังสือพิมพ์ลงบนพื้นโรงฝึก เสียงสายฝนตกพร่ำย้ำเตือนไม่ขาดสาย ยามาโมโตะ สึโยชิแค่นยิ้มให้กับตนเอง เขารู้ตัว รู้ว่าตนเองนั้นย่ำแย่ เป็นความผิดพลาด เป็นสิ่งที่สกปรก เป็นสายพิรุณที่ไม่ควรค่าโปรยปรายประดับฟ้า หากแต่ว่า....

“ จะอาบน้ำก่อน หรือทานข้าวเย็นก่อนดีล่ะ” เด็กหนุ่มถาม ดวงตาสีดำจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเฉยเมย ไร้อารมณ์ หากสำหรับอิเอมิทสึเขาคือข้าทาส กับชามาล...มันก็คือธุรกิจ

“ ฉันหรือนายกันแน่นะ ที่โง่น่ะ” บอกเช่นนั้นก่อนจะเชยคางเด็กหนุ่มฝ่ายตรงข้ามขึ้น ริมฝีปากบรรจงจุมพิตอย่างเสน่หา ข้อแลกเปลี่ยนที่บ้าบอ ตัวของตัวเองที่เขลาเบาปัญญา หลงรักคนมาก็มาก ลุ่มหลงมาจนล้นเหลือ แต่กลับ.....พลาดพลั้งพังทลาย

“.........ทั้งคู่นั่นล่ะ” สึโยชิกระซิบบอก ก่อนจะโอบอีกฝ่ายแนบชิด ร่างของทั่งคู่ล้มลงกับพื้นโรงฝึกที่เยียบเย็น


คำสัตย์สาบาน

เหตุผล หัวใจ

สิ่งใด

ควรน้อมนำพา




โนเรท แต่ดันมีนอร์มอล ฉายแววโศกนาฏกรรม ถึงท่านผู้ติดตามฟิคนี้ อย่างที่ท่านคิดนั่นล่ะเจ้าค่ะ เรื่องนี้ตัดสลับอดีตกับปัจจุบัน เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปในชีวิตของมือสังหาร แห่งตระกูลยามาโมโตะทั้งสองคน เรื่องราวมืดๆนี่จะเป็นเยี่ยงใดต่อไป โปรดติดตามเจ้าค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (DARK AU FIC)Erotic Dream 6(D80/Iemitsu X Tsuyoshi) 02/09
PostPosted: 02 Sep 2008, 06:46 
User avatar
Joined: 07 Dec 2007, 19:35
Posts: 819
Location: ห้องสารภาพบาป
เนื่องจาก.. ได้กลิ่นเลือดมาไกลๆ ขอให้มีความสุขนะึสึโยชิ!!(วะฮะฮ่าๆๆๆๆ)

ไม่ได้ชอบสาวคนไหนเป็นพิเศษ แต่.. ดูจากเรื่องนี้แล้ว สึโยชิแมนต่อหน้าสาวสวยได้ใจจริงๆ แถม..สเปคผมอยู่ที่คูลบิวตี้ด้วยน่ะสิ=w=~~

จบแบบนั้นมันอะร๊ายยยยย

รอเรทคราวหน้า!? ไม่สิ คนอย่างท่านรักคงตัดฉากไปเลย=A=!! นี่น่ะเหรอคนที่พึ่งบอกจะปกป้องสาวน้อยน่ะ อ๊าาาา

/me ตะกุยกระทู้ด้วยความสครีม ท่านรักฮ้าาาา แล้วXSล่ะ TT^TT!!

_________________
Denunci ต่อไปนี้จะลงที่นี่นะคะ >>Blog

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ ^ ^
ใครสนใจเล่มหนึ่งให้ไปที่นี่นะคะ > Shop


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (DARK AU FIC)Erotic Dream 6(D80/Iemitsu X Tsuyoshi) 02/09
PostPosted: 02 Sep 2008, 08:26 
User avatar
Joined: 01 Mar 2008, 18:22
Posts: 354
Location: ในร้านขายซูชิของยามะ
สึโยชิคุงดูแมนขึ้นทันตายามอยู่กับหญิงสาว = =b

เรื่องแบบนี้มันขึ้นกับว่ากับใครด้วยสินะ 555

ตอนแรกแอบเชียร์ชามาลด้วยนะเนี่ย....คราวหน้าคงเป็นตายามาโมโตะสินะ

จะรออ่านต่อไป~

_________________
Image

http://daoharry.exteen.com
**โหมดรัก10051 โงหัวไม่ขึ้น**


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (DARK AU FIC)Erotic Dream 6(D80/Iemitsu X Tsuyoshi) 02/09
PostPosted: 02 Sep 2008, 09:59 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 19:33
Posts: 700
Location: ห้องส้วมบ้านทูน่า
อาป๋าแม๊น แมน

แอบลุ้นให้ชามาลกด...แต่ทำม๊ายย ไม่กดอ่ะ ทำไม T^T

ยัตโม้จจี้คราวหน้าคงได้ออกโรงละจิ

ยังค้างคากะเรียวเฮอยู่ คุคุคุ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (DARK AU FIC)Erotic Dream 6(D80/Iemitsu X Tsuyoshi) 02/09
PostPosted: 02 Sep 2008, 14:49 
Joined: 13 May 2008, 15:27
Posts: 394
ผู้หญิงคนนั้นคงเป็นคุณแม่ของยามะสินะ ^^ หน้าตาดีแบบนี้ ลูกออกมาเลยหน้าตาดีพอๆกัน 555+

ตอนที่อ่านของเรียวเฮ กับยามะ ชอบประโยคที่ว่า...น้ำตาของใครกัน ที่ไหลอาบแก้ม ....มันดูเศร้าสุดๆไปเลย!!


(แอบเชียร์ชามาลนะค้า!!)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (DARK AU FIC)Erotic Dream 6(D80/Iemitsu X Tsuyoshi) 02/09
PostPosted: 02 Sep 2008, 17:26 
User avatar
Joined: 07 Aug 2008, 17:01
Posts: 129
ไม่เรทก็สนุกอยู่ดีค่ะ เราละนับถือสำนวนภาษาคุณพี่มากๆ
สุดยอดจริงๆ ดาร์กได้ใจอีกตะหาก
อัพไวๆแล้วเขียนหนุกๆไปเรี่อยๆนะคะ จะรอติดตาม

_________________
รัก...ทุกตัวละคร...และรัก...ทุกสมการ >_<!!!
Image
Image

Image<<<Blog เค้า ฝากหน่อยนะจ๊ะ^^~


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC) Bloody Swallow 6 (D80/Iemitsu X Tsuyoshi)02/09
PostPosted: 04 Sep 2008, 12:54 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
น่าน สึโยชิกับทาคาโกะ หรือชามาลกับสึโยชิกันแน่

คู่แรกหวามๆมันๆแบบอาบเลือดเป็นประดับ แต่อีกคู่เรทไม่ต้องอาบเลือด(หรืออาจจะ?)แต่เรียกเลือดกำลังดี

อักษรมันบรรยายถึงคนงามของสึโยชิ งาม งาม งามยังไงคิดไม่ออก!!! เหมือนทาเคชิใช่ม่าย แต่รุ่นพ่อ โฮกจิ้นไม่ออกอยู่ดี (<<<~คิดมานานแล้ว)

กับเรื่องนี้ คุณพี่!! ไม่สุดหูรุดเลย แต่ดิบสุดหูรูด แต่...ทำไมต้องเรียวเฮ????

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC) Bloody Swallow 6 (D80/Iemitsu X Tsuyoshi)02/09
PostPosted: 05 Sep 2008, 14:04 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Part 7 Where is Myself ?


ถ้าหากแค่นอนนิ่งๆ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องหวังอะไร ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยทุกสิ่งไปตามทาง สิ่งใดจะเกิดก็เกิด สิ่งใดจะพังก็พัง สมองว่างเปล่า ปล่อยวางและล่องลอย ไม่มีความทะยานอยาก ไม่มีสิ่งปรารถนา เป็นเพียงร่างกายที่มีลมหายใจ เป็นซากศพที่ยังมีไออุ่น เป็นตุ๊กตาที่ยังใช้การพอได้

ชีวิตของฉัน

เท่านั้นก็พอกระมัง



ตอนนี้ล่ะ .....สายฝนพร่ำตกจนหนาวสั่น ทั้งที่ถูกกอด ทั้งที่ถูกสัมผัส แต่หัวใจนั้นกลับเย็นเยียบ ที่ปวดร้าวคืออะไร เป็นร่างกายนี้ เป็นหัวใจดวงนี้ เป็นอะไรกัน ....ใช่สิ่งที่ควรคิดน่ะหรือ ใช่สิ่งที่ควรคำนึงถึงหรือเปล่า ความแค้นที่แสนสาหัส กับความจริงที่ระทมทุกข์ ทางเลือกที่ควรเลือกคืออะไร ทางไปที่สมควรคือที่ไหน ได้แต่ยิ่งจ่อมจมลง.....ในบ่อปลักโคลนตม

ที่ฉัน

ขุดขึ้นเอง



“ ฉันจะล้างแค้น ! ทุกสิ่งของนาย จะต้องพินาศพัง!” เสียงขู่กรรโชกที่ได้ยินเสียงสุดท้าย วาจาเหี้ยมหาญที่ทุกข์โศก ทั้งที่สาปแช่งขนาดนั้น ทั้งที่ทำร้ายกันได้ถึงเพียงนี้ หากแต่....ไม่อาจเกลียดชัง

“ ผมจะรอ........” นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่แม้แต่คนพูดก็จับใจความ และจดจำได้เพียงเท่านั้น ก่อนจะสิ้นสติลงไป เส้นผมสีดำ ตัดกับสายพิรุณที่โปรยปรายจากฟากฟ้ายามราตรี จะว่างดงามหรือเปล่า จะว่าคลั่งแค้นก็ใช่ ใครกันแน่ที่ควรจะต้องเจ็บปวด

“ ทำไม....ถึงต้องทำแบบนั้น” ทำไมถึงหักหลัง ทำไมถึงผันแปร จะช่วยอยู่เฉกเช่นเดิม เหมือนอย่างเคย เป็นของมีค่า เป็นความทรงจำวัยเยาว์อันเรืองรอง ที่ฉันจะรำลึกถึงและโอบกอดเชิดชูอยู่เช่นนั้น.......ไม่ได้เชียวหรือ ........ชีวิต ณ เบื้องหน้า ช่างโหดร้ายเกินประมาณการ.....

“ ฉันเองก็ ตัดสินใจไปแล้วเช่นกัน.....” ซาซางาะ เรียวเฮบอกกับตนเอง ท่ามกลางสายวรุณที่โปรยกระหน่ำ ความรู้สึกทั้งมวล ขอให้จบสิ้น ลง ณ ที่นี้



อีกด้านหนึ่ง ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งมองภาพที่เสมือนมีชีวิต ภาพลายพู่กันที่งดงาม และน่าลุ่มหลงจากหัวใจ ภาพที่เพียงแค่ได้ไล้ปลายนิ้วสัมผัส ก็ต้องหวนรำลึกถึงอยู่ร่ำไป นาน...นานจนลืมเลือน แต่ก็ยังฝังแน่น นาน...นานจนจางหาย แต่ก็ยังย้ำเตือน


นั่นเป็นวันที่ฝนตก ตกเหมือนกับเช้าวันนี้ เขาในตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยรุ่น กดดันกับการถูกเปรียบเทียบ เบื่อหน่ายกับการถูกกักขัง ได้แต่เฝ้ามองความรุ่งโรจน์ของใครบางคน สรรเสริญเยินยอใครอีกหลายๆคน ช่างเป็น..วานวันที่น่าเบื่อหน่าย

วันนั้น เป็นวันที่เหล่าสมาชิกในองค์กรเข้ามาแสดงความยินดีในวันสถาปนาของตระกูล ตระกูล วองโกเล่ หรือที่คนในประเทศนี้เรียกขานว่า “ ตระกูลซาวาดะ” เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เพียงจะต้องมาถวายคำสัตย์ปฏิญาณ ยังจะต้องพาสมาชิกในครอบครัวมาด้วย และลั่นวาจาจะเป็นข้าทาสรับใช้ไปชั่วลูกชั่วหลาน อาจฟังดูโหดร้าย แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ถูกต้องและยึดถือกันนานมา และยังต้องถือเป็นศักดิ์ศรีของคนในวงการนี้ เกิดเพื่อใครสักคน ภักดีถวายตัว และยอมตายขายชีวิต ทอดร่างจมกองโลหิต....เพื่อใครคนนั้น

“ น่าเบื่อเป็นบ้า!” ดีโน่ สบถออกมาขณะกำลังหนีพิธีที่กำลังจะเกิดขึ้น จะให้ต้องนั่งอยู่นิ่งๆแบบนั้นไปหลายชั่วโมง เพื่อเหล่าผู้คนที่โชคร้ายพวกนั้นน่ะรึ เมื่อเกลียดชัง จึงได้กบฏ คิดได้แบบนั้น เขาจึงหลบหนี เด็กหนุ่มอาศัยความวุ่นวายหลบออกมาทางสวนด้านหลังของคฤหาสน์ วาดหวังจะลี้กายออกไป แต่กลับได้ยินเสียงบางอย่าง เสียง.....ดาบ......

“ อะไรกัน .....” เด็กหนุ่มถามตนเอง ก่อนจะเดินอ้อมไปหลังพุ่มไม้ ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำ ภาพๆหนึ่งกลับงดงามตราตรึงหัวใจ เด็กชายในชุดนักดาบญี่ปุ่นสีขาวพิสุทธิ์ มือขวาถือดาบไม้ไผ่ด้ามยาว ทั้งเส้นผมและดวงตานั้นดำสนิท ตัดกับความใสสะอาดของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เด็กน้อยที่ดูอายุอานามไม่น่าถึงสิบขวบออกวิ่ง เขาเงื้อดาบตั้งท่า ก่อนจะกระโจนเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่

“ เพลงดาบชิงูเระ โซเอน กระบวนท่ารุกที่แปด พิรุณกระหน่ำแทง!” การโจมตีนั้นแลดูหนักหน่วงจนน่าตกใจสำหรับเด็กอายุประมาณนั้น หากแต่ สิ่งที่ช่วงชิงทุกสิ่งของดีโน่ไป กลับเป็นทุกท่วงท่าที่เคลื่อนไหวในสายฝน การก้าวเท้า การโผบิน ดั่งนกนางแอ่นแสนงามที่สยายปีกออกสู่ท้องฟ้ากว้าง พลิ้วไหวกลางสายวรุณ ราวกับภาพหลอนที่แลเห็นสีแดงของโลหิตตัดกระทบ .......

ความงาม

ที่จับจิต



“ ทาเคชิ ทาเคชิ...” เสียงบุรุษอีกคนหนึ่งดังมาจากฝั่งตรงข้าม ชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาพร้อมร่มสีดำ ชายหนุ่มอายุไม่น่าถึงสามสิบปี สวมชุดฮาคามะสีดำสนิท คาดดาบไม้ไผ่ที่แผ่นหลัง ดวงตาและเส้นผมมีสีสันเดียวกับเด็กน้อยที่ถูกเรียกขาน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนทั้งคู่นั้นมีสายเลือดเดียวกัน

“ พ่อ!” เด็กชายร้องเรียก ก่อนจะโผเข้าอ้อมกอดของบิดา สีขาวและดำที่พลันผสมผสานอย่างงดงามสวยสด ประทับใจ ตราตรึง

“ พ่อบอกว่าอย่าเดินมาคนเดียว เปียกหมดแล้วนะเรา” ว่าพลางลูบศีรษะที่เปียกปอนของลูกชาย

“ ก็...ผมอยากลองท่าที่พ่อสอนเมื่อวานนี่นา” เจ้าหนูตัวจ้อยหัวเราะ และชี้ไปที่ลำต้นของต้นไม้ใหญ่ ดีโน่เองก็เผลอหันไปตาม และก็แทบต้องขยี้ตาด้วยความมึนงง ลำต้นของต้นสนอายุเกือบร้อยปีปรากฏร่องรอยถูกกะเทาะเนื้อไม้หลุดจนผุพัง ไม่ใช่แค่ว่าแรงหรือกำลังแขนต้องดี แต่นั่น..คือผลรวมของทักษะและ...พรสวรรค์

“ อย่าทำแบบนี้อีกนะ ทาเคชิ”

“ เห...ทำไมล่ะ!” เด็กน้อยแหวใส่ ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงถูกห้ามปราม “ ถ้านายท่านรุ่นที่เก้าเห็นล่ะก็ ต้องชื่นชมแน่ๆนะ!” ใช่ ต้องการความชื่นชม ต้องการการยอมรับ เป็นคนที่อยู่ในระดับเดียวกับบิดาที่แสนสง่าน่าภาคภูมิ

“ ก็เพราะ....” ผู้เป็นบิดาเงียบไปอึดใจก่อนจะระบายยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้า อ้อมแขนขวาอุ้มลูกชายขึ้นแนบแผ่นอก “ เพราะพ่อ....รักลูกน่ะสิ” เสียงที่เคร่งขรึมหากแต่อ่อนโยนอย่างที่สุดเอื้อนเอ่ย ก่อนจะสาวเท้าหันหลังจากไป


ภาพที่ดีโน่ได้แลเห็น อาจเป็นดั่งผีสางกลางสายฝน นกนางแอ่นตัวน้อยสีขาวพิสุทธิ์ ที่โผบินอย่างงามสง่า เด็กน้อยที่เป็นสมบัติของวองโกเล่ ...ถูกต้อง เขาได้พบพ่อลูกคู่นั้นอีก หลังจากที่นิ่งงันจนโรมาริโอ้มาพาตัวกลับไปเข้าพิธีสาบานตน ชายผู้นั้นก็ก้าวเข้ามาคุกเข่าแทบเท้าบิดาของเขาพร้อมกับบุตรชาย นักดาบตระกูลยามาโมโตะ ผู้สืบทอดวิชาดาบแห่งการฆาตกรรม มือสังหารที่น้อมสาบานตนจะเป็นข้ารับใช้ผู้ภักดีต่อวงศ์ตระกูลไปชั่วชีวิต ทั้งร่างกาย เลือดเนื้อ ชีวิต วิญญาณ ดาบของพวกเขา จะฟาดฟันไปเบื้องหน้า...เพื่อวองโกเล่

“ ยามาโมโตะ ทาเคชิ ขอสาบานว่าจะซื่อสัตย์ และจงรัก ต่อนายท่านครับ” เด็กชายในวัยเจ็ดปี เอ่ยวาจา พร้อมกับจุมพิตลงที่หลังฝ่ามือของบิดาของเขา ที่ด้านซ้ายของบิดาคือพี่ชาย กับหลานชายเพียงคนเดียว และขวาคือตัวเขา...บุตรชายคนรอง นั่นคือคำสาบานที่ได้ให้ต่อสมาชิกระดับชนชั้นปกครองของตระกูล

“ จงเติบโตขึ้น และเป็นคมดาบของตระกูลเรา ยามาโมโตะ ทาเคชิ” วองโกเล่รุ่นที่เก้าบอก ในท่ามกลางความเคร่งขรึมอันศักดิ์สิทธิ์ ดีโน่แลเห็น ดวงตาที่เศร้าสลดที่สุดของ ยามาโมโตะ สึโยชิ ดวงตาของคนที่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกพรากสิ่งสำคัญไปจากชีวิต ดวงตาของนก...ที่ถูกกักขัง....ในกรงสีเลือด

แต่

เขา


เด็กคนนี้คือสมบัติของวองเกเล่ สมบัติของตระกูล นกที่บินได้แต่บนท้องนภาสีโลหิต วิหคที่เป็นของๆเขา เป็นของๆเขา ใช่ ยามาโมโตะ ทาเคชิ เป็นสมบัติของดีโน่ หากแต่ก็เป็นทรัพย์สินที่ต้องแบ่งปัน ไม่อยาก ไม่ต้องการ ต้องเป็นของเขาเท่านั้น เป็นนกนางแอ่นตัวสวยของเขาแต่เพียงผู้เดียว สาบานกับทุกสิ่ง สัญญากับทุกอย่าง วันที่เด็กตรงหน้าจะคุกเข่าแทบเท้า และร้องเรียกเขาเฉกเช่นพระเจ้าและนายเหนือชีวิตสูงสุด ....จะต้องมาถึง


..................................

...............



เสียงฝนตกอยู่ไม่ขาด ภาพนกนางแอ่นสีขาวโผผินกลางท้องฟ้า เลื่อนปลายนิ้วสัมผัสที่ตัวนกน้อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า คิดถึงวันที่เด็กหนุ่มโอนอ่อนให้เขาได้ครอบครองสัมผัส แต่สุดท้ายก็โบยบินจากไป โกรธหรือเปล่า อารมณ์เสียหรือไม่ แล้ว....ถวิลหาเพียงใด

“ ฉันรอเธออยู่นะ รอวันที่เธอจะยอมตัวรับใช้ฉันแต่เพียงคนเดียว” ชายหนุ่มบอกกับตนเองก่อนจุมพิตแผ่วเบากับภาพวาดของนกนางแอ่นตัวสวย หากแต่จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงโรมาริโอ้บอกข้ามมาว่ามีใครบางคนมาเยี่ยมเยือน

“ ท่านอิเอมิทสึ มาเยี่ยมครับ” คำบอกกล่าวที่ทำให้ดีโน่ต้องนิ่วหน้า พี่ชายที่ร้อยวันพันปีไม่เคยพบเจอ จะมาพบเขาด้วยเรื่องอะไรกัน หรือว่า.....

“ เชิญเข้ามา” ออกคำสั่งไปเช่นนั้น และไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก ชายร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ หากแต่ระแวดระวัง สมกับเป็นพญาราชสีห์ แม้จะสละตำแหน่งผู้สืบทอดไปแล้ว แต่ก็อาศัยอยู่เบื้องหลังลูกชายที่เป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบในปัจจุบัน ยังคงกุมอำนาจหนึ่งในสาม และไม่มีทีท่าว่าจะเป็นนักแสดงลาโรงไปง่ายๆ

“ น่าแปลกที่พี่มาเยี่ยมนะ เชิญนั่งสิครับ” ม้าพยศแห่งวองโกเล่เชื้อเชิญ อีกฝ่ายก็รับคำด้วยดี ดวงตาสองคู่สบกันอย่างดูเชิง แม้จะเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต แต่นั่นมันก็เพียงครึ่งเดียว ซ้ำยังมีวัยวุฒิที่ห่างกันมากอยู่พอตัวด้วยแล้ว สายสัมพันธ์ที่ควรจะมี ก็กลับบางเบายิ่งนัก

“ ดูนายสบายดีนี่ มาเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ เจออะไรสนุกๆบ้างล่ะ” อิเอมิทสึเริ่มเรื่อง

“ อืม.....ก็ดีล่ะนะครับ สึนะโยชิเองก็ดูจะพอใจที่ผมมาช่วยงานเล็กๆน้อยๆ” ว่าพลางฉีกยิ้ม รับรู้ว่าพี่ชายตัวเองคิดจะเปิดประเด็นเรื่องอะไร เป็นราชสีห์ที่น่าสงสารซะเหลือเกิน

“ รวมถึง...ให้ลูกน้องรับคำสั่งไปรายงานตัวแทนมือสังหารในสังกัดของคนอื่นด้วยรึไง” ยังคงตีสีหน้าเรียบ หากแต่ในอกกลับกรุ่นด้วยความหงุดหงิดใจ ลูกชายของเขาเป็นคนบอกเรื่องนี้ ตัวเขาคือผู้สั่งให้ ยามาโมโตะ ทาเคชิ บุกเข้าไปสังหารรัฐมนตรีซาซางาวะ และเด็กนั่นก็ควรกลับมารายงานเขา ไม่ก็ตัวสึนะโยชิที่เป็นบอสคนปัจจุบันของวองโกเล่ แต่แล้ว..คนที่ปรากฏตัวขึ้นรายงานการสังหารกลับเป็น ....คนสนิทของดีโน่

“ เรื่องนั้น ก็แค่ผมอยากคุยกับยามาโมโตะคุงนานๆหน่อยเท่านั้นล่ะครับ” คุยกันให้นาน นานจนกลืนกินทุกสิ่งของเด็กคนนั้น

“ ดีโน่...” ชายผู้พี่ทอดเสียง ดวงตาจ้องตรงไปยังคู่สนทนาอย่างเอาเรื่อง “ นกนางแอ่นไม่ว่าตัวไหน..ก็อยู่ในกรงของฉัน” ไม่ว่าขาวหรือดำ ไม่ว่าแปดเปื้อนหรือหมดจด ก็คือของๆฉัน

“ คุณพี่” ดีโน่ฉีกยิ้ม ก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้างเอกเขนก หลังพิงพนักอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ นกนางแอ่นคู่นั้นเป็นสมบัติของวองโกเล่ ที่นกพวกนั้นยังยอมอยู่ในกรงของพี่ ก็เพราะ....พี่คือ ซาวาดะ อิเอมิทสึ ยังไงล่ะครับ” น้ำเสียงเยียบเย็น ที่ทำให้ อิเอมิทสึ ต้องนิ่วหน้า ไม่น่าเชื่อว่าไอ้หนูลูกเมียน้อยงี่เง่าในวานวัน จะกลับกลายเป็นคู่ปรับที่น่าขยะแขยงได้ถึงขนาดนี้

“ นกที่สยายปีกใต้ร่างของฉัน ยังจะเป็นของนายอีกได้ยังไง” อิเอมิทสึยื่นคำขาด ใช่สิ เขาขังนกสีดำนั่นไว้ จองจำไว้ ล่ามโซ่ตรวนไว้ ฉีกกระชากปีกจนย้อมเลือด กอดไว้และหยอกเล่นจนพึงใจอย่างไม่รู้เบื่อ ส่วนเจ้านกน้อยสีขาวนั่น เขาเองที่เทสาดสีดำแห่งความมืดมนเข้าใส่ หยิบยื่นนรกแห่งความชอกช้ำให้ราวพ่อพระแสนดี มันสกปรกเพราะเขา และเขาก็จะย้อมเจ้านกน้อยขาวปลอด ให้กลับกลายเป็นวิหคแดงชาดที่เหม็นเน่าคละคลุ้ง

เป็นของๆฉัน

ด้วยกันทั้งคู่



“ หึ” ดีโน่แสยะยิ้ม ใช่ว่าจะโง่เง่าจนไม่รู้ความ ท่าทีของยามาโมโตะ เมื่อวันก่อนก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่ถูกใครกอด และเพราะเป็นพี่ชายของเขาที่เป็นเจ้านายสายตรงของเด็กนั่น ผู้ชายที่เลือดเย็นถึงขนาดหักหลังเพื่อนตัวเองเอามาทำนางบำเรอ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนักหรอกที่...จะเป็นไอ้มนุษย์โสโครกนี่ “ แล้วตอนนี้ พ่อนกนางแอ่นตัวสวยของพี่ ยังอยู่ในกรงดีรึเปล่าล่ะครับ” สิ้นคำถาม ซาวาดะ อิเอมิทสึกระชากคอเสื้อน้องชายตนขึ้นทันที ดวงตาสีน้ำตาลจ้องเขม็งเคียดแค้นราวกินเลือดกินเนื้อ

“ แก! แกเอาเด็กนั่นไปซ่อนไว้ที่ไหน!” ยามาโมโตะ ทาเคชิหายตัวไป อย่างน้อยก็จากสายตาของเขา ครั้งสุดท้ายที่มีคนพบเห็นเด็กนั่นคืออาทิตย์ก่อน ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย สึโยชิไม่ได้พูดอะไรเมื่อเขาถามถึง ไม่ได้หนีหรือ ถอยห่าง แต่....ไม่พูด

“ ถ้าเป็นของๆตัวเอง ก็เร่งหาให้เจอซะนะครับ คุณพี่” สิ้นคำพูด กำปั้นลุ่นๆของอิเอมิทสึชกเข้าข้างแก้มขวาของดีโน่ จนชายหนุ่มล้มกองลงกับพื้น ปลายปากกระบอกปืนจ่อเข้ากลางหน้าผาก

“ แก!” เสียงตะคอกคำรามก้อง

“ จะยิงก็ได้นะ แล้วเราก็ตายไปด้วยกัน” ดวงตาสีมรกตลุกวาวกึ่งจริงกึ่งเล่น ที่ข้างศีรษะของอิเอมิทสึคือปืนในมือของโรมาริโอ้ ดวลกันท้าพนัน ทันทีที่ฝ่ายหนึ่งขึ้นเหนี่ยวไก อีกคนก็จะเล่นเกมตาม แน่นอนว่า คนอย่างซาวาดะ อิเอมิทสึ ไม่บ้าพอจะเสี่ยงอะไรแบบนั้น

“ ไอ้สารเลว!” ด่าว่าทิ้งท้ายก่อนจะยิงบานกระจกสวนหย่อมแตกละเอียด พร้อมกับหันกลังจากไปอย่างกระฟัดกะเฟียด ราชสีห์บ้าคลั่งที่แพ้พ่ายแก่อาชามากเล่ห์

“ ยอดเยี่ยมๆ” ดีโน่หัวเราะพลางปรบมือ ก่อนจะลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มคว้ารีโมทโทรทัศน์ที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นในมือ และกดเปิดโทรทัศน์ที่กำลังแพร่ภาพรายงานข่าวสดจากทำเนียบรัฐบาล “ เวลาข่าวภาคเช้า”

“ ครับ”



ในโทรทัศน์ ชายหนุ่มผมสีอ่อนตัดสั้น ในชุดสูทผ้าไหมสีดำราคาแพงหรูหรา เดินลงมาจากหน้าทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับบรรดาสมาชิกในคณะรัฐบาล ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันดินนำมา ท่ามกลางเหล่าชายสูงวัยที่มากหน้าหลายตา มีเพียงชายหนุ่มผู้นั้นที่ทั้งอ่อนวัย และแสนสะดุดตา

“ ทะเยอทะยานจนเกินตัว” ดีโน่พูดขึ้น หากแต่สายตาก็ยังคงมองจอโทรทัศน์อย่างไม่ละเลย ท่านนายกรัฐมนตรี กำลังเริ่มต้นให้สัมภาษณ์ แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของท่านรัฐมนตรีซาซางาวะ และจำเป็นต้องตั้งรัฐมนตรีคนใหม่ แต่เพื่อสานต่อความตั้งใจของท่านรัฐมนตรี ทางคณะรัฐบาลนอกจากจะตั้งรัฐมนตรีคนใหม่แล้ว ยังจะขอแต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีเพิ่มเติม นามของชายคนนั้นคือ

ซาซางาวะ

เรียวเฮ


“ แน่มากนะหมอนั่น” เป็นคำชมที่มอบให้จากใจจริงทีเดียว กล้าถึงขนาดข่มขู่มาเฟียข้ามชาติอย่างวองโกเล่ เพื่อหักหน้าคณะรัฐบาล หนุนตนเองที่มีอายุอานามแค่นั้นขึ้นเป็นถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี

“ สายข่าวของตระกูลซาซางาวะยอดเยี่ยมทีเดียวครับ” โรมาริโอ้ออกความเห็น

“ ไส้ศึกสินะ ใครบางคนบอกหมอนั่นเรื่องพ่อนกน้อยของฉัน”

“ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น” ชายผู้ติดตามบอก “ ยามาโมโตะ ทาเคชิ จะกลับมาถึงมือคุณในคืนนี้ น่าแปลกที่เขาไม่หนีจากซาซางาวะ เรียวเฮตั้งแต่ต้น” ทั้งที่ถูกจับและกักตัวไว้เป็นตัวประกันอย่างลับๆเพื่อต่อรองกับดีโน่ แต่คนที่มีฝีมือถึงขนาดนั้นกลับไม่คิดหนีจาก นั่นไม่ใช่ว่า......

“ น่าสนุกเป็นบ้า....”

“ ครับ...”

“ นกที่ไม่ยอมอยู่ให้เชยชมง่ายๆนี่ น่าเล่นด้วยจนเกินไปแล้ว....” จงกลับมาเถอะ กลับมาเป็นของฉัน ฉันที่ยอมทรยศหักหลังพี่ชาย และยอมเดินตามเกมของเจ้านักการเมืองหน้าใหม่นั่น นั่นก็เพื่อนายหรอกนะ... ยามาโมโตะ ทาเคชิ


ในเวลาที่ชายคนหนึ่งยืนดูโทรทัศน์ด้วยหัวใจที่เยียบเย็น แต่เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งกลับยืนดูด้วยความรู้สึกที่อ้ำอึ้งจนบอกไม่ถูก ซาซางวะ เรียวเฮ อยู่ในโทรทัศน์นั่น รุ่นพี่ที่เคยสดใสเหมือนดวงตะวันฉายไม่เสื่อมคลาย มาบัดนี้กลับดูหม่นหมอง และแสนเศร้า รุ่งเรื่องเจริญโรจน์ ก้าวกระโดดจนน่าหวาดหวั่น ดูราวกับเป็นความเฉิดฉาย แต่แท้ที่จริงกลับ.......

“ รุ่นพี่ เพราะฉัน... ฉันทำให้รุ่นพี่กลายเป็นแบบนั้น....” ยามาโมโตะ ทาเคชิ พึมพำกับตนเอง ขาทรุดนั่งลงกับเตียงนุ่มที่ด้านหลัง เหนื่อยอ่อนและอึดอัดจนบอกไม่ถูก ซาซางาะ เรียวเฮ กำลังเพียรพยายามจะล้างแค้น ช่วงชิงตำแหน่งในคณะรัฐบาล เอาตัวเขาต่อรองกับคุณดีโน่เพื่อให้ทางวองโกเล่หนุนหลัง ไม่กล้าเคลื่อนไหว อย่างน้อย ก็ไม่มีหมายสังหารตัวเรียวเฮออกมา ฉลาด แหลมคม สมแล้วที่เป็นคนๆนั้น เป็น...

ดาบ

ที่ถูกชักออกจากฝัก

“ ประกายนั่น คมกล้าจนแสบตา....” เด็กหนุ่มพึมพำ สายตามองลอดออกไปภายนอกบานหน้าต่าง มีเพียงสายฝนที่ตกพร่ำ กระจกกั้นที่ราวกับกรงขัง แต่.....เขาน่ะ อยากบินออกไปรึเปล่า

“ รุ่นพี่.......” เสียงฝีเท้าคนเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง ดวงตาสีดำบ่ายไปทางหน้าประตู รอคอยให้มันเปิดออก เสียงประตูลั่นที่แสนธรรมดา หากแต่เพลานี้นั้น กลับเยียบเย็นเข้าหัวใจ “ กลับเร็วจังนะครับ” คำทักทายบอกกล่าว เพราะรู้ว่าฝ่ายที่จะปรากฏตัวนั้นคือใคร

“ นายก็อยากรู้อยากเห็นเสียเหลือเกินนะ” ชายหนุ่มบอก ก่อนจะพาดเสื้อสูทตัวนอกกับเก้าอี้ยาว และหยิบรีโมทขึ้นปิดโทรทัศน์

“ ดีใจด้วยครับ แผนการของรุ่นพี่สำเร็จแล้ว” ยามาโมโตะบอก หากแต่ทันใดนั้น ฝ่ามือหนาของอีกฝ่ายกลับผลักเขาล้มลงบนเตียง ที่คร่อมร่างอยู่คือ ซาซางาวะ เรียวเฮ ที่ปั้นหน้าบึ้งตึงแสดงอารมณ์ว่าไม่อยู่ในภาวะปกติเท่าใดนัก

“ อย่าสู่รู้เรื่องของฉันนักเลยน่ะ ทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่มเท่านั้น!” ทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่ม การแก้แค้น ละครฉากนี้เพิ่งจะเปิดม่าน “ ฉันใช้นายกับเจ้าดีโน่ ! และก็จะใช้นายให้เป็นประโยชน์เท่าที่ฉันอยากใช้! จงตกนรกโลกันต์ ไม่ได้ผุดได้เกิดไปชั่วชีวิตซะเถอะ!” ตะคอกใส่ไปแบบนั้น แต่ที่เจ็บคือตนเอง เหนื่อยอ่อนจนปวดหัว ในขณะที่ กำลังเป็นแบบนั้น มือทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มกลับแนบลงที่ข้างแก้มของเขา

“ อย่างที่พี่บอก ผมเป็นหนี้ชีวิตของพี่” ปลายนิ้วของยามาโมโตะเกลี่ยใบหน้าของชายหนุ่ม แช่มช้า เนิบนาบ รั้งรอและพาฝัน ดวงตาที่สบประสาน มีเพียงความเจ็บปวดที่รุมเร้ารัดรึง ริมฝีปากของชายหนุ่มแนบชิดลงมา คลับคลายคำบอกลาอันแสนเศร้า

“ ดีโน่จะต้องฉีกนายเป็นชิ้นๆแน่ สายของฉันบอกว่าเจ้านั่นหลงนายอย่างกับอะไรดี แต่ นายตอนนี้......” นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะจุมพิตลงที่หางตาของอีกฝ่าย “ นายเป็นของฉัน” ดังนั้น ฉันจึงมีสิทธิ ....ช่วงใช้นายตามแต่ใจคิด

“ ครับ” หลับตาลง ไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยให้รสจูบระบายทั่วใบหน้า มีเพียงตัณหาราคะที่โถมทา ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้ชื่นชอบหรือเกลียดชัง ไม่ได้รู้สึกว่าสะอาดหรือสกปรก แค่นอนเฉยๆก็พอ แค่ปล่อยให้โอบกอด หากการที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้จะช่วยให้คลายทุกข์ ช่วยให้หายหมองเศร้า ช่วยบรรเทาความเคียดแค้น ช่วยให้ ณ เสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาได้พบกับซาซางาวะ เรียวเฮ คนเดิมที่เคยรู้จัก นั่นก็....พอแล้วล่ะ


เสียงหอบกระเส่าลั่นกระซิบตัดกับความวังเวงและเสียงฝนจากภายนอก ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของความสัมพันธ์บนเส้นขนานที่ดำเนินต่อไป สัมผัสกายที่ได้เพียงการลูบไล้ภายนอก จูบที่มีค่าเท่ากับการกระหวัดลิ้นแลกเปลี่ยน ไม่กล้าสบตากันอีก ไม่กล้าพูดจาให้มากความ การล่วงล้ำก้าวเกินที่แค่ระบายความปรารถนา แล้ว.....

มันมีค่า

ที่ตรงไหนกัน

...............................

......................


ดีโน่เปิดประตูรถออก ก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้านของตระกูลยามาโมโตะ ประตูเปิดออกพร้อมกับเด็กหนุ่มในชุดยูคาตะสีขาว ใบหน้าเรียบเฉยหมองมัว หากแต่ก็ยังพยายามจะส่งยิ้มรับทักทายให้ตามมารยาท อย่างที่ บิดาของเขาเคยบอก อย่างที่ยามาโมโตะ สึโยชิพูดอยู่เสมอ

คุณค่าของเรา

คือการถูกใช้


“ ยินดีต้อนรับครับ คุณดีโน่” ยามาโมโตะ ทาเคชิ เริ่มต้นบทสนทนา ชายหนุ่มชาวอิตาลีโบกมือให้โรมาริโอ้กลับไปได้ ช่วงเวลาต่อไปนี้ ก็คือเวลาของเขากับเด็กหนุ่มตรงหน้า

“ ควรจะบอกว่า ยินดีที่เธอกลับมาอย่างปลอดภัย หรือจะบอกว่า.....” ดวงตานั้นยังระรื่นตา หากแต่น้ำเสียงกลับพลันกระด้างชา สองมือผลักอีกฝ่ายติดกับประตูบ้านที่เปิดค้างอยู่ ก่อนจะทึ้งกัดริมฝีปากที่อ่อนวัยนั้นจนช้ำเลือด แนบข้างของปลายลิ้นที่มีเพียงบาดแผล มือหนาที่ช้อนปลายขึ้นและบีบแรงจนต้องนิ่วหน้า

“ ค...คุณ ดีโน่...”

“ อยู่กับชู้รักคนนั้น มีความสุขดีมั้ย ยามาโมโตะคุง” น้ำคำที่บาดลึกถึงหัวใจ สำหรับผู้ฟัง แม้ไม่ได้ปฏิเสธออกไป แต่ก็ใช่ว่าจะยอมรับ เด็กหนุ่มยังคงยืนนิ่งก่อนจะโปรยยิ้มให้อย่างใจเย็น สองมือประคองศีรษะชายหนุ่มให้แนบชิดลงมาที่ซอกคอของตนเอง

“ แล้วคุณ ไม่ได้มาที่นี่....เพราะเรื่องนั้นหรือครับ” นั่นล่ะ ถูกต้องที่สุด ยามาโมโตะรู้ เขาไม่ได้เศร้าสร้อยกับท่าทีของเรียวเฮจนลืมไปหรอกว่า เขายังคงต้องการดีโน่ เพื่อให้ซาวาดะ อิเอมิทสึคลั่งจนบ้า เพื่อให้ ยามาโมโตะ สึโยชิต้องเจ็บปวด บุตรชายของท่านวองโกเล่รุ่นที่เก้าคนนี้....มีค่าควรเดิมพัน

“ ต้อนรับฉันหน่อยสิ พ่อนกนางแอ่นของฉัน” ฝ่ายชายหนุ่มนั้นฉีกยิ้ม อาจจะไม่พอใจที่เด็กหนุ่มมีทีท่าไม่สนอกสนใจอะไร แต่ว่า...ยามที่เจ้าวิหคแสนเย่อหยิ่งนี่ต้องร้องครวญครางใต้ร่างเขา นั่นต่างหากที่เป็นของตาย ไพ่ใบนี้ ......เขายังคงเหนือกว่า

ใครจะ

ปิดเกม


ในบ้านนั้นเงียบสงัด เนื่องจากฝ่ายบิดาออกไปพบใครบางคน ดังนั้นสิ่งที่ยามาโมโตะ ทาเคชิ เลือก ก็คือการเปิดไฟเพียงแสงสลัวทั่วบ้าน ยามที่ได้ยินเสียงฝนสาดกระหน่ำ คือความพึงใจที่พอเพียง หากแม้นว่าไม่อาจเลือกอะไรได้ดั่งใจ ก็ขอเพียงเสียงนี้ ที่จะดังก้องอยู่ทั่วทุกขณะค่ำคืน

“ เชิญครับ” ประตูห้องเลื่อนเปิดออก ห้องแบบญี่ปุ่นที่มีฟูกผืนเดียว กับบานกระจกที่แลไปเห็นสายฝน ดีโน่นั่งลงกับฟูก ก่อนจะยื่นมือออกให้อีกฝ่าย

“ ช่วยฉันหน่อยสิ ให้สมกับที่ฉันซื้อเธอมาด้วยตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีของซาซางาวะ เรียวเฮ” ชายหนุ่มบอก และแน่นอนว่ายามาโมโตะก็ยังคงนิ่งเงียบ “ ฉันไม่รู้ว่าเธอคิดหรือวางแผนอะไรอยู่ แต่ก็คงไม่อยากให้ซาซางาวะ เรียวเฮเป็นอะไรไปตอนนี้ใช่มั้ยล่ะ”

“ สมกับเป็นคุณดีโน่นะครับ ไม่เคยเสียเปรียบเลยสักครั้ง” เด็กหนุ่มนักดาบว่าพลางสอดมือใต้สาบเสื้อเชิ้ตของฝ่ายตรงข้าม กระดุมถูกกลัดออก พร้อมกับฝ่ามือที่ไล่ลูบทั่วแผ่นอกของดีโน่ สำหรับม้าพยศแห่งวองโกเล่ เวลานี้ นี่คือปลายนิ้วที่เขาฝันหา การโลมเล้าจากวิหคตัวน้อยที่แลเห็นในวันวาน

“ เธอก็เหมือนกัน” โน้มร่างลงมา และจูบประทับบนริมฝีปากที่เผยอรับอย่างไม่มีเกี่ยงงอน รสเลือดและคาวโลหิตหลอมรวม ชายหนุ่มเลียทั่วใบหน้าที่นิ่งงัน มอบสัมผัสเรื่อยลงมาถึงลำคอระหง ก่อนที่จะเอื้อมมือสอดใต้ชายยูคาตะ ช่วงขายาวที่เรียบลื่น อาภรณ์ที่มีไว้เพียงเพื่อเร้าให้สุขสม

“ ขอให้ผมช่วยคุณนะ” ยามาโมโตะบอก ก่อนจะรั้งเสื้อของชายหนุ่มออก ปลายลิ้นของเด็กหนุ่มกระตุ้นไหวที่ยอดอกของผู้ท้าพนัน เร่งเร้าให้เกิดจิตปฏิพัทธ์ คาดหวังให้ค่ำคืนที่บ้าบอนี้จบสิ้นลงเสียที ไม่ได้สนุกนักหรอก กับการให้ใครก็ได้มากอดก่ายอยู่ต่างหมอนทุกวันคืนน่ะ โสโครก ขยะแขยง ไม่ว่าจะเป็น ซาวาดะ อิเอมิทสึ หรือดีโน่ ไม่สิ...รุ่นพี่ซาซางาวะ ก็ด้วย ธาตุแท้ของมนุษย์ มันก็แค่สัตว์เดรัจฉานที่แค่เหยียดมองก็เกินทนแล้ว

“ อืม....ต่ำลงมาอีกสิ ทำให้ฉันพอใจ มากเท่าที่เธอทำได้” มือขยุ้มเส้นผมสีดำ ก่อนจะดึงร่างนั้นให้เข้ามาแนบกาย วาดหวังไว้อยู่ หากแต่ เด็กหนุ่มกลับไม่ปฏิบัติตามอย่างใจคิด ยามาโมโตะนิ่งไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

“ คุณคิดว่า จะได้ดั่งใจทุกอย่างรึไง” เด็กหนุ่มถาม ในขณะที่ชายหนุ่มเชยคางของเขาขึ้นจ้องมอง

“ กำลังอายสินะ เธอน่ะ” คำหยอกเย้าที่ทำเอาใบหน้าเรียบนั้นขึ้นสีชาด ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบาๆของชายหนุ่มที่กลับมาเป็นผู้คุมเกมในทันใด ม้าพยศแห่งวองโกเล่รั้งร่างนั้นเข้ามาแนบชิดก่อนจะโอบกอดและจุมพิตบนใบหน้าอีกครั้ง แม้จะรู้จักกับกามตัณหา แต่เด็กตรงหน้าก็ยังไม่คุ้นชินจนเชี่ยวชาญ ยังคงเป็นนกสีขาวที่แลเห็นในวันวาน สวยและงามสง่าในแบบของตนเอง “ ออกจะรุนแรงไปหน่อย แต่ฉัน ......อยาก..” แว่วเสียงวอนขอแกมบังคับ ร่างของเด็กหนุ่มถูกผลักลงบนฟูกขาว ร่างของชายหนุ่มโถมทับ พร้อมกับรอยจูบที่ไล่ละเรื่อยลงมาจากช่วงอกถึงต้นขาด้านใน ฝ่ามือใหญ่ปรนเปรอลูบไล้ จนคนในวงแขนต้องซุกใบหน้ากับฟูกนอน ท่าทียวนยั่วระเริงใจพลันหายไปสิ้นในยามที่ถูกล่วงเกินอย่างต่อเนื่อง

“ อื้อ....” กัดริมฝีปากตนเองจนเลือดระริน คาวโลหิตกับคราบคาวกามรมย์หลั่นล้น ปลายนิ้วของคู่ร่วมกิจยิ่งสอดเร้า เฉกเช่นหัวใจที่เริ่มสั่นไหว ลึกขึ้นจนปวดปลาบ ประดังเข้าจนร้อนเร่า เล็บมือจิกลงกับเบาะนุ่ม ขยำจนยับยุ่ย ถูกดึงรั้งขึ้นจูบซ้ำๆที่ริมฝีปากจนช้ำชอก หากแต่สมองกลับเมามายไร้ความรู้สึก

“ ดื้อไม่ออกอย่างนั้นน่ะรึ ยามาโมโตะคุง” เจ้าหนูน้อยที่สาบานภักดีกับวองโกเล่ เจ้าเด็กดื้อที่รังแต่ทำให้พึงพอใจด้วยความเย่อหยิ่งและสับสน ฉันพอใจเธอ ฉันต้องการเธอ ครั้งนี้คือร่างกาย แต่สักวัน.....

“ ค คุณ ดีโน่...” เสียงหอบกระเส่าพร่าเลือนเสมือนหนึ่งเรียกร้องให้เข้าหา มือขวากระตุกสายโอบิหลุดลิ่ว ก่อนจะรั้งให้ชายหนุ่มยิ่งแนบแน่นเข้ามา ไม่นานช้า ความรู้สึกพลันเต็มตื้นอึดอัด ส่วนของร่างกายของฝ่ายตรงข้ามละเมิดล้ำเข้ามาจนลึกล้ำ เคลื่อนไหวเชื่องช้าบางเบา หากแต่สร้างความรัญจวนเหลือประมาณ เสียงร้องครางเข้าใบหู พลันกลับแปรเป็นกรีดร้องดังลั่น เมื่อดีโน่กระแทกร่างเข้าอย่างรุกรานรุนแรง ทั้งหอบหายใจ กรีดร้องก้องหู ร่างทั้งร่างแอ่นกายตอบรับดั่งคำเชื้อเชิญแสนหวาน

“ ใครดีที่สุดกันนะ หืม....” เสียงกระซิบข้างหู หากแต่ยามาโมโตะมิได้ตอบรับ เนื่องจากสติที่ควรจะหลงเหลือกลับค่อยลางเลือนแลหาย ใบหน้าคนตรงหน้าซ้อนทับกับใครบางคนในความฝัน ภาพ....

“ อา....” มีเพียงเสียงครางที่แว่วหวานผ่านหู ในห้วงลึกของสามัญสำนึกอาจเจ็บปวด แต่ในภาพที่ฉาบหน้า นั่นคือการกระหวัดเกี่ยว ที่สุขสมเพลินเพลิด เสียงฝนยังคงเข้าโสตประสาท ได้ยินอยู่ทุกครา วาดหวังเหลือเกินว่า จงตกอยู่ร่ำไป


โปรยปรายจากฟ้าไกล

หลั่งรินไหลปลอบประโลม

ความเศร้าที่ถาโถม

จักพรั่งพรูเป็นน้ำตา




จบตอน


มาคุยกันเถอะค่ะ ( คอมเมนต์ถัดไป คุย+ประกาศ )


Last edited by ruk21us on 05 Sep 2008, 14:09, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9 ... 12  Next


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: