Login |  Register




Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next
Author Message
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 14 Sep 2008, 23:23 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
มันคือความจริงอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับตระกูลมายาโมโตะ ตระกลูนี้ต้องสาปหรือไงกันน่ะ ทั้งพ่อทั้งลูกต้องประสบแต่ความเลวร้าย ซึ่งต้นเหตุไม่ใช่ใคร จากจากไอ้คุณอิเอมัตสิทั้งหมด โอ๊ก!!!!!!!!! หลังๆมานี้เริ่มคิดในแง่ร้ายกับอิเอมัตสึขึ้นจบเลย เล่นเสียครอบครัวเขาพังพินาศไปจนหมด ชอบนานะมาก เป็นน้องสาวที่ดีมากๆ ทำเพื่อพี่ชายได้อีก ปัจจุบันยังอยู่อีกไหมค่ะ?~ ชอบชามาลขึ้นจมเลย นายทำเพื่อสึโยชิได้มากจริงๆ ยอมตายเพื่อให้เค้ามีความสุข แต่ผลกลับออกมาไม่ใช่ แล้วทาเคชิ ช่วงวัยรุ่นฮอร์โมนรุงแรงสิน่ะ เค้าเรียกว่าอะไรน่ะ ชั้งมันเถอะ ชอบประชดประชัน ตอนที่เก้านี้เป็นตอนก่อนตอนแรกหรือปล่าว เหมือนทาเคชิจะรู้จักกับพ่อของตัวเองในอีกด้าน เพราะงั้นถึงไปหาอิเอมัตสึ จะแย่งเขามาจากพ่อ ตอนนั้นยามะรู้จักกับเรียวเฮแล้ว งง!!! เออผ่านๆล่ะกัน แล้วเจอตอนที่สิบ ยามาโมโตะ!!~ นายจะไปช่วยเขาทำไม มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ นายจะซื่อสัตย์เกินไปแล้ว โอ้!!!! และแล้วอิเอมัตสึก็ฆ่าทาคาโกะ

สงสัยเล็กน้อยถึงปานกลางค่ะพี่รัก สึโยชิกับทาคาโกะอยู่กินกันฉันสามีภรรยามาได้สักพักแล้ว แต่ทำไมพวกเค้าถึงเรียกอีกฝ่ากันว่า "คุณ..." ซึ่งให้ความเคารพแก่กันมาก แปลกค่ะ

ส่วยส่วนไมค์ ของให้ PM มาด้วยค่ะ ต้องการเช่นกัน
แต่ที่จริงแล้วไม่ต้องในส่งไปทางนั้นก็ได้ ซึ่งผู้ตอบรับทุกคนต้องยืนยันที่จะรับมาอยู่แล้ว ให้ี่ส่งไปให้ทุกคนมันก็เหนื่อยเปล่าค่ะ มันหลายคนด้วย เพราะคนเลือกจะอ่านฟิกนี้มันต่อเรื่อยๆนั้นจะต้องรับได้แน่นอนกับความดิบเถื่อนและดาร์กที่พี่ตั้งใจนำเสนอ และคนที่รับมันมาแล้ว มากกว่านี้มันก็ไม่ยากนักหรอกค่ะ แถมเต้นตื่นน่ะค่ะเนี้ย รุนแรงกว่านี้เยอะ ถ้าไม่ได้อ่านก็คงค้างคาใจไปนานเลย
อีกเรื่องนึง สำหรับเรื่องหนังสือที่พี่จะรวมเล่ม น่าซื้อน่าสนและน่าเก็บค่ะ อยากทราบเรื่องส่งทางไปรษณีย์ และอยากเรื่องความแหลมของรูปที่ปรากฏในเล่ม และจะตอบรับอีกครั้งค่ะ

ปล. ขอโทษที่ไม่ได้เมนต์ทุกตอนค่ะ

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 15 Sep 2008, 10:27 
User avatar
Joined: 18 Apr 2008, 14:15
Posts: 268
หลังไมค์ด้วยคน นะ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 16 Sep 2008, 22:29 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1285
อ่านจบแล้วก็ต้อง....
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
สงสารคุณพ่อสึโยชิเจ้าค่า!!!!!!!!!!!!!
สรุปเจ้าอิเอมิทสึนี่ตัวต้นเหตุทุกอย่างใช่ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยกาอ่านเรื่องของคุณพ่อสึโยชิต่อเจ้าค่า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 17 Sep 2008, 01:25 
User avatar
Joined: 06 Jul 2008, 22:38
Posts: 166
T T ไม่ไหวแล้ว จิตหลุดหลังได้อ่านพีเอ็ม

กะแล้วว่ามันต้องลงเอยแบบนี้ สันดานอสรพิษไว้ใจไม่ได้

แต่ก็อยากเชื่อ เชื่อว่าสหายคนเดิมที่ตนเองเคยรู้จักนั้นกลับมาแล้ว

แต่สิ่งที่ได้รับเป็นรางวัลความภักดีกลับเป็นความผิดหวังและ ความตายของผู้เป็นที่รัก

รู้สึกว่าตอนหน้าคงเป็นตอนของยามะสินะคะ(เดาสุ่ม)สังเกตว่าลงสลับกันระหว่างเรื่องของคนพ่อกับคนลูก

ยังยืนยันคำเดิมว่าอยากให้ยามะรอดพ้นชะตากรรมนี้ไปได้ เพราะดูเหมือนปะป๊าสึโยปลงตกไปเรีบร้อยแล้ว เศร้า

มาต่อเถิดนะคะ ก่อนคนอ่านตาดำๆคนนี้จะลงแดงตาย :oops:

********************************************************************

edit
ส่วนเรื่องถามความเห็นว่าควรลง"ตอนนั้น"ในรวมเล่มด้วยไหม เราก็เห็นด้วยกับทุกคนนะคะ

ว่าถ้าไม่ลงปมต่างๆในเรื่องมันจะไม่กระจ่าง เสียดายมากๆค่ะถ้าจะไม่ลงส่วนนี้ลงไปด้วย

เพราะในความเห็นเราความรุนแรงในเรื่องนี้มันคือจักรกลชิ้นสำคัญที่เป็นตัวดำเนินเรื่องโดยแท้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของท่านรักด้วยล่ะนะคะ^ ^"


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 18 Sep 2008, 20:20 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Part 11 When the Storm Begin


สายฝน เสียงฟ้า ก่อกำเนิดเป็นพายุคลั่ง วันเวลาของการหยุดนิ่ง และจ่อมจมลงในทะเลแห่งความชอกช้ำปวดร้าวนั้นควรจบสิ้น ต่อให้ต้องฝ่าคลื่นลมแรง หรือบาดลึกในหัวใจอย่างมิอาจเยียวยา แต่ก็....ต้องขวนขวายก้าวเดินไปเบื้องหน้า แม้น้ำตานั้นคงจะไหลอยู่เรื่อยไป แม้ความเหนื่อยล้านั้นคงมิอาจแลหาย เฝ้าเพียรภาวนา

สิ่งที่พันธนาการตัวตนนั้นไว้

จักแลหายในสักวัน



กาแฟรสขม กับ ขนมปังสองแผ่น อาหารง่ายๆของใครสักคนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาให้เคยชินกับวัฒนธรรมแบบตะวันตก ดวงตาสีน้ำตาลบ่ายมองข่าวภาคเช้าจากโทรทัศน์ ก่อนจะยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น เรื่องที่ควรเกิดก็คงต้องเกิด เรื่องที่ควรเป็นไปก็ต้องเป็นไป ก็เหมือนท้องฟ้ายามนี้ ที่มืดครึ้ม และพายุเตรียมกระหน่ำลง

“ ถ้าฝ่าลมฝนไปได้ ก็จะพบฟ้ากะจ่าง...คำพูดน้ำเน่าชะมัด” เสียงนุ่มรำพึงกับตนเอง ก่อนจะจิบกาแฟอีกครั้ง ภาพบนจอโทรทัศน์ ข่าวการวางเพลิงเผาโกดังเก็บของท่าเรือ แต่กลับกลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อปรากฏว่าดันเกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น เนื่องจากมีการซุกซ่อนอาวุธสงครามมาในคอนเทนเนอร์ที่นำเข้ามาจากแถบตะวันออกกลาง และบริษัทนำเข้านั่น ก็คือบริษัทในเครือของ...ตระกูลซวาดะ

“ ดูข่าวแบบนั้นแต่เช้า มันสนุกตรงไหนนะ” ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับชายในชุดสูทสีเข้มที่เดินเข้ามาอย่างองอาจ รอยยิ้มของผู้ชนะฉายชัด

“ ตอนที่ชมภาพยนตร์น่ะ อาจจะหัวเราะหรือร้องไห้เวลาชม แต่เวลาได้ดูเบื้องหลัง มันก็น่าสนใจไม่หยอกใช่มั้ยล่ะครับ ท่านผู้ช่วยรัฐมนตรีซาซางาวะ” เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“ ที่เข้มข้นในตัวคุณนี่ คือเลือดของตระกูลซาวาดะ หรือยามาโมโตะกันแน่นะ คุณวองโกเล่รุ่นที่สิบ ” ซาซางาวะ เรียวเฮเอ่ยถาม จ้องใบหน้าอีกฝ่ายตรงๆ เมื่อนึกถึงว่าคนตรงหน้ามีสายเลือดเดียวกับคนที่ตนคะนึงหาก็อดไม่ได้ที่จะนึกแค้นใจปนโศกเศร้า

“ ไม่ว่าจะเลือดสายไหน นั่นก็ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคุณสักหน่อย” ซาวาดะ สึนะโยชิวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ ก่อนจะฉีกยิ้มให้กลับคืน “ ที่จะนำโชคให้ตระกูลซาซางาวะ ไม่สิ ให้กับซาซางาวะ เรียวเฮน่ะ คือนกนางแอ่นตัวสวยของคุณต่างหาก”

“ ไม่ใช่ว่า...คุณเองก็รอโชคอยู่เหมือนกันหรอกรึ” คำย้อนคำ หวนรำลึกถึงคืนวันที่เด็กหนุ่มคนนั้นมาปรากฏตัวต่อหน้า ความแค้นไม่อาจสร่างซา หากแต่ความรู้สึกและผลประโยชน์นั้นก็ทับซ้อนจนยากปฏิเสธ ดวงตาสีนิลที่แสนคิดถึง คำพูดมากมายที่อยากเอื้อนเอ่ย แต่นั่น.....

เราต่างก็ควร

ลืมมันเสียเถอะ



ฟ้าแดงฉานและลมกำเนิดแห่งพายุนั้นโหมพา ในคฤหาสน์ที่มีเพียงผู้คนเดินไปมาอย่างสับสน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเปิดประตูเข้ามากลางห้องโถงใหญ่ กลุ่มคนทั้งมวลพากันหลีกทางเป็นสองฝั่ง เปิดทางให้กับผู้มาเยือนผู้ทรงอำนาจ ชายผู้มาใหม่ก้าวขึ้นไปบนพื้นยกระดับ และนั่งลงที่เก้าอี้กลางห้อง เก้าอี้ทอง ของผู้เป็นราชันย์แห่งโลกมืด สัญลักษณ์แห่งอำนาจของ...วองโกเล่

“ อยากจะขอให้ท่านลุกขึ้นนะครับ ท่านอิเอมิทสึ” หนึ่งในผู้อาวุโส ณ ที่นั้นบอก เนื่องจากแม้ชายผู้นี้จะมีศักดิ์เป็นทั้งบุตรชายคนโตของวองโกเล่รุ่นที่เก้า และ บิดาแท้ๆของวองโกเล่รุ่นที่สิบ หากแต่นั่นก็มิได้หมายความว่า คนผู้นี้คือเจ้านายใหญ่แห่งตระกูล

“ ทำไมล่ะ” ซาวาดะ อิเอมิทสึถามพร้อมใบหน้าขมึงทึง ใช่ว่าจะไม่รู้ความคิดความเห็นอีกฝ่าย แต่เวลานี้ มันก็สมควรที่จะเป็นเวลาแห่งการฉกชิงช่วงคืน “ จะบอกว่ามีคนอื่นที่เหมาะสมยิ่งกว่าฉันอีกรึไง” คำตอบนั่นทำเอาคนในห้องนั้นนิ่วหน้า สายตานั้นระแวดระวังและลอบสบตากันอยู่เป็นระยะ

“ ท่านวองโกเล่รุ่นที่สิบ เพียงแต่หายตัวไป ท่านอิเอมิทสึ นั่นคือความจริงที่ขณะนี้พวกเราทุกคนยอมรับ” กว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่เด็กหนุ่มผู้เป็นผู้นำนั้นสาบสูญ บ้างก็ว่าหนีภัย บ้างก็ว่าตายจาก แต่ตราบใดที่ยังไม่พบแม้ซากร่าง ก็จะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง

“ ดังนั้นฉันที่เป็นพ่อของเด็กนั่นก็คือทายาทที่ถูกต้องชอบธรรม ถูกมั้ยล่ะ ท่านผู้อาวุโส บอกมาซิว่า ใครในที่นี้ ที่ไม่เห็นดีด้วยน่ะ” เสียงเยียบเย็นพร้อมกับแววตาเอาเรื่องที่ดุดัน สมกับเป็นพญาราชสีห์แห่งวองโกเล่ หากว่าได้พูดไปถึงขนาดนี้แล้ว ใครที่บังอาจยกมือขึ้นขวาง มันก็สมควรจะต้องถูกลงทัณฑ์

“ อะ เอ่อ..” นี่คือ การยึดอำนาจปกครองอย่างนั้นน่ะหรือ “ นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องนะครับท่าน..อะ!” ก่อนที่ชายคนเดิมจะได้อ้าปากอธิบายเหตุผล ฉับพลันกระสุนปืนลูกโม่กลับลั่นทะลุกลางหน้าผาก เลือดพุ่งทะลักสาดกระจายเต็มผืนพรม ก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงพื้น ที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังบัลลังก์ราชาคือกลุ่มบอร์ดี้การ์ดนับสิบในชุดสูทสีดำ พร้อมกับกองกำลังขนาดย่อยที่พังประตูเข้ามาและเข้าควบคุมตัวสมาชิกระดับสูงขององค์กรไว้อย่างเฉียบขาด

“ ท่านอิเอมิทสึ!” เสียงตะโกนถามดังกระหึ่ม หากแต่กลับพอเดาเรื่องราวออกได้ไม่ยาก

“ ไหนลองบอกซิว่า ใครที่มีอำนาจสูงสุดในที่นี้!” คำประกาศชัยชนะดังกึกก้อง พร้อมกับความมืดหมองของท้องฟ้าและสายฝนพรำ ช่วงชิงอำนาจคืนกลับ สิ่งที่ปรารถนาจะได้รับ ก็จักกลับมาสู่กำมือของผู้คู่ควร “ ประกาศออกไปให้ให้ทั่วเรื่องการตายของวองโกเล่รุ่นที่สิบ อีกหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ซาวาดะ อิเอมิทสึ จะจัดงานเฉลิมฉลองให้กับตำแหน่งของ วองโกเล่รุ่นที่สิบเอ็ด!” ไม่ฟังเสียงแม้คำค้านคัด ใครก็ตามที่ขัดขวาง มันจะต้องพินาศ


ข่าวการยึดอำนาจของ ซาวาดะ อิเอมิทสึ และการตั้งตนเองเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบเอ็ดนั้นนับว่าเป็นการท้าทายอย่างยิ่งยวดสำหรับบุคคลสองกลุ่ม หนึ่งคือกลุ่มคนที่หนุนหลังวองโกเล่รุ่นที่สิบที่สาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย อีกหนึ่งคือผู้แบ่งส่วนอำนาจหนึ่งในสาม น้องชายต่างมารดา อาชาพยศแห่งวองโกเล่ ....ดีโน่

“ อย่างที่ทายกันนั่นล่ะ พี่ชายฉันนี่ชั่วร้ายจริงๆสิน่า” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ขณะที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงในยามที่ได้ฟังรายงานผ่านอินเตอร์โฟนจากโรมาริโอ้ “ หรือเธอคิดว่ายังไง ยามาโมโตะคุง” เสียงใสหันกลับไปถามเด็กหนุ่มที่นอนเปลือยกายอยู่ข้างตัว ไม่ได้มีรอยยิ้มหรือความเห็นใดๆตอบกลับ เป็นเพียงดวงตาที่มองมาที่เขาอย่างมึนงง หลังจากผ่านการร่วมรักมาตลอดคืนจนถึงเวลาสายของวันถัดมา ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอแม้แต่จะหยัดกายขึ้น

“ คุณ..ดีโน่..” เสียงของนกนางแอ่นตัวสวยที่บัดนี้ดูจะยินยอมให้เขากอดอย่างไร้ข้อกังขา มือใหญ่ของชายหนุ่มแนบแก้มนุ่มก่อนจะจุมพิตลงมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง นึกกระสันอยากเริ่มบทรักบทใหม่ แต่ก็กลัวว่าจะช้ำมือไปเสียก่อน

“ ดีใจจังนะ ในที่สุดก็เป็นฝ่ายมาหาฉันสักที” ดีโน่บอก หวนรำลึกถึงสี่คืนก่อนที่ ยามาโมโตะ ทาเคชิ โทรศัพท์มาหาเขา และเป็นฝ่ายขอให้เขาออกไปพบ ว่ากันตามตรงก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ก็ปรากฏว่า ที่ๆเด็กหนุ่มนัดแนะ คือ โรงแรมหรูใจกลางกรุงโตเกียว พวกเขาทานอาหารด้วยกัน นั่งคุยกัน ก่อนที่จะจบลงที่บทรักอันแสนหวานบนเตียง มันไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆที่ดูเหมือนยามาโมโตะจะมองใครคนอื่นผ่านตัวเขาเสมอ แต่วันนั้น เป็นครั้งแรก ที่ดวงตาของเด็กตรงหน้า...สะท้อนแต่เพียงภาพของเขา พร่ำจูบอย่างไม่รู้เบื่อ กอดก่ายจนเนื้อตัวสั่น แลกสัมผัสซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงครวญครางที่กระสันปรารถนา เสียงหอบเร่าที่คลั่งใคล้เกินพรรณนา ทั้งหมดที่ต้องการ ทั้งหมดที่วาดหวัง

“ พ่อผมพูดอยู่เสมอ... ” ยามาโมโตะตอบ ก่อนจะเอื้อมจับแขนอีกฝ่าย และพยุงร่างตนเองขึ้น ดวงตาประสานกัน พร้อมรอยยิ้มละมุนงดงาม “ คุณค่าของเรา ขึ้นอยู่กับตระกูลซาวาดะ ซึ่งคุณก็ เป็นหนึ่งในนั้น...” ทอดสายตาก่อนจะบรรจงจูบพร่ำบนใบหน้า เฝ้ารอคอยปฏิกิริยาที่คาดหวัง

“ หนึ่งในนั้น....” ดีโน่พึมพำขึ้นก่อนจะช้อนใบหน้าเด็กหนุ่มขึ้นมองให้ถนัดตา ทั้งที่ดูป็นคำพูดธรรมดาสามัญ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสะดุดใจถึงเพียงนี้ “ เธอหมายความว่ายังไง...ยามาโมโตะคุง”

“ ไม่สินะ หากว่า คุณอิเอมิทสึขึ้นเป็นผู้นำตระกูล สิ่งที่เคยมีถึงสาม ก็จะกลับรวมเป็นหนึ่ง” รู้ รู้ตัวว่าตนเองนั้นได้พูดสิ่งใดออกไป เพราะนี่คือการยั่วยุท้าท้าย หากว่าความลุ่มหลงของดีโน่ที่มีมอบให้แก่เขาไม่ใช่สิ่งที่ง่ายดาย หากว่ามันเป็นดั่งที่เจ้าตัวเฝ้าพร่ำว่าในยามที่กอดเขาแนบกายอยู่ไม่ห่างสี่วันสี่คืน เรื่องราวในครั้งนี้....เขาจะต้องเป็นผู้ชนะ

“ จะบอกว่า เธอน่ะ จะทำแบบนี้กับใครก็ได้ที่เป็นผู้กุมอำนาจของวองโกเล่หรือยังไงกัน” ยิ้มเย้ยให้ ไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจในเจตนา สิ่งที่ยามาโมโตะ ทาเคชิต้องการจะสื่อและยั่วเย้า ใครก็ได้ ใครก็ตาม คนซึ่งกุมอำนาจแห่งวงศ์ตระกูล คนผู้นั้นนั่นล่ะคือคนที่คู่ควรแก่การก้มหัวรับใช้ ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ ไม่ใช่ว่าไม่ปรารถนา พ่อนกน้อยแสนงามที่เคยแลเห็น ในยามที่กอดไว้ในอ้อมแขน ถึงจะรู้ว่าจะต้องตกอยู่ในบ่วงเสน่หาที่โง่เขลา หากแต่....

นั่นก็เพราะ

เป็นเธอหรอกนะ



“ ก็คุณค่าของผม อยู่ที่การถูกใช้นี่ครับ และคนที่จะใช้น่ะ ก็คือ...วองโกเล่” นั่นคือคำขาด สำหรับดีโน่ นั่นราวกับคำประกาศเจตนาของฝ่ายตรงข้าม ราวับว่า หากตนนั้นเป็นข้าทาสและต้องถูกใช้ราวสิ่งของ ไม่ว่าจะในฐานะของมือสังหาร หรือในฐานะของคู่นอน คนที่มีสิทธิ์ช่วงใช้ ก็พึงสมควรเป็นผู้กุมอำนาจบัลลังก์ราชาแห่งโลกมืด

“ ทั้งทะเยอทะยาน และเย่อหยิ่ง รู้ตัวบ้างรึเปล่า” คำกระเซ้าบาดใจ หากแต่แววตานั้นยังยิ้มให้ ช่างสมกับที่เฝ้าหวัง ทั้งความหยิ่งผยองและจองหอง นั่นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกเร้าระทึก

“ แต่คุณก็..ไม่ได้รังเกียจไม่ใช่หรือครับ” เด็กหนุ่มย้อน ก่อนจะโอบรอบลำคอชายหนุ่มและประทับจูบลงบนริมฝีปาก ทั้งปลายลิ้นและสัมผัสพัวพันจนกระตุ้นความปรารถนาของชายหนุ่มให้ลุกตื่น ดีโน่เอื้อมมือลูบแผ่นหลังเปลือยนั่นช้าๆ ค่อยๆประคองร่างของอีกฝ่ายนอนแนบลงกับเตียงนุ่ม

“ ฉันรับคำท้านั้นนะ พ่อนกนางแอ่นฟ้าฆาตกรของฉัน” หัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉายรอยยิ้มเหยียดที่แสนถือดี ช่างน่าสนุกนัก คำท้าทายจากเด็กคนหนึ่ง คำขอของคนๆหนึ่ง หากว่าเธอปรารถนาจะเห็นเลือดไหลนอง และฟ้าแดงก่ำแห่งความพินาศล่ะก็ ฉัน..ก็จะเสนอตัวเป็นราชาของเธอให้เอง

แล้วเธอก็

จงเป็นของฉัน

ชั่วนิรันดร์



ความเคลื่อนไหวมากมายเกิดขึ้นในรอบหนึ่งสัปดาห์ ไม่ใช่เพียงรวดเร็ว หากแต่ทั้งเยือกเย็นและร้อนเร่า สงครามแก่งแย่งชิงอำนาจของมาเฟียตะกูลใหญ่ที่ผลสุดท้ายกลับนำพาผู้คนมากมายล้มตายสังเวยชีวิต มีการลอบสังหารซาวาดะ อิเอมิทสึ เกือบทุกโมงยาม เช่นเดียวกับที่ฝ่ายคุณชายรองแห่งวองเล่ถูกหมายหัว พี่น้องร่วมสายเลือดกลับต้องปะทะกันเพื่อผลประโยชน์และเกียรติยศ มาเฟียหลายแฟมีลี่ถูกบีบบังคับให้ต้องเลือก ไม่ใช่เพราะนับถือหรือศรัทธาใครเป็นพิเศษ หากแต่เป็นเพราะพวกเขาไม่สามารถที่จะเป็นกลางได้อีกต่อไป ฝ่ายหนึ่งคือราชสีห์อหังการ ในขณะที่อีกฝ่ายคืออาชาพยศ หากคิดจับปลาสองมือ ไม่ว่าฝ่ายใดได้ชัยหรือเพลี่ยงพล้ำ ผู้ที่ไม่อาจหาญพนันเสี่ยงแต่แรก ย่อมจะต้องได้รับโทษทัณฑ์


หากแต่ไม่ใช่เพียงสงครามภายใน การท้าทายจากภายนอกเองก็ต้องนับว่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากไม่นับการทรยศของนายแพทย์หนุ่มชาวอิตาลีเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่ทำความเสียหายร้ายแรงต่อวองโกเล่สาขาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ครั้งนี้ก็ต้องนับเป็นครั้งที่เรื่องราวไม่น่าเชื่อก่อกำเนิดขึ้นอีกหน การลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าประเทศญี่ปุ่นของบริษัทในเครือของตระกูลซาวาดะถูกตำรวจสืบเบาะแสและเข้าจับกุมได้หลายต่อหลายครั้ง การถอนหุ้นอย่างช้าๆของเหล่าผู้ร่วมลงทุนในเขตเอเชีย และตะวันออกกลาง รวมไปถึงข่าวลือเสียหายมากมายที่นำไปสู่มูลค่าหุ้นที่ตกต่ำที่สุดในรอบทศวรรษของตระกูลวองโกเล่ แน่นอนว่าเบื้องหลังความเสียหายนี้หนึ่งคือปัจจัยภายในเรื่องการชิงอำนาจของสองผู้บริหาร และปัจจัยภายนอก ชายที่อาจหาญท้าทายอย่างบ้าคลั่งไม่กลัวแม้อิทธิพลและความตาย ...ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย...ซาวางะ เรียวเฮ

“ พอผ่านคืนนี้ไป ก็จะเหลืออีกเพียงอึดใจเดียว สิ่งที่ฉันต้องการก็จะมาอยู่ในกำมือทั้งหมด” ชายในชุดสูทสีดำพูดให้แขกอีกคนของเขาในค่ำคืนนี้ฟัง พลางยกไวน์แดงเลิศรสขึ้นจิบอย่างสุขสันต์ แม้จะรู้ว่าพรุ่งนี้ หรือแม้แต่คืนนี้อาจจะมีเรื่องไม่น่าชื่นชมเกิดขึ้น แต่ความวิตกกังวลเพียงเท่านั้น ก็ไม่ได้มากเกินไปกว่าความมั่นใจในตนเองและแผนการที่ตนลงมือวางไว้

“ ...........................” ฝ่ายที่ยืนนิ่งอยู่ข้างประตูมิได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่กำดาบในมือขวาเบาๆ ก่อนจะเหลียวมองท้องฟ้าที่มืดสนิทยามราตรี ดูเหมือนจะมีเสียงฟ้าร้อง และสักประดี๋ยวสายฝนก็คงเทสาด เสียงที่น่าฟัง ความรู้สึกที่สดชื่น จะดีแค่ไหนนะหากว่าคืนนี้จะไม่ต้องมายืนอยู่ต่อหน้าชายผู้นี้

“ นายก็ยังคงไม่พูดอะไรอยู่ดี นี่เป็นการวางตัวแบบมือสังหารมืออาชีพ หรือเป็นการเง้างอนของคนที่สูญเสียความรักกันนะ” ซาวาดะ อิเอมิทสึหัวเราะเบาๆ พลางเดินเข้ามาประชิดร่างในชุดฮาคามะสีดำ นักดาบคนหนึ่งที่ตีสีหน้าเรียบเฉย และไม่แม้แสดงอารมณ์ใดๆ เป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวลานี้ หรือแม้แต่คืนที่เห็นอีกฝ่ายกอดรัดบุตรชายของตนเองกลางสายฝน ดูราวกับว่าความรู้สึกนั้น ได้ด้านชาไปนานแล้ว ด้านชา จนฝ่ายที่ต้องคอยทนกับอารมณ์ที่แสนเยียบเย็นเช่นนี้ วาดหวังจะปลุกเร้าให้สิ่งที่จางหายหวนกลับมาดังเช่นในอดีต

“ ถ้าเป็นเรื่องของทาเคชิล่ะก็ หากว่าเด็กคนนั้นตัดสินใจว่าตนเองทำถูกต้อง ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด” เป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว ด้วยหัวอกคนเป็นพ่อแล้ว คืนนั้น ยามที่รู้ข่าวว่าบุตรชายลงดาบสังหารคน ตนก็ถึงกับนิ่งอึ้งพูดสิ่งใดไม่ออก ได้แต่คิดว่าหากเป็นทางที่ลูกชายเลือก แม้จะย้อมไปด้วยเลือด ก็จะน้อมรับโดยดุษฎี หากแต่บททดสอบไม่ใช่เพียงแค่นั้น ยามาโมโตะ ทาเคชิ ลูกชายที่เป็นแสงสว่าง เป็นความอบอุ่นที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในชีวิต เด็กคนนั้นเลือกที่จะ....ตกลงสู่ความมืด....

“ ใจกว้างจังนะ แต่ทาเคชิคุงน่ะไม่ดื้อนะ ไม่ว่าจะกอดแน่นแค่ไหน ไม่ว่าจะจูบจนริมฝีปากช้ำเท่าไหร่ก็ไม่เคยบ่นว่าฉันสักคำ” โกรธสิ แค้นใจสิ ให้ฉันได้แลเห็นสีหน้าแห่งความรวดร้าวของนายอีกสักครั้ง ฉันที่ฆ่าภรรยาของนาย ฉันที่ทำลายนาย ฉันที่บดขยี้ลูกของนายจนแหลกละเอียด

จงเกลียดชังฉันสิ

สึโยชิ



“ เพราะว่าเขาเป็นเด็ก จึงไม่รู้เลยว่าตนเองนั้นทำเรื่องอะไรลงไป” สึโยชิตอบ อาจเป็นความผิดที่เลี้ยงดูมาอย่างบริสุทธิ์จนเกินไป คิดแต่ว่าอยากให้ยิ้มแย้มเสมอ เป็นเด็กร่าเริงว่าง่าย และสนุกสนาน ไม่ได้รับรู้เลยว่า เวลาที่คนแบบนั้นจมลงสู่ความมืดภายในจิตใจของตนเองแล้ว จะบ้าบิ่นได้ถึงเพียงนั้น “ ถ้าให้ผมพูดล่ะก็ ทั้งคุณ ทั้งคุณดีโน่ ก็เป็นเพียง ของเล่นของเด็กคนนั้นเท่านั้น” ของเล่น ที่เจ้าตัวใช้เพื่อระบายความคับแค้นของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่ได้รัก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ได้หลง ไม่ได้คะนึงหา ไม่ได้รู้สึกอะไรตอบแทน เป็นก็แค่...ของเล่น ของเด็กคนหนึ่ง

“ กล้าดียังไงถึงพูดแบบนั้น!” กล้าถึงขนาดพูดว่าตัว ซาวาดะ อิเอมิทสึ คนนี้เป็นรองเด็กคนหนึ่งงั้นหรือไงกัน

“ คุณอาจจะคิดว่าตนเองเหนือกว่า ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ถ้าคุณ หรือคุณดีโน่สั่งล่ะก็ เด็กคนนั้นก็คงยอมให้พวกคุณกอดอย่างไร้ข้อโต้แย้ง แต่ว่า....นั่นก็เพราะเจ้าตัวคิดว่า..แค่ให้กอดเท่านั้นก็พอ” ถูกต้อง ทาเคชิคิดแบบนั้น ข้อแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างตัวเขากับลูกชาย ระหว่างเขากับอิเอมิทสึการถูกกอดคือความขมขื่น และน่าอัปยศ แต่สำหรับทาเคชิ....ดูท่าจะไม่ใช่แบบนั้น

“ นายพูดอย่างกับว่า ไม้ได้ห่วงชีวิตลูกชายตัวเองเลยสักนิดนะ สึโยชิที่รักของฉัน” ไล้ปลายนิ้วบนริมฝีปากที่เม้มแน่น อยากบดขยี้จูบลงไป ปากที่ถือดีของนาย ความคิดที่อวดดีอย่างไม่รู้จบสิ้นของนาย

“ คุณเองก็เป็นพ่อคน ไม่น่าจะต้องถามเลยนะครับ” ว่าพลางปัดมือใหญ่ของอีกฝ่ายออก ก่อนจะฉีกยิ้มเย็นบนมุมปากให้ “ ขอปฏิเสธนะครับ เชื่อว่าคุณคงอยากใช้ผมทำประโยชน์อย่างอื่นมากกว่าในคืนนี้” ยกดาบขึ้นตรงหน้า เป็นสัญลักษณ์แทนคำพูด ค่ำคืนที่อันตรายที่สุดก่อนพิธี เรื่องอันตรายน่าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน “ ขอตัวนะครับ คุณซาวาดะ” ชายนักดาบโค้งคำนับให้ ก่อนจะเปิดประตูออกไป หากแต่ทันใดนั้น เสียงของอีกฝ่ายพลันดังขึ้นอีกครา

“ ฉันจะกอดนายให้สมอยากในคืนพรุ่งนี้ ยามาโมโตะ สึโยชิ” นั่นคือคำสั่งที่มาพร้อมรอยยิ้มมาดมั่นของผู้มีอำนาจเหนือ

“ หากว่าสั่งมาแบบนั้น ก็จะรับใช้อย่างที่คุณปรารถนา คุณซาวาดะ” ตอบกลับพลางปิดประตูลงอย่างไร้สุ้มเสียง ทิ้งไว้เพียงความคั่งแค้นเจ็บปวดที่เผาคนที่อยู่เบื้องหลังแทบมอดไหม้ เปลี่ยนไปแล้ว สึโยชิที่เขารู้จักช่างเปลี่ยนไปมากจนแทบไม่อาจคาดหมายได้ นิ่งเย็น เฉยชา และอวดดีขึ้นถึงขนาด ถูกต้อง แม้เขาจะลุ่มหลงในความงามที่เลิศล้ำของปักษาที่แสนทะนงตน แต่...

ทำไมถึง

ไม่ก้มหัวให้ฉัน


“ พ่อของเธอนี่ น่าขย้ำขึ้นทุกวันๆเลยนะ ทาเคชิคุง” อิเอมิทสึพูดขึ้น ในขณะที่เด็กหนุ่มในชุดฮาคามะสีขาวก้าวออกมาจากห้องลับอีกทางหนึ่ง ยามาโมโตะ ทาเคชิ ปรากฏตัวพร้อมกับดาบในมือขวา ใบหน้านั้นฉีกยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สาสิ่งใดกับบทสนทนาที่ตนได้ยินได้ฟัง

“ ยิ่งกว่าผมอีกรึครับ คุณอิเอมิทสึ ” ว่าพลางก้าวเดินเข้ามาใกล้ และยกมือซ้ายแนบแก้มสากหนาของชายวัยกลางคนผู้โหยหาอำนาจและราคะ

“ ได้ยินแล้วสินะ พ่อเธอ ไม่ได้ห่วงเธอเลยนี่ ทั้งที่ถ้าเป็นลูกในไส้ ก็น่าจะโกรธหรือหวงบ้างสิน่า” เจตนาสุมไฟอีกครั้ง คาดหวังว่าเด็กตรงหน้าจะอารมณ์ร้อน และคิดอะไรตื้นเขินเหมือนค่ำคืนแรกที่ได้ร่วมรัก ช่างเป็นความดำมืดที่หอมหวาน เป็นรสชาติที่แตกต่าง การได้ข่มเหงสึโยชิ หรือบีบบังคับให้ยอมตาม คือความสุขที่ได้กอดก่ายคนที่ตนรัก แต่การไล่เด็กคนหนึ่งให้จนมุม และแสร้งเอื้อมจับมือที่กำลังพยายามตะกายขึ้นจากเหว ก่อนจะโน้มน้าวให้สมยอมร่วมสังวาส มันช่างเป็นความประทับใจที่ไม่อาจลืมเลือน ไม่ว่าจะเป็นคนไหน นกนางแอ่นที่แสนงดงามและน่าพิศวงคู่นี้ ก็ต้องเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว

“ ผมไม่ได้สนใจพ่อหรอกนะครับ คนที่ทำให้แม่ตาย ก็คือพ่อไม่ใช่รึไง” ย้อนสิ่งที่อีกฝ่ายเชื่อมั่น ให้คำโกหกหลอกลวงนั้นกลับกลายเป็นบ่วงรัดคอผู้เป็นเจ้าของ

“ งั้นก็ดี พ่อของเธอน่ะเป็นพวกชอบเล่นตัว ถึงจะชอบให้พูดจางอนง้อไปบ้าง แต่ในเวลาคับขัน.....เขาก็เลือกฉันยิ่งกว่าใคร เหมือนที่เคยบอก เขาเลือกชีวิตของฉัน มากกว่าชีวิตแม่แท้ๆของเธอ” ยุยงใส่ไคร้ และถมความอาฆาตแค้นให้เกินขนาด เธอเป็นของฉันแล้วพ่อนกน้อย อยู่กับฉัน เป็นของฉัน และจง....ทอดกายของเธอให้ฉันแต่เพียงผู้เดียว

“ งั้นคุณก็ ช่วยรักผมให้มากกว่าพ่อ เป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบเอ็ดให้ได้อย่างที่คุณหวังเถอะครับ เพราะผม....ก็ไม่ได้อยากร่วมเตียงกับคุณสองคนพี่น้องในคืนเดียวกันนักหรอกนะครับ” ฉีกยิ้มให้ ก่อนจะโน้มร่างอีกฝ่ายลงมาจูบแนบริมฝีปาก ปลายนิ้วมือค่อยสอดแนบใต้สาบเสื้อของชายสูงวัย ไล่ระเรื่อยลูบไล้ และแนบเฉียดสัมผัสยอดอกที่ตั้งชันนั้นให้ซ่านเสียว ยวนยั่ว จนฝ่ายตรงข้ามคว้าร่างเข้ามากอดแน่นแนบกาย สอดมือลูบไล้เรือนร่างใต้ชุดขาวของเด็กหนุ่ม กระหายที่จะสอดใส่ร่วมรัก ยิ่งแลเห็น ก็ยิ่งมุ่งมาดปรารถนา

“ ไม่กลัวคนบุกเข้ามาทำร้ายรึครับ” ยามาโมโตะถาม หากแต่กลับวางดาบลงข้างเตียง มือซ้ายดึงชายชุดของตนเองออกลุ่ย ในขณะที่มือขวาสอดเข้าใต้เนื้อผ้าของตน ดึงคอเสื้ออกเผยให้เห็นไหล่มนและแผ่นอกที่กระเพื่อมไหวน้อยๆ ราวกับเชื้อเชิญให้สัมผัส

“ หมายความว่ายังไงล่ะนั่น” อิเอมิทสึหัวเราะ พอใจกับความโอนอ่อนที่บ้าบิ่นของเด็กหนุ่ม

“ ก็หมายความว่า ผมอยากเล่นกับคุณยังไงล่ะครับ” โน้มร่างอีกฝ่ายลงมา ปล่อยให้ลิ้นที่น่ารังเกียจแลบเลียซุกไซ้กับซอกคอ ยินยอมให้ปลายนิ้วนั่นเล่นไล่กับแผ่นอก เชื้อเชิญให้ลูบไล้ถึงเรียวขาและสะโพก ยังคงแย้มยิ้มให้ ยังคงโอบกอด และร้องครางตามที่ฝ่ายนั้นคาดหวัง ช่างเป็นละครที่น่าเศร้า แต่มันก็กำลังจะจบสิ้นลง ไม่ว่าผลลัพธ์นี้จะออกมาแบบไหน เขาก็ขอพร้อมน้อมรับมัน มันอาจเลวทรามและต่ำช้า เสียศักดิ์ศรีและสกปรกโสโครกจนไม่อาจทานทน แต่.......

การที่ฉันอยากได้รับอิสรภาพ

มันจะผิดตรงไหนกัน


“ มาสิครับ คุณอิเอมิทสึ” เรียวขาเปล่าเปลือยนั้นเชิญชวน พร้อมกับจุมพิตที่แนบให้อย่างหื่นกระหายในรสรัก รอยยิ้มที่แสนเสน่หาและยั่วยวนดูราวไร้พิษภัย ในเวลานั้นเองด้วยทีท่าที่มิอาจแลเห็นสิ่งใด ปักษาสีเลือดแสนงาม ก็ได้สยายปีกและกางเขี้ยวเล็บของมัน พร้อมดื่มโลหิตของผู้เป็นเจ้าของผู้ประมาทเลินเล่อ

“ ฉันรับคำท้านะ” หัวเราะให้ ก่อนจะแยกเรียวขานั้น และดันกายตนเองแนบชิด กระแทกร่างรุนแรงจนฝ่ายเชื้อเชิญกรีดร้องครวญคราง สองมือไขว่คว้า เล็บมือจิกลงบนแผ่นหลังของผู้ล่วงล้ำ แต่ไม่ได้ไล่ปฏิเสธ ยิ่งครางกระเส่า ยิ่งหอบระส่ำไหว การรุกรานนั้นก็ยิ่งหนักหน่วงรุนแรง มีเพียงเสียงกรีดร้องอย่างสุขสมที่ก้องดังไปทั่วราตรี

“ ผมรักคุณนะครับ คุณอิเอมิทสึ” กระซิบบอก พร้อมกับยิ้มให้ หากแต่ในหัวใจ.....มาดหมายมุ่งมั่น

จงพังทลาย

ตายตกตามกัน


Last edited by ruk21us on 18 Sep 2008, 20:26, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 18 Sep 2008, 20:24 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ในขณะที่ทุกอย่างในคฤหาสน์ดำเนินไปตามครรลองของมัน ชายอีกนั่งอยู่ในรถเบนซ์คันงาม พร้อมกับโทรศัพท์คุยกับใครบางคนไปด้วยตลอดเวลา เสียงที่ปลายทางนั้นเรียบเย็น หากแต่ก็แฝงความรู้สึกที่ไม่อาจบอกกล่าว หากจะไปว่า มันคง....คล้ายกับเขา สติสัมปชัญญะที่มีเพียงความแค้นที่สุมทรวง ใครที่แค้นใครคนหนึ่ง และใครคนหนึ่งที่แค้นใครอีกคนหนึ่ง

“ ผมพาเธอออกมาแล้ว ช่วยมารับที่จุดนับพบด้วย” ฝ่ายปลายสายว่า

“ เข้าใจแล้ว คนของผมจะจับตาดูอยู่ห่างๆ ส่วนคุณก็ระวังตัวละกัน” ขับรถอ้อมไปทางด้านหลังของคฤหาสน์ หลบหลีกแผงกล้องวงจรปิดมหาศาล และเวรยามแน่นหนา ซึ่งหากว่าไม่ใช่เพราะความช่วยเหลืออันชำนาญการจากเจ้าของสถานที่แล้วล่ะก็ มีหรือที่คนของเขา และตัวเขา จะทำทุกอย่างได้ง่ายดายปานนี้

“ นั่นเองสินะ” พึมพำกับตนเอง ยามที่เห็นเงาของหญิงสาวที่รอคอยอยู่ใต้ต้นไม้ในที่ลับตาคน สองมือของหล่อนอุ้มบางสิ่งที่ห่อไว้ด้วยผ้าคลุมผืนใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลที่แลเห็นผ่านกระจกนั้น ช่างมืดมัว และมันก็กระจ่างไปด้วยความมุ่งมาดปรารถนาที่จะทำบางสิ่ง เป็นดวงตาที่น่าขยาดกลัว และชวนหวาดผวา ไม่เข้าใจเลยว่า คนผู้นี้ หลบเลี่ยงสายตาเฉกเช่นนี้ไว้ตลอดมาได้เช่นไร

“ ทุกอย่างเรียบร้อย ยามาโมโตะคงจะเบนความสนใจของพ่อไปได้จริงๆ” หญิงสาวบอกเมื่อปิดประตูรถเข้ามา และถอดวิกผมยาวออก

“ เบนความสนใจ....” ฝ่ายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยทวนคำนั้นเบาๆ

“ คิดว่าคงรู้นะว่า หมอนั่นต้องทำยังไง ตาแก่ที่โลภมากปานนั้น สมควรจะได้รับบทเรียนไม่ใช่รึไง” ซาวาดะ สึนะโยชิ ฉีกยิ้มเย็น ไร้ซึ่งความเห็นใจหรือสงสาร สำหรับเขาแล้ว เพียงทุกสิ่งเป็นไปตามข้อแลกเปลี่ยนและผลประโยชน์ที่มีร่วมกัน การลงทุนลงแรงและเสี่ยงภัยร่วมมือเช่นนี้ใครจะเป็นหรือตาย หัวเราะหรือร้องไห้ นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเลยสักนิด

“ เหมือนกันหมดสินะ พวกคุณน่ะ” ซาซางาวะ เรียวเฮแค่นยิ้ม ราวกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ทั้งฝ่ายที่ไม่สนใจแม้ชีวิตคนสำคัญของเพื่อนสนิท และฝ่ายที่ไม่แยแสชีวิตของญาติร่วมสายเลือด

“ ที่สำคัญ...” เด็กหนุ่มเว้นจังหวะ ก่อนจะหันมามองร่างที่นอนนิ่งอยู่กับเบาะ เขาเอื้อมมือไปปลดผ้าที่คลุมใบหน้านั้นออก จึงได้แลเห็นใบหน้าใต้นั้นได้ถนัด หญิงวัยกลางคนผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวย ยิ่งได้แลเห็น ก็ยิ่งพาลให้ปวดร้าวไปถึงขั้วหัวใจ ทั้งเส้นผม ทั้งรูปหน้า ทุกสิ่งที่เหมือนกับเขา “ หมอนั่นเกิดมาได้ เพราะแม่ของผม ถึงเวลาที่พ่อลูกคู่นั้นจะต้องชดใช้คืนแล้ว” ดวงตากร้าวลุกโชน ความอหังการและมาดมั่นฉายแววอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

พอกันที

กับละครที่น่าเบื่อหน่าย


“ ลูกคิดแบบนั้นไม่ถูกนะ...สึนะ” เสียงที่ดังขึ้นตัดความเงียบในชั่วขณะนั้น เสียงของหญิงที่นอนนิ่งราวไร้ชีวิต ที่ขยับเปลือกตาลืมขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน

“ แม่....” เด็กหนุ่มนิ่วหน้า ขัดใจเล็กน้อยในสิ่งที่มารดาพูด หากแต่ก็ยังคงนิ่งเงียบ ถึงอย่างไรแผนการก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปร

“ แม่ไม่รู้ว่าลูกกับทาเคชิคุงคิดจะทำอะไร และก็ไม่คิดที่จะห้ามปรามลูกหากว่านั่นคือสิ่งที่พวกลูกตัดสินใจ แต่ว่า...สึนะ อย่าแค้นคุณลุงกับทาเคชิคุงเลยนะ” ซาวาดะ นานะบอก หากแต่ดูเหมือนคำบอกกล่าวเช่นนั้นรังแต่จะสร้างความไม่พอใจให้กับบุตรชาย

“ แม่เห็นหน้าผมรึเปล่า”

“ สึนะ!” นั่นคือคำตอบของสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องการพยายามอธิบาย สิ่งที่ไม่อาจแก้ไข และไม่อาจหวนคืน

“ รอจนวันที่แม่มองเห็นผมให้ถนัดตา นั่นก็คือวันที่ผมจะอภัยให้พ่อลูกตระกูลยามาโมโตะ!” สึนะโยชิประกาศ พลางเอื้อมปลายนิ้วลูบหางตาของมารดาอย่างแผ่วเบา กลิ่นของแม่ สัมผัสของแม่

“ ลูกแม่...ความแค้นเคือง ไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิตหรอกนะ ทั้งคุณอิเอมิทสึ ทั้งตัวลูก ทั้งทาเคชิคุง....” มันให้เพียงความเศร้า มันมอบให้เพียงความขมขื่น ความเจ็บแค้นและปวดร้าวที่เรียกขานกัน ไม่ใช่หัวใจของตนเองหรอกหรือที่สร้างมันขึ้นมา เวลาที่ผ่านไปท่ามกลางความมืดมิด วันคืนที่ไม่อาจแลเห็นแสงสว่างใด ได้มอบบางสิ่งให้กับชีวิต

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” มือนั้นเอื้อมจับมือซ้ายของแม่ นิ้วนางที่ขาดหายไปยังคงบ่มเพาะความเกลียดชังให้คลุ้มคลั่งอย่างเหลือคณา “ เพราะผมเป็นคนเลือกเองนี่นา” ประโยคสุดท้ายที่เอื้อนเอ่ยแทนความมั่นใจในตนเองที่ล้นปรี่ สำหรับนานะ เธอไม่อาจกล่าวสิ่งใดต่อไปได้อีก คนที่อาจหาญกล้าเอ่ยขึ้นเช่นนี้ แม้จะพยายามพร่ำอธิบาย หรือพูดจาเยี่ยงไร นั่นย่อม...ไร้ความหมาย

“ ตามแต่ใจลูกเถอะ สึนะโยชิ” เสียงนั้นเรียบนิ่งและสั่นเครือในเวลาเดียวกัน สำหรับ ซาวาดะ สึนะโยชิ เขารู้ตัวว่าเดินมาไกลแล้ว รอมาเนิ่นนาน จนโอกาสที่ถามหาหยิบยื่นให้ ตัวเขาที่น่าสมเพชที่ทำได้เพียงเอื้อมมือออกคว้า หากว่ายังไม่ขวนขวาย ก็คงไม่อาจสู้กับเจ้านกนางแอ่นที่น่าขยะแขยงตัวนั้นได้ ไม่อยากแพ้ ไม่อยากนิ่งเฉย โลกที่ตนวาดหวังนั้น ก็จะสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตน

“ ขอบคุณครับ แม่” เสียงอ่อนหวานตอบ และในท่ามกลางบทสนทนาที่หมองเศร้าของสองคนแม่ลูก ชายผู้นิ่งฟัง ก็ต้องขบคิดบางเรื่องเช่นกัน ตัวเขา ......

“ ยามาโมโตะ...” เสียงพึมพำที่บางเบาเกินกว่าที่คนในรถจะได้ยิน ซาซางาวะ เรียวเฮ พร่ำกับตนเอง หวนคิดถึงวันคืนที่ตนเองเฝ้ามองเด็กหนุ่มผู้นั้น อยากมองอยู่เรื่อยไป อยากแลเห็นรอยยิ้ม อยากอยู่ร่วมกันอย่างแจ่มใส เสียงของนาย ลมหายใจของนาย ทุกอย่างที่เป็นของนาย หากว่าลืมความอาฆาตแค้นทุกสิ่งได้ หากว่าตัดใจจากความปวดร้าวได้ง่ายดังที่หญิงผู้นั้นว่า คำพูดนั่น....

ฉันอาจจะ

ได้บอกออกไป



มันคือค่ำคืนที่ไม่อาจบอกได้ถึงความรู้สึก ชายหนุ่มอีกคนยืนมองท้องฟ้าที่ถูกกั้นด้วยกระจกใสด้วยดวงตาที่เย็นเยียบไปแพ้ผู้ใดในเพลานี้ ที่เบื้องหลังของเขา ชายวัยกลางคนยืนนิ่งรอรับคำสั่งสุดท้าย รอคอยเช้าแห่งการตัดสินซึ่งกำลังจะมาเยือน ห้องโถงที่ไร้ผู้คน และคนรับใช้อื่นใด นอกจากพวกเขา

“ ทำไมถึงปล่อย ยามาโมโตะคุงไปล่ะครับ” โรมาริโอ้ถาม ขณะที่ยกชาฝรั่งมาเสริฟ

“ เพราะโดนโน้มน้าวไงล่ะ” ดีโน่ยิ้มให้พร้อมกลั้วหัวเราะ “ถ้าไม่ทำแบบนั้น พี่ก็จะคิดว่าฉันประเจิดประเจ้อไปนิด”

“ ทั้งที่อาจรู้ว่าคุณจะทำอะไรพรุ่งนี้น่ะหรือ” อีกฝ่ายถาม เข้าใจในสถานการณ์ แต่ก็อดจะเหนื่อยกับความเข้าใจของตนเองไม่ได้

“ ฉันยกยามาโมโตะคุงให้อีกคืน เพราะหลังจากพรุ่งนี้ เขาก็จะเป็นของฉันแต่เพียงคนเดียวไปตลอดชีวิต” น้ำเสียงนั้นมีเพียงความมั่นใจ และไร้ซึ่งความหมองมัวใดๆเจือปน

“ เปลี่ยนไปมากเลยนะครับ ท่านดีโน่” ไม่เหลือเค้าเดิมของเด็กหนุ่มที่ร่าเริง และอ่อนโยนที่ตนเคยรู้จักอีกต่อไป ความรัก หรือความลุ่มหลงในบางสิ่งบางอย่าง เปลี่ยนแปลงมนุษย์ได้มากมายถึงเพียงนี้

“ นั่นสินะ แต่ว่า ฉันน่ะ ยังจำวันแรกที่จับปืนได้อยู่เลยนะ” คำพูดสั้นๆ ที่ทำเอาผู้ฟังต้องนิ่วหน้า

“ ผมเองก็จำได้.....”

“ ทั้งที่ต้องฆ่านักธุรกิจคนนั้น แต่ฉันก็พลาด....กระสุนนัดนั้นลั่นผิด” ดีโน่บอก หวนคิดถึงวันนั้นอีกครั้ง วันที่มือของเขาย้อมไปด้วยเลือดเป็นครั้งแรก ความมุ่งมั่นที่จะเหนือกว่า ความปรารถนาที่จะไขว่คว้า ผลักดันตนเองให้ก้าวต่อไป จนไม่อาจจะขลาดกลัวหรือเอาแต่น้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาได้อีก “ มันลั่นถูกเลขาของเขา และผู้หญิงคนนั้นก็ตายคาที่”

“ ครับ”

“ แต่นัดที่สองน่ะ..ไม่พลาดหรอกนะ...” น้ำเสียงเย็นชาราวกับว่ามันเป็นเพียงเรื่องเล่าเก่าที่ผ่านเลย

“ ท่าน...เสียใจรึเปล่า ที่ยิงกระสุนพลาด” อีกคำถามที่แสนสั้นและง่ายดาย หากว่าเป็นเด็กหนุ่มคนเก่าที่ตนเคยรู้จัก ก็หวังไว้ว่าคำตอบนั้นจะเป็นดังที่คาดหวัง

“ ถ้าฉันเสียใจ...ฉันก็คงมาถึงตรงนี้ไม่ได้ การเสียใจภายหลัง จะไม่เกิดขึ้นกับฉันหรอกนะ โรมาริโอ้” ลุกขึ้นจากเก้าอี้นวม รอยยิ้มนั้นหันกลับมาอย่างมาดมั่น สมเป็นอาชาพยศที่ไม่เคยก้มหัวให้กับผู้ใด โลกที่มืดมิด ย้อมทุกสิ่งจนบิดผัน

แม้แต่

ใจคน


“ ผมเองก็เช่นกัน ท่านดีโน่” โรมาริโอ้ตอบ ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมที่พาดไว้มาช่วยสวมให้กับผู้เป็นนายของตน พวกเขานิ่งเงียบ และไม่พูดจาใดๆต่อกันอีก พรุ่งนี้คือวันตัดสิน ความคิดคำนึงมากมายนั้นซ้อนทับ เหมือนกับท้องฟ้าที่สั่นสะเทือน และสายฝนพายุคลั่งที่โหมกระหน่ำในเวลานี้ ยากยิ่งจะบ่งชี้...


ในท่ามกลางความคิด และหัวใจหลากดวงที่สวนทาง ดวงตาอีกคู่นั้นยังคงนิ่งสงัด ผ่านวันคืนมามากมาย ผ่านความโศกเศร้ามาจนไร้น้ำตาให้หลั่งริน สัญชาตญาณของเขาบอกกล่าวอย่างเงียบงันว่าบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น ไม่อาจบ่งว่าเรื่องดีหรือร้าย ไม่อาจชี้ว่าผู้ใดจะสมหวังหรือผิดพลาด แต่มันคงมีแต่ความเศร้า และบางที ทั้งเลือดและน้ำตาของผู้คนมากมายคงไหลริน จะมีใครได้อะไร จะมีใครสูญเสียสิ่งใด

“ หากว่าเลือกแล้ว ก็อย่าเสียใจภายหลัง” ชายวัยกลางคนมองผ่านกระจกใสที่ม่านน้ำพร่างพราย ที่ข้างกายเขาคือเตียงว่างของผู้เป็นน้องสาว ซึ่งแน่นอนว่าบัดนี้ ไร้ร่างของตัวเธออีกต่อไป ไม่ได้กดสัญญาณเตือนภัย ไม่ได้ร้องเรียกผู้ใด หรือฝืนติดตาม

“ นี่คือการชดใช้ของฉันและลูกชายให้กับเธอ ซาวาดะ สึนะโยชิ”

และท้องฟ้า

ก็คำรามตอบรับ



จบตอน

ขอประกาศว่า ตอนต้องห้ามจะใส่ในรวมเล่มอย่างเป็นเอกฉันท์เจ้าค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 18 Sep 2008, 20:52 
User avatar
Joined: 20 Jun 2008, 21:00
Posts: 509
ดีจังที่คุณแม่นานะยังไม่ตาย

แต่เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที ทุกคนในเรื่องนี้แค้นฝังหุ่นกันมากเลยนะคะ ทำให้คิดไม่ออกว่ามันจะจบลงอย่างมีความสุขได้อย่างไร

คงต้องปล่อยให้มันเป็นไปแล้วก็คอยเชียร์ในฐานะผู้อ่านที่ดีล่ะค่ะ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 18 Sep 2008, 21:04 
User avatar
Joined: 14 Nov 2007, 18:20
Posts: 523
Location: ทุกที่ที่มี 6927... >_<
ซือคุง....
แ่ม่กะแล้วว่าถ้าออกมาต้องดาร์กแน่ๆ แต่ดีใจจังที่คุณแม่ยังไม่ตาย...

สรรค์ค่ะ!!

ว่าแต่... ทำตัวเหมือนพวกคลั่งแม่ไปหน่อยหรือเปล่า? หรือลินคิดไปเองกันค่ะ?? เด็กที่แม่โดนทำอย่างนั้นจะรักแม่มากขนาดนี้.. แค้นพ่อและต้นเหตุมากขนาดนั้นคงไม่ผิดสิน่ะ..

_________________
Hakanakute Yasashikute Kowaresou Kimi Mitaina Hana...

ไม่จีรัง อ่อนโยน และ บอบบาง ดอกไม้ที่เหมือนกับคุณ..

Sakura Addiction...Thai Tran From Asana&Irregular
ว่างๆ เชิญ.. http://yumi-lina.exteen.com นะคะ ^_^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 18 Sep 2008, 21:43 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1285
ยิ่งอ่านยิ่งอยากซื้อค่ะแต่คงต้องดูตังก่อน
ตอนนี้เราไม่รุ้จะคอมเม้นตือะไรดีอ่ะแบบว่า...มันสนุกอ้ะ!
สึนะคุงหนุแค้นผิดคนแล้วไปแค้นคุณพ่อหนุคนเดียวมันก็เกินพอแล้ว- -


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 19 Sep 2008, 20:42 
Joined: 05 Aug 2008, 21:14
Posts: 290
แม้แต่ซือคุงยังดาร์กได้เจ๋งมากคะ
น่าเสียดายที่ซื้อแบบรวมเล่มไม่ได้T_T


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 19 Sep 2008, 22:35 
User avatar
Joined: 01 Mar 2008, 18:22
Posts: 354
Location: ในร้านขายซูชิของยามะ
ซือคุงก็ดาร์กไม่แพ้คนอื่นๆ

ดาร์กทั้งเรื่องเลยสินะ

แค้นและแค้น ในที่สุดก็มีแต่ความแค้นสิน่า

เรื่องนี้ยิ่งอ่านยิ่งสนุก ตอนนี้เป็นเรื่องโปรดที่สุดแล้วล่ะมั้งนี่ ฮะๆ ชักอยากได้รวมเล่มมาไว้ในมือไวๆซะแล้วสิ ^^

_________________
Image

http://daoharry.exteen.com
**โหมดรัก10051 โงหัวไม่ขึ้น**


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 20 Sep 2008, 23:02 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Part 12 Sunshine in My Life


มองไม่เห็นอะไรเลย เพราะมันช่างมืดสนิท ไม่ได้ยินอะไร เพราะหูของฉันปฏิเสธที่จะสดับฟัง มันบ้าใบ้ มันเจ็บปวด ชีวิตที่เดินไปเรื่อยๆ จนเหนื่อยหน่ายที่จะเดิน นั่งพักลง และปิดตาหลับใหล ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องคิดอะไร ฉันจะนอนนิ่งอยู่ที่นี่ สุขสงบ และไม่ต้องฝืนดิ้นรนเพื่อสิ่งใดอีก มีความสุขพอแล้ว สบายใจเหลือเกินแล้ว

ไม่ต้อง

หลั่งน้ำตาอีกแล้ว



ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามาในห้องที่มืดมิด ห้องในคฤหาสน์ตระกูลซาวาดะ ที่บัดนี้มีแขกที่ไม่น่าคาดฝันมาพักร่วมอาศัยเป็นเวลาเกือบสามเดือน และยังไม่มีทีท่าว่าแขกผู้นั้นจะสามารถก้าวเดินออกไปจากห้องมืดนี้ได้อีกครั้ง แขก....ที่ไม่ควรต้องมาอยู่ ณ ที่นี้แม้สักนิด

“ สึโยชิ สึโยชิของฉัน” เสียงชายหนุ่มพร่ำรำพัน ยามที่ได้แลเห็นร่างนั้นนั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง ดวงตาสีดำที่เคยจ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น บัดนี้มันใสกระจ่าง ยามที่หันมาตามเสียงเรียกก็ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆตอบกลับมา

“..................” ไร้เสียงที่อาจเปล่งวาจา ไม่มีรอยยิ้มหรือหยาดน้ำตา

“ ลูกชายนายอยู่กับนานะจัง ฉันไม่ได้ทำอะไรหล่อนหรอกนะ ก็แค่ให้หล่อนเชือดตาตัวเองทิ้งแทนการลงโทษเท่านั้นเอง หลานนายก็สุขภาพดี น้ำหนักตอนคลอดน้อยไปหน่อย แต่ก็ยังมีชีวิตสุขสบายในฐานะลูกชายฉัน ฉันทำดีใช่มั้ยล่ะ” ซาวาดะ อิเอมิทสึหัวเราะเบาๆ เล่าเรื่องราวที่โหดร้ายซ้ำไปซ้ำมา เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่เขาเข้ามาเยี่ยมเยือนและหาความสุขจากร่างที่ดูราวไร้ชีวิตเบื้องหน้า

“ นายเอง ก็คิดถึงฉันใช่มั้ย” อิเอมิทสึฉีกยิ้ม ก่อนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากที่แห้งจนแตก และลูบไล้ใบหน้าซูบซีดที่เกิดจากการไม่ได้ต้องแสงแดดมาเป็นเวลานาน

“..................” แน่นอนว่าไม่มีปฏิกิริยาใดๆตอบรับ แม้ในยามที่ชายหนุ่มอุ้มร่างนั้นขึ้นและวางไว้บนเตียง ปลายนิ้วค่อยๆดึงสายโอบิของยูคาตะออก พลางจุมพิตลงข้างซอกคออย่างสมหวัง ไม่มีแม้ความเสียใจหรือเจ็บปวด

“ ฉันตกใจนะ ตอนที่นายถามแบบนั้น แต่รู้อะไรมั้ย .....ฉันดีใจมากเลยล่ะ” ยิ้มกับตนเอง แม้จะเคยนึกไม่พอใจที่ร่างตรงหน้าไม่มีความรู้สึกใดๆเลย แต่เพราะรู้แน่แก่ใจว่า จะไม่หนีหายอีกต่อไป จะอยู่ที่นี่ จะยอมให้กอดอย่างว่าง่าย ไร้ซึ่งการขัดขืน หรือทำให้เขาต้องหงุดหงิดคั่งแค้น “ การที่นายเป็นแบบนี้ นั่นก็คือการที่นายสิโรราบให้กับฉัน ถูกมั้ย สึโยชิที่รัก” ไล้นิ้วมือไปตามผิวหนัง และสิ่งที่ตอบรับก็คือปฏิกิริยาของสัญชาตญาณ เสียงครางน้อยๆที่หวานก้องหู ดวงตาที่มองจ้องมาแม้จะนิ่งงัน แต่ก็คลอน้ำตา ยามที่เขาเร่งเร้ารุกราน เพียงเท่านี้....ก็พอ

นาย

เป็นของฉัน


“ คืนนี้ ก็ยอดเยี่ยมเหมือนเคย สึโยชิของฉัน” เสียงหัวเราะอย่างรื่นรมย์ดังตัดกับเสียงหอบเว้าวอน ในยามที่ความรู้สึกทั้งกายใจของผู้กระทำ....เต็มเปี่ยมสุขสม


ในขณะที่ความบ้าคลั่งของชายคนหนึ่งดำเนินไปอย่างโหดร้าย หญิงสาวคนหนึ่งก็ร้องไห้ครั้งแล้วครั้งเล่าจนน้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด ดวงตาที่ระบมจนแสบร้อน แต่มันก็ไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ในเมื่อไม่ว่าจะอักเสบหรือปวดมากเพียงใด สองตานี้ มันก็ดับแสงไปแล้วด้วยคมมีด ด้วยมือ..ของผู้เป็นเจ้าของ

“ หม่าม้า หม่าม้า! ” เสียงใสของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังหัดเดินเตาะแตะ สุดท้ายก็มาดึงเข้าที่ชายกิโมโนของเธอ เสียงหัวเราะดังคิกคัก ตรงข้ามกับอีกคนที่ตอนนี้เริ่มส่งเสียงร้องไห้ขึ้นอีกครั้ง

“ เฮ่อ หกล้มอีกแล้ว สึนะ” พูดแบบนั้น แต่ก็ยังคงฉีกยิ้ม ซาวาดะ นานะ อุ้มหลานชายตัวน้อยที่เอาแต่หัวเราะไม่หยุดขึ้น ก่อนจะค่อยๆเดินไปตามเสียงร้องของลูกชาย เวลากว่าปีกว่าในโลกมืด ช่วยให้ประสาทสัมผัสอื่นๆของเธอทำงานได้ดีขึ้น แม้จะมองไม่เห็น แต่ก็เริ่มที่จะเคยชิน และใช้ชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเองอย่างไม่ยากเย็น

“ แงๆๆ” เสียงร้องไห้แผดจ้า หากแต่ก็เงียบหายไปทันทีที่มือของมารดาลูบเข้าข้างแก้ม สึนะตัวน้อยบีบมือของแม่ ก่อนจะแนบแก้มถูไถด้วยความรักใคร่ เช่นเดียวกับหลานชายในอ้อมกอดที่ค่อยๆแนบแก้มเข้ากับอ้อมอกของน้าสาวแสวงหาความอบอุ่น และความรักอย่างโหยหาอาวรณ์

“ เหมือนกันจริงๆ” นานะหัวเราะเบาๆ เธอเอื้อมมือหยิบผ้าห่ม ก่อนจะวางทาเคชิ ลงข้างๆสึนะ ไม่นานก็ได้ยินเด็กสองคน ค่อยๆผ่อนลมหายใจ และเพียงอึดใจต่อมา ก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆที่สม่ำเสมอ

“ ดีจังนะ..” ห่มผ้าให้พร้อมกับลูบแก้มนุ่มของเด็กชายทั้งคู่ ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยอ่อนแม้แต่น้อยในยามที่ได้อุ้มเด็กทั้งสองไว้ในวงแขน ไม่เคยหนวกหูรำคาญยามได้ยินเสียงร้องไห้ หรือเสียงหัวเราะน้อยๆอย่างร่าเริง คนหนึ่งคือลูกชาย อีกคนคือหลานชาย เด็กที่น่าสงสาร เด็กน้อยที่ไม่อาจได้รับในสิ่งที่ครอบครัวอื่นๆนั้นเพียบพร้อม

“ สึนะ.....” ยังคงจดจำ ในยามที่ตนบอกกล่าวชายหนุ่มว่าตนตั้งครรภ์ โทษทัณฑ์ของการปล่อยพี่ชายให้หลบหนีนั้นสาหัส และชายผู้มีฐานะเป็นสามีก็พร้อมจะฆ่าเธอเสียทุกเมื่อ หากแต่ เพราะรู้ว่าเธอได้บอกเรื่องที่เธอตั้งครรภ์กับวองโกเล่รุ่นที่เก้าไปแล้ว หากตัวเธอมาตายไปพร้อมลูกเสียก่อนด้วยอุบัติเหตุใดๆก็ตาม วองโกเล่จะต้องสืบหาสาเหตุ และแน่นอนว่า หากสาวถึงตัวของอิเอมิทสึ ตำแหน่งผู้สืบทอดรุ่นที่สิบก็คงมีอันต้องหลุดลอยไปจากมือ ดังนั้น มันจึงจบลงเพียงแค่......ดวงตาที่ถูกทำลาย..... เพียงเท่านี้ “ แม่รักลูกนะ...” หากเพียงดวงตาสามารถแลกกับชีวิตของลูกที่ถูกตราหน้าจากผู้เป็นบิดาว่าไม่ควรเกิดมา นั่นก็คุ้มค่าอย่างไม่อาจประมาณ

“ ทาเคชิ...” ลูบขึ้นไปบนเส้นผมนุ่มมือ สาวใช้บอกเธอว่าสึนะนั้นเหมือนเธอ ส่วนทาเคชินั้นก็คล้ายกับตัวพี่ชายของเธอ งั้นเส้นผมและดวงตาก็คงเป็นสีดำเฉกเช่นกันสินะ หวนคิดอย่างเศร้าสร้อย ถึงความเจ็บปวดอันมิอาจประเมินค่า ทั้งที่ ยามาโมโตะ สึโยชิ เลือกที่จะภักดี แต่ความจงรักนั้นก็ตอบแทนคืนอย่างเลืดเย็น ยามที่ทราบข่าวว่าอิเอมิทสึนำตัวสึโยชิกลับมาหัวใจของเธอก็แทบแตกสลาย ซาวาดะ อิเอมิทสึ บอกด้วยเสียงอันเย็นเยียบว่าได้ลงมือสังหาร ยามาโมโตะ ทาคาโกะด้วยมือของตนเอง และ.....

“ พี่คะ....ต้องทำยังไง ฉันควรจะต้องทำยังไง” ชายผู้ได้ชื่อเป็นสามี เล่าด้วยความสาแก่ใจ เจตนาที่จะทำร้ายจิตใจของเธอจนปี้ป่นเฉกเช่นเดียวกัน เขาลงมือข่มขืนพี่ชายของเธอต่อหน้าศพของผู้เป็นภรรยา และบุตรชายที่ร้องไห้ระงม ซึ่งนั่นก็เกินกว่าที่คนปกติคนใดจะทานทน ผลสุดท้ายที่หลงเหลือกลับมา ก็คือร่างที่ดูราวไร้วิญญาณ ของยามาโมโตะ สึโยชิ ได้พบเพียงคืนนั้น จากนั้นก็ถูกกันออกห่างเสมอมา พี่ชายที่ตัวเย็นเยียบ ไม่ว่าจะเขย่าร่างหรือพูดคุยเพียงใดก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เป็นคนตายที่เพียงแต่หายใจได้....

เคราะห์กรรมอันใด

พลาดผิดตรงไหน

จึงเป็นดังนี้


ทันใดนั้นเองที่เสียงเคาะประตูห้องพลันดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเคยคุ้นที่ทำให้หญิงสาวต้องผวาสั่น หากแต่เธอยังคงหยัดกายขึ้น อย่างน้อยที่สุด ก็เพื่อปกป้องเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ความทั้งสอง

“ คุณอิเอมิทสึ....” นานะทักขึ้น

“ ยังอยู่ดีสินะ” ชายหนุ่มตอบ พลางสาวเท้าเข้ามายืนตระหง่านตรงหน้าของผู้เป็นภรรยา ดวงตาของเขาเหยียดมองเธอก่อนจะชำเลืองมองไปยังเด็กสองคน คนหนึ่งคือเจ้าเด็กโสโครกที่น่าจะตายไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก ส่วนอีกคน... “ จะขวบแล้วสินะ ทาเคชิน่ะ” คำถามที่ทำเอานานะหนาวสั่นไปทั่วร่าง

“ อย่าเข้ามาใกล้นะ! ได้โปรดถอยออกไปเถอะ!” หญิงสาวตะโกนขึ้น หากแต่ทันใดนั้นฝ่ามือหนาของชายหนุ่มก็ฟาดลงข้ามแก้ม ทำเอานานะเซถลาล้มลง ศีรษะฟาดเข้ากับขาโต๊ะจนเลือดออก ในขณะที่ อิเอมิทสึ ก้มลง แนบนิ้วของตนสัมผัสแก้มนุ่มของเด็กชาย

“ เหมือนกันไม่ผิด ทั้งเส้นผม ทั้งสีตา โตขึ้นมา ก็คงจะเหมือนสึโยชิไม่มีผิด” น้ำเสียงนั้นรื่นเริง มีความสุขกับการรอคอย

“ คุณ....” อยากจะตอบโต้ หากแต่สมองนั้นกลับเริ่มมึนงง ดูเหมือนเลือดจะไหลออกมามากกว่าที่เจ้าตัวคาดคิด

“ พ่อของเธอเป็นของฉัน และตัวเธอ ก็จะต้องเป็นของฉัน ทาเคชิคุง ฉันรอเธออยู่นะ” คำพูดที่ยิ่งบาดหัวใจของหญิงสาวผู้ฟัง ช่างชั่วร้าย และโหดเหี้ยม ชายตรงหน้าไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตพี่ชายของเธอ ฆ่าพี่สะใภ้ที่ไม่เคยเห็นหน้าอย่างเหี้ยมโหด และยังมุ่งมาดที่จะฉีกกระชากหลานชายให้ตายทั้งเป็น จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ จะปล่อยให้คนๆนี้มีชีวิตอยู่ไม่ได้

“ ฉัน...ฉัน ไม่ยอมหรอกนะ!” หญิงสาวกระโจนขึ้น ด้วยความโกรธแค้นบ้าคลั่งทำให้สติยับยั้งชั่งใจนั้นขาดสะบั้น สองมือคว้าลำคออีกฝ่าย และลงมือออกแรงบีบอย่างไม่ยั้ง แน่นอนว่าการกระทำเช่นนั้นเหนือความคาดหมายของอิเอมิทสึ

“ กะ แก!” หายใจติดขัดและยากลำบาก สมกับเป็นมือของนักดาบจึงได้มีเรี่ยวแรงมากมายปานนี้ แต่อาจเป็นเพราะนิ้วมือหนึ่งนิ้วที่หายไป แรงที่ควรจะเด็ดขาดบีบคอเขาจนขาดใจ กลับยังไม่มากพอ ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็สามารถกระชากมือของหญิงสาวออกได้ หมัดอัดกระแทกกลางช่องท้องจนนานะต้องทรุดลงกระอักโลหิต ดวงตาที่มืดบอดหลั่งน้ำตาออกมาอย่างท่วมท้น

“ เจ้าคนชั่วช้า! ฆ่าฉันสิ! ฆ่าฉันอย่างที่ฆ่าคุณทาคาโกะน่ะ!” เสียงแผดกล้า ไม่อาจทานทนต่อความป่าเถื่อนบ้าคลั่งเช่นนี้ได้อีก

“ ฉันจะไม่ฆ่าเธอ...” คำประกาศที่เย็นชา ตามมาด้วยฝ่ามือที่จิกเข้าที่เส้นผม แรงกระชากนั้นหนักหน่วงจนโลหิตซึมหนังศีรษะ

“ ฆ่าฉัน!” หญิงสาวประท้วง

“ อยู่เลี้ยงเด็กสองคนนี่ ฉันจะเก็บลูกชายเธอไว้เป็นข้ออ้างกับตาแก่รุ่นที่เก้าให้ยกตำแหน่งให้ฉัน และก็จะเก็บพ่อหลานชายของเธอไว้ใช้เล่นแก้เบื่อในยามที่ฉันต้องการ อย่าคิดว่าจะได้ตายง่ายๆนักเลย! ยามาโมโตะ นานะ!” ตะคอกใส่พร้อมกับเจตนาที่โหดร้าย ชั่วขณะนั้นเองที่นานะพลันเข้าใจ สำหรับอิเอมิทสึ เธอคือคนตระกูลยามาโมโตะ เป็นคนรับใช้ เป็นข้าทาส เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีไว้เพื่อรองรับความบ้าคลั่งของตระกูลซาวาดะ ลูกชายของเธอเป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่ง และหลานชาย ก็ยิ่งไม่ต่างอะไรกับ... ทาส...

ตระกูลที่บ้าคลั่ง

กับตระกูลที่โง่เง่า



“ ฉันเกลียดคุณ! ขอสาปแช่ง! ขอสาปแช่ง!” ตะโกนก้องอย่างเจ็บปวด ร้าวรานเกินกว่าจะทนไหว โหดร้ายเหลือเกิน ต่ำช้าเกินประมาณ นรกที่ไร้ที่สิ้นสุดนี้ ได้โปรดจบลงด้วยเถิด

“ อ้อ แต่ต้องขอทำความใจเสียหน่อยนะ ฉันน่ะ ไม่ใจดีขนาดฆ่านังแพศยานั่น ให้ตายในดาบเดียวหรอก”

“ เอ๋!” หมายถึง....

“ ผู้หญิงโง่นั่น แทนที่จะอยู่เฉยๆเป็นตัวล่อสึโยชิ ฉันล่ะอยากเห็นสีหน้านังนั่น ยามที่ฉันได้แตะต้องสึโยชิต่อหน้าหล่อน แต่ดูเหมือนหล่อนจะไม่พอใจ ถึงได้ชิงฆ่าตัวตายไปก่อนแบบนั้น” คำบอกเล่าที่ยิ่งทำเอา นานะต้องนิ่งงัน หมายความว่ายังไงกัน พี่สะใภ้ของเธอ ยามาโมโตะ ทาคาโกะ ฆ่าตัวตาย...

“ ดูเหมือนจะเชื่อมั่นเหลือเกินว่า ฉันจะไม่ฆ่าทาเคชิ แต่ดันยอมตายไปซะง่ายๆแบบนั้น” อิเอมิทสึเล่าต่อ ตัวเขาเองก็ยังคงพิศวงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เจตนาคือต้องการจับเอาทาคาโกะ กับทาเคชิ เป็นตัวประกันเพื่อข่มเหงสึโยชิ อย่างน้อยก็ไว้ชีวิตผู้หญิงคนนั้นลากตัวกลับไปด้วยกัน และค่อยๆแล่เนื้อหล่อนเป็นริ้ว ขังไว้ในห้องมืด ให้สึโยชิได้เห็นผู้หญิงที่รักต้องกรีดร้องอย่างทรมาน และให้ตัวเขาได้แก้แค้นอย่างสาสม แต่ทาคาโกะ...


...................................

..............


“ อย่าเข้ามานะคะ!” ยามาโมโตะ ทาคาโกะ ประกาศก้องพร้อมกับอุ้มทารกน้อยไว้แนบอก ดวงตาสีนิลคู่งามจ้องฝ่ายตรงข้ามอย่างไร้วี่แววหวาดเกรง

“ การคงอยู่ของเธอ จะเป็นประโยชน์กับฉัน สึโยชิจะหนีฉันไปได้ยังไง ถ้าภรรยาสุดที่รัก กับลูกชายตกอยู่ในกำมือของฉันทั้งคู่ มา ! เธอต้องมากับฉัน!” อิเอมิทสึข่มขู่ คิดในใจว่ากับแค่ผู้หญิงแบบบางคนเดียวคงไม่อาจขัดขืนเขาได้ เบื้องหลังของหล่อนคือธารน้ำ ในอ้อมแขนคือบุตรชาย จะหนีไปทางไหนได้กัน

“ ฉันไม่เข้าใจเลย คุณมีความสุขหรือยังไง คนที่คุณรักเกลียดชังคุณ วาดหวังจะหนีจาก และสาปแช่งคุณตลอดเวลา ทั้งที่มีฐานะอื่นที่เขาปรารถนาและต้องการคุณ ทำไมถึงไม่เลือกทางนั้น!” คนๆนั้นพูดอยู่เสมอ ความหลังระหว่างกันฉันท์เพื่อนสนิท เรื่องราวที่มีร่วมกัน ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลที่แน่นแฟ้น สายสัมพันธ์มากมายที่ถักทอพวกเขาไว้ด้วยกัน ไม่เคยคิดว่าน่ารังเกียจ ไม่เคยคิดว่าน่าเศร้า ได้ปกป้องคนสำคัญ ตายเพื่อคนสำคัญ คุณค่าของชีวิตหนึ่ง ที่อยู่และตายเพื่อคนเพียงคนเดียว แล้ว ทำไม....

“ เพราะฉันไม่ต้องการฐานะอื่น” คำตอบเฉียบคม และไร้ซึ่งข้อกังขา คิดว่ามองมานานเพียงใด คิดว่าต้องครุ่นคิดจนบ้าใบ้เท่าไหร่ ฆ่าคนที่สึโยชิรัก ทำลายตัวเขาลงจนไม่เหลือค่า ต้องใช้ความรู้สึกมากมายเพียงไหนกันถึงจะทำไปแบบนั้นได้ รัก รัก รัก รักจนไม่อาจทำสิ่งใดได้อีกแล้ว

“ คุณอิเอมิทสึ....” น่าเศร้าเหลือเกิน เศร้าจนไม่อาจพรรณนา ทั้งที่ต่างก็มีความหมายมากล้นต่ออีกฝ่าย แต่ความหมายนั้น....กลับแตกต่าง

ความแตกต่าง

ที่นำมาซึ่งความรวดร้าว


“ มาทางนี้ ทาคาโกะ ส่งทาเคชิมาให้ฉัน ทั้งเธอและเด็กคนนี้ จะทำให้สึโยชิต้องเป็นของฉันไปชั่วชีวิต!” ให้เป็นของๆฉัน แม้จะต้องใช้วิธีสกปรกแบบไหนก็ตาม แต่ฉันก็จะยึดเขาไว้ และต้องสยบแทบเท้าให้กับความรักของฉัน

“ น่าเสียดาย....เราน่าจะได้พบกันในรูปแบบอื่น...” เสียงของหญิงสาวเรียบนิ่ง รอยยิ้มน้อยๆเผยขึ้นที่ริมฝีปาก รู้ว่าไม่ว่าจะพูดเช่นใดก็คงไร้ผล เรื่องบางเรื่อง มาดแม้นวาดหวังมากมายเพียงใด ก็ไม่อาจสมปรารถนา “ คุณน่ะ ไม่สมปรารถนาหรอกนะคะ” ทันใดนั้นเอง หญิงสาวโยนทารกไปอีกทางหนึ่ง ชั่วขณะที่เด็กน้อยเกือบหล่นลงกระแทกขึ้น ซาวาดะ อิเอมิทสึก็ถลาเข้าอุ้มรับ ทาเคชิหล่นลงในอ้อมแขนของเขา เวลาเดียวกับที่เลือดของใครบางคนสาดกระจายแปดป้ายลงมา

“ ทาคาโกะ!” เรียกชื่อนั้นด้วยความไม่ตั้งใจ หญิงสาวใช้มีดพกที่ติดตัวมาเชือดคอตนเองจนโลหิตสาดทะลัก ร่างของหล่อนฟุบลงกับก้อนหินใหญ่ เลือดแดงฉานอาบลำคอ และศีรษะที่ฟาดลงกับหิน อิเอมิทสึโผเข้าหาร่างนั้นอย่างที่ตนเองไม่อาจคาดฝัน วางเด็กน้อยลงบนอ้อมอกมารดาที่หายใจรวยริน ผ้าที่คลุมห่มอาบสีชาดจนหมองมัว

“ ค คว ความ ความรัก...มี มีหลาย หลายแบบ นะ..นะคะ” ประโยคสุดท้ายของหญิงสาว ก่อนที่ใบหน้าจะเอนซบกับก้อนหินที่เย็นเฉียบ ลมหายใจดับสิ้น พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงอาบแก้ม ภาพสุดท้าย..ที่ไม่อาจลืมเลือน

“ เสียใจด้วยนะ ทาคาโกะ... แต่ฉัน ยังใช้ประโชน์จากเธอได้ ” และนั่น ก็คือคำตอบ ของ..ซาวาดะ อิเอมิทสึ

..................................

...................



“ เธอเองก็ยังตายไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ เมียรักของฉัน!” ตบฉาดเข้าที่ใบหน้า จนหญิงสาวล้มลงแทบเท้า ก่อนจะเดินหันหนีจากไป ทิ้งให้ผู้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยานิ่งงันอยู่เช่นนั้น ความจริงที่น่าเศร้า น่าเศร้าจนบีบรัดหัวใจให้เหนื่อยอ่อน ดูเหมือนสาวใช้จะเข้ามาพยุงเธอขึ้น ก่อนจะได้ยินเสียงนายแพทย์ประจำตระกูลตื่นตระหนกเข้ามาทำการรักษา มันเป็นแบบนี้มานาน และคงจะเป็นเฉกเช่นนี้เรื่อยไป ต้องทำอะไรสักอย่าง จะปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ได้ แต่ว่า....จะทำเช่นใดดีเล่า


ดูราวกับคำอธิษฐานของหญิงสาวจะก่อกำเนิดปาฏิหาริย์ขึ้นจริงๆ ในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ เสียงฝีเท้าของคนที่ไม่คาดคิดกลับดังก้องขึ้นเข้าหู ซาวาดะ นานะ นอนนิ่งอยู่กับสายน้ำเกลือ ที่ข้างตัวเธอคือเปลที่วางร่างน้อยๆของเด็กชายทั้งสองไว้ แม้แพทย์จะร้องขอให้เธอพักผ่อน และใช้พยาบาลดูแลเด็กแทน แต่นานะยืนกราน ตราบเท่าที่เธอมีลมหายใจ เด็กสองคนนี้จะต้องอยู่ข้างตัวเธอ

“ นานะจัง” เสียงของชายสูงวัยเอ่ยทัก หากแต่หญิงสาวนั้นไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้จะลุกขึ้นทำความเคารพ

“ ค คุณ คุณพ่อ....” วองโกเล่รุ่นที่เก้า คนๆนี้ มาที่นี่ได้อย่างไรกัน

“ ฉันรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ทั้งหมดนี่ เพราะฉันยอมให้อิเอมิทสึแต่งงานกับเธอ” เป็นตัวเขาที่ยอมสู่ขอหญิงสาวให้กับบุตรชาย เพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับตระกูล จะเชื่อมสัมพันธ์สองตระกูลไว้ด้วยกัน หนึ่งคือมิตรภาพของลูกชายกับพี่ชายของเด็กสาว และสองคือความเป็นครอบครัว ที่จะจรรโลงทุกสิ่งให้มั่นคง แต่ว่า...มันก็ผิดพลาด


ยามที่ได้ทราบเรื่องจากจดหมายลับของนายแพทย์ที่อ้างตนเองเป็นเพื่อนสนิทของยามาโมโตะ สึโยชิ ซึ่งก็ประจวบเหมาะกับเวลาที่สึโยชิหนีหายไป และได้รับข่าวเรื่องที่ภรรยาของลูกชายคนโต ประสบอุบัติเหตุจนตาพิการ ทั้งหมด..ช่างประจวบเหมาะ

“ ไม่หรอกค่ะ หนูเอง..ก็เพิ่งทราบ...” นานะตอบ เธอรู้ว่าชายผู้นี้ไม่ได้มีเจตนา ความหวังดีที่กลับสร้างผลร้ายเป็นเช่นใด เธอย่อมรู้ดีกับตน แบบนี้แล้วจะโทษผู้ใดได้

“ ทั้งที่รู้ถึงขนาดนั้น แต่ก็ยังขอให้สึโยชิช่วยอิเอมิทสึ คนที่ผิดซ้ำผิดซาก ก็คือฉัน” เวลานั้น เพราะจนตรอกสิ้นที เพราะว่าห่วงชีวิตลูกชายจนหลงลืมค่าชีวิตของผู้อื่น รู้ว่าด้วยความภักดีและกตัญญูของเด็กหนุ่มคนนั้น ยามาโมโตะ สึโยชิจะต้องให้ความช่วยเหลืออิเอมิทสึอย่างแน่นอน นกนางแอ่นที่งามงดเพราะหัวใจที่กว้างขวางนั่น ไม่มีทางที่จะปฏิเสธคำขอของเขา แต่แล้ว ผลของมัน ราคาของมัน....

สึโยชิที่พิการทางใจ

นานะที่พิการทางกาย

ทำลายชีวิต

ของใครหลายคน



“ ฉันไม่ได้ประชดนะคะ...แต่ว่า...คุณพ่อไม่จำเป็นต้องกังวล การที่พี่ช่วยคุณอิเอมิทสึ ก็เพราะพี่ตัดสินใจแบบนั้น” ความภักดีคือเกียรติยศ หากว่าเหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นกับเธอ ผลของมัน...ก็คงไม่ต่างกัน

“ พวกเธอไม่ใช่ข้าทาส” วองโกเล่รุ่นที่เก้าบอก เขาบีบมือหญิงสาวน้อยๆ ก่อนจะมองลงมายังเด็กสองคนที่นอนนิ่ง ได้ยินเสียง ได้แลเห็น ลมหายใจเบาๆ ชีวิตน้อยๆที่ยังไม่รู้เดียงสา หากว่าสักวันจักต้องมัวหมองไป เขาคงไม่อาจที่จะอภัยให้ตนเอง หรือแม้แต่บุตรชายของตนได้อีกแล้ว

“ ฉันจะแสดงให้เห็นนานะจัง ให้ทุกคนได้เห็นว่า สายเลือดตระกูลยามาโมโตะ สมควรได้รับเกียรติเพียงใด” บอกเช่นนั้นยามที่ลูบศีรษะของหลานชาย ชื่อที่รู้สึกเศร้าสลดยามที่ได้ฟังในครั้งแรก ชื่อซาวาดะ สึนะโยชิ ชื่อที่บ่งบอกถึงความลุ่มหลงอันผิดเพี้ยน และความโง่เขลาอันเกินประมาณ หากแต่ก็วาดหวังให้มันคือสัญลักษณ์....ของอิสรภาพ

“ ภาวนาให้ อย่าได้หลงเดินทางผิด” เหลียวมองเด็กชายอีกคน ก่อนจะสัมผัสมือน้อยๆนั้นอย่างเบาแรง มือที่หากปล่อยไปก็จะย้อมไปด้วยคาวเลือด อนาคตที่ไม่อาจหยุดได้ แต่ว่า..... “ ฉันจะมอบโอกาสให้กับเธอ” ส่วนเธอจะเอื้อมคว้า หรือหาเจอหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง

“ คุณพ่อคะ!” นานะเสียงดังขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแปลกหู ดูเหมือนวองโกเล่รุ่นที่เก้าจะอุ้มเด็กสักคนขึ้น

“ แต่ก่อนอื่น ฉันคงจะต้องทำอะไรบางอย่างเฉพาะหน้าเสียก่อน อย่างเช่น...ให้พ่อลูกได้พบหน้ากัน” คำปลอบประโลมที่ทำให้หญิงสาวเผลอหลั่งน้ำตา สิ่งที่เธอปรารถนา แต่กลับไม่อาจกระทำได้ด้วยตนเอง ทันใดนั้นเองที่อ้อมกอดของชายผู้เป็นดั่งบิดาโอบกอดเข้ามา น้ำตานั้นยิ่งร่วงพราวพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่รวดร้าว

“ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ...” ไร้ซึ่งคำพูดใดๆที่อาจเอ่ยต่อไปได้ หากแต่ทุกสิ่งนั้นพลันสื่อออกมาทางน้ำเสียงและหยาดน้ำตาเสียสิ้น ได้โปรดช่วยด้วย ช่วยพี่ชายของฉัน หลานชายของฉัน ลูกชายของฉัน

ได้โปรดช่วย

ครอบครัวของฉัน



ต่อเจ้าค่ะ


Last edited by ruk21us on 20 Sep 2008, 23:13, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows11(D80/3380) 18/09
PostPosted: 20 Sep 2008, 23:10 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ภาพที่แลเห็นนั้นน่าสลดใจ แต่ที่น่าสมเพชยิ่งกว่าก็คือยามที่รู้ว่าใครที่เป็นคนทำเรื่องเช่นนั้น สึโยชินั่งนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตามองมาทางผู้มาเยือนอย่างไร้ประกายใดๆ นิ่งงัน และว่างเปล่า วองโกเล่รุ่นที่เก้าสาวเท้าเข้าไปใกล้ ที่แขนขวานั้นอุ้มเด็กชายตัวน้อยไว้ แสงไฟนีออนสว่างขึ้น ยิ่งได้แลเห็นทุกสิ่งชัดกับตาก็ยิ่งบาดใจนัก บาดแผลตามเนื้อตัวของสึโยชิ ในฐานะมือสังหารของวองโกเล่ ในฐานะใครคนหนึ่งที่ถูกบีบบังคับให้ใช้ชีวิตในที่มืดไปตลอดกาล หากแต่มันหาใช่เพียงเท่านั้น ยามที่เขายื่นมือสัมผัสแก้ม ปฏิกิริยาแรกที่ได้ประจักษ์ คือร่างกายที่พลันสั่นไหวขึ้น ประกอบกับอาการผวาเล็กน้อย นอกจากนั้นแล้วก็เป็นเพียงใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆเลย


“ ฉันมาเยี่ยมนะ สึโยชิคุง นานะจังฝากความคิดถึงมาด้วย” อีกฝ่ายบอก ก่อนจะนั่งลงข้างเตียง คาดหวังว่าสายตาของนักดาบหนุ่มจะเหลียวมองมายังเด็กน้อยในอ้อมแขนบ้าง หากแต่เปล่าเลย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีเพียงความเงียบและไร้ซึ่งสุ้มเสียงอันใด

“ นี่ลูกชายเธอนะ จำได้มั้ย” จับมือของชายหนุ่มให้แนบลงกับแก้มนุ่ม หากแต่ทุกสิ่ง..ก็เปล่าประโยชน์ วองโกเล่รุ่นที่เก้าหัวเราะเบาๆ หัวเราะด้วยท่าทีที่โศกเศร้าอย่างเหลือคณา เขารู้จักชายหนุ่มตรงหน้า ยี่สิบกว่าปีก่อน เขาคือคนที่กอดเด็กชายตัวน้อยที่เป็นลูกชายของเพื่อนสนิทไว้ในอ้อมแขน ได้ยินได้ฟังเสียงหัวเราะ ได้เห็นใบหน้าเริงร่าที่เปี่ยมสุข เพราะปรารถนาให้มิตรภาพของตนกับเพื่อนรักงอกงาม และชดเชยที่ตนเป็นเหตุให้บิดาของสึโยชิต้องตายไปเพราะปกป้องเขา ดังนั้นจึงได้เลี้ยงดูมาด้วยกัน รักเสมือนบุตรชาย เลี้ยงดูร่วมกับลูกชายแสนรักของตน ให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน ดูแลซึ่งกันและกัน ให้ต่างก็เติบใหญ่ ให้สร้างครอบครัว และให้ความสัมพันธ์ที่มั่นคงดีงามนั้นดำเนินต่อไป แต่....มันผิดพลาด

“ ฉันน่าจะสังเกต..สักนิด” คนรักของสึโยชิที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรคนแล้วคนเล่า ดวงตาของสึโยชิที่ค่อยๆเวิ้งว้างและว่างเปล่ายามที่ได้พบกับเขา จากที่เคยรักใคร่เหมือนบิดา กลับค่อยๆเย็นชาห่างเหิน เคยคิดว่าเป็นเพราะภาระหน้าที่หรือฐานะที่เจ้าตัวคงจะคิดมาก และวางตัวตามประสาคนเคร่งครัด แต่มันไม่ใช่ ไม่ใช่เลยสักนิด ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่รู้ว่าทำไปถึงเพียงไหน

“ คนที่ต้องขอโทษคือฉันต่างหาก...ฉันที่เลี้ยงดูเด็กคนนั้นไม่ดี ฉันที่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของเธอ ฉันที่...ไม่เคยจะระแวดระวังอะไรเลย..” โอบกอดชายหนุ่มเข้ามา รำลึกถึงเวลาที่ผันผ่าน เพราะเลือกไม่ได้ เพราะขัดขืนธรรมเนียมปฏิบัติไม่ได้ เพราะไม่อาจทำอะไรได้สักอย่าง ยืนอยู่สูงเหนือใคร แต่ก็ทำอะไรเพื่อใครไม่ได้เลยสักคน

“ สึโยชิ....” อาจเป็นเพียงอุปทานที่แลเห็น แต่ในเวลานั้นเขาได้เห็นจริงๆ มือของสึโยชิขยับ และมันก็ค่อยๆบีบน้อยๆลงที่มือของเด็กชาย “ ฉันควรจะเชื่อในปาฏิหาริย์รึเปล่าล่ะนี่”


หากแต่ดูเหมือนสิ่งที่ไม่คาดฝันจะมีมากกว่านั้น เมื่อจู่ๆเสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังลั่นขึ้นทั่วบ้าน ไม่ทันจะได้ตั้งตัว กระสุนห่าใหญ่ก็กราดเข้ามาทางหน้าต่าง วองโกเล่รุ่นที่เก้ารีบอุ้มทาเคชิตัวน้อยไว้ในวงแขน ก่อนจะผลักร่างของสึโยชิให้ล้มลงกับพื้นห้อง ทั้งที่ถูกผลักอย่างแรง และเสียงรอบกายก็ดังลั่น แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลยแม้เพียงนิด

“ ระวัง!”อีกครั้งที่ผู้มีศักดิ์เป็นเจ้านายต้องผลักอีกฝ่ายออก เขาใช้ร่างตนเองต่างโล่ห์เข้ากำบังชายหนุ่มและทารกไว้ คมดาบของมือสังหารนิรนามฟาดลงกลางหลังเป็นแนวยาว จนโลหิตนั้นรินไหลอาบร่าง

“ เจอตัวเร็วกว่าที่คาดนะ วองโกเล่!” ไม่ต้องคิดเลย ข่าววงในรั่วไหล ศัตรูต่างแฟมีลี่ล่วงรู้การมาเยือนญี่ปุ่นอย่างลับๆของเขา บัดนี้ เหล่ามือสังหารนับสิบพร้อมอาวุธครบมือต่างก็ยืนประจันหน้า มาดหมายเข่นฆ่าเอาความดีความชอบกันโดยพร้อมเพรียง

“ คิดว่าจะชนะฉันง่ายนักรึไง” แม้จะพูดไปแบบนั้น แต่ทางเขามีทารกอยู่คน และร่างที่ไร้วิญญาณอยู่อีกร่างหนึ่ง หากแต่การหนีเอาตัวรอดนั้นไม่อยู่ในความคิด ส่วนหนทางพาทุกคนหนีนั้นก็ไม่มี การจะพาคนสองคนในสภาพนี้ไปจากที่นี่ด้วยตนองเพียงลำพังนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เพียงหนทางเดียวที่จะช่วยชีวิตคือ.... “ แน่จริงก็เข้ามาสิ เจ้าพวกหมาลอบกัด!” คว้าดาบไม้ที่ถูกแขวนบนผนัง นั่นเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่มีอยู่ อาวุธที่แสนดื้อด้านและเอาแต่ ใจ นั่นช่างเป็นอาวุธที่น่าสิ้นหวัง

ชิงูเระ

คินโทคิ



“ เข้ามา!” ฉับพลันนั้นเอง ศัตรูกลุ้มรุมกันเข้ามารอบทิศทาง วองโกเล่รุ่นที่เก้าตั้งรับด้วยชั้นเชิงเพลงดาบที่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมือสมัครเล่น มั่นคง หนักแน่น และระแวดระวังในทุกท่วงท่า เช่นเดียวกับดาบในมือ ที่แม้จะยังคงสภาพดาบไม้สามัญ แต่มันก็แข็งแกร่งสมกับที่ทำจากเหล็กกล้าหลอมจากหินภูเขาไฟอายุนับล้านปี ยอดเยี่ยมสมเป็นอาวุธคู่มือของจอมดาบ หากแต่..

“ จบแค่นี้ล่ะ วองโกเล่!” คมดาบกระหน่ำเข้ามา ไม่อาจหลบพ้น หากว่าเบี่ยงกายแม้เพียงนิด คนที่อยู่ข้างหลังเขาย่อมจะได้รับอันตราย ทันใดนั้นเอง อาจเพราะกระแสดาบ หรือรังสีสังหารอันคมกล้า ทารกน้อยในมือพลันลืมตาขึ้น และแผดเสียงร้องลั่น ราวกับกำลังส่งเสียง..ขอความช่วยเหลือ

“ ฉันไม่ให้เธอเป็นอันตรายหรอกนะ เจ้าหนูทาเคชิ” หัวเราะร่วน พร้อมกับหันหลังให้ศัตรู ปวารณาร่างกายให้สังเวยคมดาบ หากจะมีใครต้องตาย ณ ที่นี้ นั่นจะต้องเป็นเขาเป็นคนแรก


โลหิตสาดกระจาย พร้อมกับร่างที่ล้มพับกับพื้นห้อง ชายผู้เป็นราชาแห่งโลกมืดเบิกตากว้าง แทบไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง ตรงหน้าเขา ร่างที่คาดว่าควรนิ่งไม่ไหวติงพลันเคลื่อนไหว ในชั่วเสี้ยววินาที ชายคนหนึ่งผลักเขาลงกับพื้นก่อนที่จะแย่งดาบในมือ และฟาดมันออกไปอย่างหนักหน่วงปะทะเข้ากับคมดาบของศัตรู เชือดเฉือนเนื้อและเส้นเลือดฝ่ายตรงข้ามจนเลือดนั้นสาดลงมาอาบกาย

“ ใครก็ตามที่ถือบังอาจทำลายนายท่าน มันต้องจะสังเวยชีวิตลงที่นี่!” เสียงที่เคยคุ้นจากชายหนุ่มที่ตนรักดั่งลูกในไส้ เส้นผมสีดำที่ไหวลู่ลมที่พัดมาจากภายนอก ร่างของนักดาบที่ยืนตระหง่าน คมดาบชิงูเระ คินโทคิที่เปล่งประกายคมกล้าจนแสบตา

“ สะ สึโยชิคุง!” จะเป็นเพราะเสียงของทาเคชิ หรือเพราะกลิ่นอายการฆ่าฟัน ที่ปลุกมือสังหารผู้หลับใหลให้ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง

“ ขออภัย ที่ปล่อยให้ท่านต้องได้รับบาดเจ็บ นายท่าน” ทันใดนั้นศัตรูก็ฟาดคมดาบนับสิบเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง หากแต่นั่นก็ไม่ได้ครณามือคนตรงหน้า ยามาโมโตะ สึโยชิ ตั้งท่ารุกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งออกไปเต็มกำลัง มาดหมายฆ่าฟันผู้รุกรานให้ดาวดิ้นในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“ สำนักชิงูระ โซเอน กระบวนท่ารุกลำดับที่แปด พิรุณกระหน่ำแทง!” ราวกับกำลังเริงระบำ เพลงดาบแห่งเพชฌฆาตร่ายรำกลางหยาดโลหิตที่พร่างกระจายราวสายฝน งดงาม ตราตรึง และ น่ากลัวระคนกัน ทุกสิ่งที่ทำให้วองโกเล่รุ่นที่เก้ารู้สึกเศร้าใจเกินพรรณนา ดีแล้วงั้นหรือ ลืมตาตื่นขึ้นมา เพียงเพื่อลงมือสังหาร...อีกครา

“ สึโยชิคุง” เสียงเรียกที่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าหันกลับมา ที่เกลื่อนพื้นห้องคือซากศพที่จมกองโลหิตอย่างน่าเวทนา

“ ครับ....” เสียงนั้นตอบกลับมา ดวงตาสีดำนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับเมื่อครู่เลยสักนิด นิ่งงัน และไร้อารมณ์ “ ต้องขออภัย แต่คงต้องขอให้ท่านอุ้มเจ้าลูกชายอีกสักครู่” ทันใดนั้นมือของชายหนุ่มพลันลูบแก้มของเด็กชายที่บัดนี้หยุดร้องไห้เสียสนิท ราวกับกำลังรับรู้ถึงเรื่องราวข้างหน้าที่เกิดขึ้น “ ช่วยรออีกสักเดี๋ยวเถอะนะ ทาเคชิ ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็กระโดดออกไปทางหน้าต่าง ร่างในชุดยูคาตะสีดำสนิทต้องกับแสงจันทร์ ราวกับนางแอ่นเหินที่สยายปีกโบยบินกลางฟากฟ้า งดงาม จนผู้มองทุกผู้คนต้องสั่นไหว

“ แก!” ศัตรูที่หนีออกมาจากตัวคฤหาสน์ ถึงกับนิ่งงัน เมื่อพบเข้ากับผู้ขวางทางที่ไม่น่าเชื่อ “ แกน่าจะ!”

“ ได้ยินอะไรมาฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายนายท่าน ก็จงสังเวยชีวิตซะที่นี่เถอะ ! ยามาโมโตะ สึโยชิ จะเป็นคู่ต่อสู้ของพวกแกเอง!” น้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาคมกล้า นั่นคือนักฆ่า นั่นคือมือสังหาร หากเพื่อผู้เป็นนายก็พร้อมยอมพลีกายถวายชีวิต คมดาบที่ฟาดฟันออกไป เลือดทุกหยดที่หลั่งริน กลิ่นอายโลหิตทุกอณูร่างกายที่ได้สัมผัส

จะไม่

เสียใจภายหลัง



ที่พร่างลงจากท้องฟ้าคือหยาดฝน วรุณโปรยที่หลั่งรินใสสะอาด ความล้ำพิสุทธิ์ของธรรมชาติ เสียงที่ปลอบประโลมจิตใจให้นิ่งสงบ ความรู้สึก หยาดน้ำตา ทุกสิ่ง เลือนหายไป จางหายไป เช่นเดียวกับที่แข็งแกร่ง และเข้มแข็งมากขึ้น ช่างน่าสมเพชที่กักขังตนเองไว้ในความมืด แม้ฟ้าจะไม่อาจกระจ่างใส แม้จะหม่นเศร้าแทบขาดใจเพียงใด แต่การทำตัวเองให้ขลาดเขลาน่าสมเพชเวทนาถึงเพียงนั้น มันจะมีประโยชน์อะไรกันเล่า

“ พี่คะ...” เสียงของน้องสาวที่แว่วดังมา ร่างที่อุ้มทารกในอ้อมแขนยามที่เดินเข้ามาใกล้ ยิ่งได้แลเห็นทั้งบาดแผล ทั้งความพิการ ร่องรอยของการทารุณ เจ็บปวด โศกเศร้า หากแต่ก็ไม่อาจทำสิ่งใดได้มากไปกว่านี้

“ พี่ขอโทษ ที่ไม่อาจทำอะไรได้เลย พี่ไปจากตระกูลซาวาดะไม่ได้ ขอให้น้องเข้าใจด้วย นานะ” ไม่ว่าจะทำเช่นใด ผลสุดท้ายก็ยินยอมหวนกลับคืนเพื่อคนเหล่านี้ อะไรที่รัดรึง อะไรที่ผูกพันเอาไว้ หรือนี่จะเป็นคำตอบแบบเดียวกับที่เหล่าบรรพบุรุษของเขาได้พบพาน ความยึดมั่น ความถือมั่น มันคืออะไรกัน

“ สึโยชิคุง....” ที่เดินตามออกมา คือชายผู้ตนยอมอุทิศชีวิตให้ วองโกเล่รุ่นที่เก้าส่งบุตรชายในอ้อมแขนของตนให้กับเขา ดวงตาที่มองมานั้นเรียกได้ว่าอบอุ่นจนมิอาจที่จะโกรธแค้นว่ากล่าวสิ่งใด

“ ปลอดภัยนะครับ นายท่าน” เรียกขานด้วยความห่วงใย ในขณะที่มือน้อยๆในอ้อมแขนดึงชายเสื้อของเขาเล่นอย่างสนุกมือ ลูกชายคนสำคัญ เสียงที่ได้ยินในความมืดที่ลึกที่สุดของจิตใจ เสียงของใครบางคนที่ร้องเรียกหา ไม่ใช่ขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่ขอความเห็นใจ เป็นเพียงเสียง เสียงที่แผดกล้าบอกเตือน ภาระหน้าที่ หัวใจที่หลงลืม

“ เขายังต้องการเธอนะ สึโยชิคุง” วองโกเล่รุ่นที่เก้าบอกพลางลูบศีรษะของเด็กน้อยช้าๆ ดวงตากลมโตกับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่เผยออก บริสุทธิ์ ไร้ซึ่งสิ่งมัวหมอง ทุกสิ่งที่พลันทำให้ชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องแย้มยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

“ เจ้าลูกบ้าเอ๊ย...” กอดไว้แนบอก ความอบอุ่นจากจากผิวกายอ่อนนุ่มที่ส่งผ่าน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกสิ่งที่พลันสว่างไสวงดงาม ไม่ใช่เป็นเพียงตัวแทนของภรรยาผู้จากไป ไม่ใช่เพียงตัวแทนความรักระหว่างคนสองคน แต่เพราะเป็นลูก เป็นคนสำคัญ เป็นแสงสว่าง เป็นความสุขอันแท้จริงที่ยังหลงเหลือ เป็นทุกสิ่งของชีวิต อยากเฝ้าวอนอธิษฐาน ขอให้สายฝนได้โปรดช่วยนำพา ชะล้างความมืดหม่นทั้งปวง นำพาชีวิตน้อยๆในอ้อมแขน ไปสู่แสงสว่างที่พึงได้รับจนล้นค่า “ พ่อรักลูกนะ..ทาเคชิ..”


มันคือสายฝนที่สวยงาม เฉกเช่นภาพของความอบอุ่นที่ประทับตรึง พี่ชายที่กอดลูกชายไว้ในอ้อมแขน น้องสาวที่ร้องไห้เบาๆก่อนจะส่งลูกชายของตนให้ผู้เป็นพี่ชายได้ประคองกอด ภาพของครอบครัว ภาพของความสุข ซึ่งจะยืนนานไปสักเท่าไหร่กัน


วองโกเล่รุ่นที่เก้าเสนอสิ่งที่ง่ายดาย และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับสองพี่น้องตระกูลยามาโมโตะ หากแต่ดูเหมือนโชคชะตาจะไม่นำพาไปในทิศทางนั้น จะว่าพวกเขาแข็งแกร่ง หรือว่าโง่เขลาดีเล่า ในเมื่อยามาโมโตะ สึโยชิ ยืนกรานที่จะรักษาคำมั่นที่ให้ต่อตระกูลซาวาดะ ยังคงโทษตนเองว่าเพราะความอ่อนแอของตน จึงนำมาซึ่งความตายของผู้เป็นภรรยา ชีวิตที่เข้มแข็งของเขา ก็คือการหยัดยืนเพื่อปกปักษ์วองโกเล่ เพื่อตระกูลซาวาดะ สิ่งนี้เท่านั้นที่จะทำให้ความภาคภูมินั้นไม่แลหาย ความจงรัก ความภักดี ความสัตย์ซื่อ

ไม่ต่างกัน ยามาโมโตะ นานะที่ยังกอดลูกไว้แนบอกยืนยันที่จะใช้ชีวิตร่วมชายคาเดียวกับ ซาวาดะ อิเอมิทสึ ในฐานะแม่ของเด็กคนหนึ่ง ในฐานะน้องสาวที่ไม่อาจลบหลู่เกียรติของพี่ชาย ในสิ่งที่ผู้เป็นผู้นำตระกูลตัดสินใจ และในฐานะ บุตรสาวตะกูลยามาโมโตะ ที่สาบานให้คำมั่นต่อตระกูลซาวาดะ

“ แน่ใจอย่างนั้นหรือ ทั้งสองคน” เอ่ยถามอีกครั้ง ก่อนจะสั่งให้บรรดาคนรับใช้ลืมเรื่องทุกอย่างในค่ำคืน ให้การตัดสินใจของสองคนพี่น้องเป็นความลับระหว่างพวกเขา “ ฉันจะไม่โกรธเลย หากพวกเธอจะหนีจากไปตอนนี้” แม้จะไม่ได้พานพบหลานชายของตนอีกชั่วชีวิต ก็จะไม่เสียใจเลย

“ หากว่าทำแบบนั้น พวกผมคงจะต้อง....เสียใจภายหลังแน่ครับ นายท่าน” ชายหนุ่มตอบ ก่อนที่สองคนพี่น้องจะคุกเข่าลงกับพื้น ยามาโมโตะ สึโยชิรั้งมือซ้ายของชายผู้เป็นเสาหลักแห่งโลกมืดขึ้นจุมพิต แม้จะทุกข์ใจ แม้จะเศร้าโศก แต่คุณค่าของชีวิตนั้น หาได้อยู่ที่สิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าอยู่หรือตาย ไม่ว่าเลือกผิดหรือถูก นั่นก็เพื่อ...คนผู้นี้ “ กรุณาให้พวกผม ได้ปกปักษ์พิทักษ์ท่านด้วยเถอะครับ ท่านวองโกเล่รุ่นที่เก้า ” คำพูดของชายหนุ่มดังก้อง เป็นคำขอเรียบง่ายที่มุ่งมั่นและงามสง่า ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง นกนางแอ่นแสนงามแห่งชิงูเระ โซเอน

“ ฉันขอฝากด้วย” อนุญาต และขอให้คำมั่นสัญญาจากหัวใจ ในสักวันหนึ่งที่จักมาถึง ในอนาคตภายภาคหน้าที่กำลังจักมาเยือน....

ฉันจักต้อง

ตอบแทนพวกเธอ




ตอนหน้า....คือตอนจบเจ้าค่ะ!

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU) Bloody Swallows12 (D80/3380) 21/09
PostPosted: 21 Sep 2008, 00:06 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1285
ตอนหน้าจบแล้วววววววววววววววววว
เรื่องของคุณพ่อเป็นเช่นนี้นี่เองสินะ อยากเอามีดมาแทงอิเอมิทสึสุดๆเลยค่า


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU) Bloody Swallows12 (D80/3380) 21/09
PostPosted: 21 Sep 2008, 00:34 
Joined: 05 Aug 2008, 21:14
Posts: 290
ที่ว่าจบนี้หมายถึงจบเรื่องรึเปล่าคะ


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next


Who is online

Users browsing this forum: Kalika A., takigawa and 7 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: