Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test




Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next
Author Message
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 + ประกาศสั่งจองหนังสือ 08/09
PostPosted: 08 Sep 2008, 20:05 
User avatar
Joined: 01 Mar 2008, 18:22
Posts: 354
Location: ในร้านขายซูชิของยามะ
อิเอมิสึเลวง่าาาาาาาาาาาาาาา

แต่กลับโดนใจในความดาร์กและเลวของมันซะงั้น (หรือเราจะแอบเป็นคนชอบแบบนี้มานานแล้วหว่า TvT)

...รู้สึกชอบเรื่องนี้กว่าเดิมซะอีก

จามาลตายง่า แง้!!!! บ้าที่ซุ้ด~~~~~~ ถึงตายแต่เราก็ชอบนายนะ T.Tb

_________________
Image

http://daoharry.exteen.com
**โหมดรัก10051 โงหัวไม่ขึ้น**


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 09 Sep 2008, 10:40 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 19:33
Posts: 700
Location: ห้องส้วมบ้านทูน่า
...อิเอมิตสึจ๊ะ...
เธออาจจะแย่ในสายตาใคร...ฉันไม่รู้
...แต่สำหรับฉัน....
เธอแค่เลวสุดกู่กว่าทุกคน

ทำแบบนี้กับสึโยชิทำมายย!!! แงๆๆๆๆ สงสารวุ้ยฮุ้ย
แต่ก็ยอมรับว่าแอบปลื้มกับท่าทางความเลวของเขาเลย ได้ใจไปเต็ม ๆ >V<

อ๊า อยากได้ด้วยคนง่ะ ต้องทำยังไงอ่ะค่ะ ลงชื่อในกระทู้นี่เลยได้ไหมค่ะ ??

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 09 Sep 2008, 18:10 
User avatar
Joined: 14 Nov 2007, 18:20
Posts: 523
Location: ทุกที่ที่มี 6927... >_<
อ่านระกาศ...

ยกมือเอาด้วยอีกคนค่ะพี่รัก...

*me เพิ่งโผล่หัวเข้าบอร์ดหลังจากผจญนรกงาน... และยังคงเผชิญอยู่.. แต่หนีมาอ่านดาร์ก

อ่านแล้วแบบ...

*ทุกท่านเตรียมอุดหู*


กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อร๊างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

มันเป็นอะไรที่โดนจ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ดาร์กได้บาดจิตเลือดสาด?กระจายมากเลยค่ะ!!

ไม่มีเรทไม่กระชากใจจริงๆ!!!

ยอมรับเลยค่ะ!!


ส่วนตัวลินรักเสะ(โคตร)ดาร์กและโรคจิต บวกเคะจิตตก.. สติแตกใกล้บ้า? แต่เข้มแข็งครองสติได้ก็ยิ่งรัก...

มาเจอฟิคนี้แบบ...มัน...ตอบโจทย์ทุกอย่างที่รักได้หมดเลยค่ะ!!


ยิ่งบรรยากาศเเสนมืดมัว...หม่นหมอง...และสายฝนที่พร่ำตกในเกือบทุกตอน... ไม่รู้ว่าด้วยลินเป็นคนเกลียดเสียงฝนตก.. หรืออะไร.. แต่มันทำให้ดึงอารมณ์ให้อินตามได้อย่างง่ายดาย...

เจ็บปวด...แต่สุขสันต์.. และอยากยอมรับรู้ต่อไปเรื่อยๆ ว่าในท้ายที่สุดแล้วบทสรุป.. หรือจุดจบของการกระทำนี้

สุดท้าย..
จะไปสิ้นสุดอยู่ที่ใด?

ปล.ไปรับงาน Reborn Event ได้ไหมค่ะ?

_________________
Hakanakute Yasashikute Kowaresou Kimi Mitaina Hana...

ไม่จีรัง อ่อนโยน และ บอบบาง ดอกไม้ที่เหมือนกับคุณ..

Sakura Addiction...Thai Tran From Asana&Irregular
ว่างๆ เชิญ.. http://yumi-lina.exteen.com นะคะ ^_^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 10 Sep 2008, 20:00 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
คำเตือน อายุของ สึโยชิในตอนนี้ อยู่ที่ราว 36 ปีนะเจ้าคะ ซึ่งจะอ่อนกว่าอายุในตามท้องเรื่องจริงของรีบอร์น ดังนั้นกรุณาใช้ทักษะการจิ้น เจ้าค่ะ ( หัวเราะ...แล้วก็มาต่อกันเถอะ )

Part 9 Over My Life

ไร้คุณค่า ไร้ซึ่งความงามใดให้แลเห็น มีชีวิตอยู่ ถูกมองว่ามีประโยชน์ เก่งกาจ หรือแม้แต่ช่วงใช้ได้ หากแต่ว่า... ฉันเกลียดตนเอง ฉันชิงชังตนเอง ฉันขยะแขยงทุกสิ่งที่เป็นตัวฉัน ตัวตนที่อัปลักษณ์เข็ญใจ ไร้สามารถ ไร้สติปัญญา ทำได้เพียงปากพูด หากแต่แท้จริงกลับว่างเปล่า ต้องการความช่วยเหลือเสมอ ยืนหยัดด้วยตนเองก็ไม่ได้ ช่างโง่เง่า ช่างบ้าบอ ช่างทุเรศทุรัง อึดอัดอยู่ในอก คลื่นเหียนเหลือประมาณ ทำอะไรกับตัวตนของฉันที จะดูถูกก็ได้ จะดูแคลนก็ดี คุณค่าที่มีมีอยู่.....ก็แค่น่าอับอายยิ่งกว่าเดิม

นี่

ตัวฉัน

สมควรมีชีวิตอยู่รึเปล่า



มันคือค่ำคืนที่แสนทรมาน แม้จะไม่ต่างกับทุกคืน แต่มันก็คล้ายกัน ยามาโมโตะ ทาเคชิ กำลังนั่งชงชาแบบโบราณ โทรทัศน์ที่อยู่ติดผนังกำลังแพร่ภาพข่าวการจับกุมอาชญากรข้ามชาติ และแผนการปฏิรูปกระทรวงมหาดไทย ภาพซาซางาวะ เรียวเฮปรากฏอยู่ในจอโทรทัศน์ เฉกเช่นที่ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ทั้งที่เป็นแค่ผู้ช่วยรัฐมนตรี หากแต่เวลาเพียงอาทิตย์กว่าๆ เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตนเองทำงานมากกว่าใคร ฉลาดเฉลียว และเก่งกาจอย่างไร้ที่เปรียบ เป็นคนที่ยอดเยี่ยม และเปี่ยมด้วยพลังตลอดเวลา

“ ไม่ว่าจะเลือกทางไหน รุ่นพี่ก็เป็นที่หนึ่งอยู่ดี” ภาพความหลังที่ยังชัดแจ้ง สมัยที่ตนเพิ่งเข้าชั้นมัธยมปีที่หนึ่ง และรุ่นพี่ซาซางาวะที่ตอนนั้นอยู่มัธยมปลายปีสุดท้าย พวกเขาพบกันโดยบังเอิญในวันที่แดดออกแรง เด็กหนุ่มประธานชมรมมวยออกซ้อมกลางแดงแจ้งจางปางอย่างไม่กลัวว่าจะเป็นลมแดด เขาในตอนนั้นนึกอยากเล่นอะไรแปลกใหม่ จึงตรงไปสมัครเข้าชมรมเบสบอล แต่ดันโชคร้ายไปถามทางกับรุ่นพี่บ้ามวยขึ้นสมองคนนั้น จนเกือบถูกลากเข้าผิดชมรม

“ เราไม่ควรได้พบกันจริงๆนั่นล่ะ” เรื่องราวหลังจากนั้น ก็คือพวกเขาสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ต่างก็เป็นคนร่าเริงและสนุกสนานด้วยกันทั้งคู่ แม้จะอายุต่างกันอยู่หลายปี แต่ก็เป็นเพื่อนสนิท ตอนที่รู้ว่ารุ่นพี่ เป็นลูกชายคนเดียวของ ส.ส. ซาซางาวะ นั้นก็เฉยชามาก เช่นเดียวกับที่ฝ่ายนั้นก็ดูจะไม่ได้ใส่ใจนัก เจ้าตัวเป็นคนบอกเองว่าเรื่องของพ่อก็คือเรื่องของพ่อ ส่วนตัวเขา ก็มีความฝันของเขา เป็นเรื่องที่ดีและน่าชื่นชม น่าประทับใจและน่านับถือ ทีละเล็กทีละน้อย ความรู้สึกที่มีให้กันก็ยิ่งสว่างไสว และกลับกลายเป็นความทรงจำที่งดงาม

..................................

....................


“ ขอให้ชนะนะครับ” ตัวเขาเองที่บอกอวยพรตอนที่ไปส่งอีกฝ่ายที่สนามบิน นั่นคือหลายเดือนก่อน ตอนที่ซาซางาวะ เรียวเฮ จะเดินทางไปชิงแชมป์มวยสากลสมัครเล่น
“ เอ่อ.....” ฝ่ายนั้นเก้ๆกังๆอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น เรียกเอาผู้คนหันมามองเป็นตาเดียว
“ รุ่นพี่!”
“ ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย มีเรื่องจะพูดด้วยสุดหูรุดเลย! รอฉันกลับมาสุดหูรูดเลยนะ! ยามาโมโตะ ทาเคชิ! ” ช่างเป็นการสั่งลาที่แสนตลกขบขัน ไม่รู้หรอกว่ารุ่นพี่ซาซางาวะคนนั้นมีเรื่องอะไรจะพูด จะเป็นเรื่องดีหรือร้าย เป็นเรื่องตลกหรือเรื่องเศร้า แต่ว่า ......

.................................

....................



“ คงจะไม่ได้ฟังซะแล้วล่ะนะ” เด็กหนุ่มฉีกยิ้มอย่างเศร้าสร้อย จังหวะเดียวกับที่ประตูเลื่อนเปิดออก ชายหนุ่มผมบลอนด์ฉีกยิ้มให้อย่างรื่นเริง ก่อนจะเข้ามานั่งอยู่ข้างเคียงเด็กหนุ่มบนผืนเสื่อ

“ ดูข่าวอยู่รึไง”

“ ก็เห็นอยู่นี่ครับ คุณดีโน่” ยามาโมโตะตอบ พลางเขยื้อนถ้วยน้ำชาไปวางไว้ตรงหน้าอีกฝ่าย “ กระหายน้ำหรือเปล่าครับ” ไม่ได้คิดจะเอาอกเอาใจ แต่ก็แค่ไม่อยากให้พูดถึงเท่านั้น นี่เป็นคืนที่สามที่บิดาไม่กลับมาบ้าน และก็เป็นคืนที่สามที่เขาต้องทนอยู่ข้ามคืนกับชายตรงหน้า นึกอยากให้มันเป็นอะไรที่ง่ายกว่านี้ มีความสัมพันธ์กันจนเป็นที่พอใจแล้วก็เลิกรา ทำไมถึงจะต้องกอดอยู่จนตะวันแยงตา ทำไมจึงจะต้องคอยให้รับใช้ดูแลในยามหัวค่ำที่ยังไร้อารมณ์พิศวาส

“ ชาฉันก็อยากดื่ม แต่ว่า.....” พลันทันใดนั้นกลับจับคางมนของเด็กหนุ่มขึ้น และแนบริมฝีปากเข้าจุมพิต ปลายลิ้นที่ชาญเชี่ยวค่อยๆลิ้มเลียอย่างเป็นสุข มือที่ไล้พวงแก้มนุ่มและปลายนิ้วที่เกลี่ยขอบตาอีกฝ่ายอย่างสุขสม กับคนที่รักและลุ่มหลง ความรู้สึกที่ได้อยู่ร่วมหรือการสัมผัสเพียงผิวเผิน กลับมีค่ายากประมาณ

“ ค คุณดีโน่” เสียงที่ทุ้มต่ำตามธรรมชาติของเด็กรุ่น หากแต่ก็หวานเสนาะรื่นหูยิ่งสำหรับผู้ฟัง

“ ฉันกระหายตัวเธอ ยามาโมโตะคุง” ล้มลงกับพื้นเสื่อ ร่างที่แนบชิดกันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น กลิ่นกายหลังอาบน้ำที่หอมกลิ่นสบู่อ่อน มันอาจเป็นอุปทาน หากแต่สำหรับม้าพยศแห่งวองโกเล่ เขากลับได้กลิ่นสายฝนอ่อนที่ฟุ้งมาตามเนื้อกาย “ ฉันรักเธอ ยามาโมโตะคุง” คำบอกรักซ้ำๆ ที่แสนน่าเบื่อหน่ายสำหรับอีกคน

“ งั้นหรือครับ” แม้จะปล่อยตัวให้ถูกช่วงใช้ หากแต่ดวงตานั้นกลับเหม่อมองไปยังจอโทรทัศน์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ประมวลภาพข่าว ที่ฉายภาพของคนๆนั้นซ้ำอีกครั้ง อาจจะเพราะว่าไม่ได้ใส่ใจ หรือไม่ก็ไม่ได้คาดหมาย ยามาโมโตะ ไม่ได้รู้เลยว่าสายตาของเขาที่เมียงมองไปนั้นถูกจับตามองอย่างสิ้นเชิง ดีโน่....กำลังจ้องมอง

“ ซาซางาวะ เรียวเฮ...” เสียงพึมพำที่เรียกสติของเด็กหนุ่มกลับมา ดวงตาสีดำเบิกกว้างขึ้น พลันได้แลเห็นแววตาแค้นเคืองอาฆาตจากชายที่กดทับร่างกายของตนอยู่

“ คุณดีโน่!” นี่เขา เผลอไปอย่างนั้นรึ

“ รักหมอนั่นรึไง หรือว่า เพราะถูกกอดจนติดใจกันล่ะ!” คำขู่ตะคอกที่ทำเอายามาโมโตะสะดุ้ง คนๆนี้ โกรธอยู่งั้นหรือ

“ ไม่ ไม่ใช่ .....จะมีใครพอใจที่ถูกเกลียดชังหรือยังไงล่ะครับ”นั่นหาใช่คำโหก รุ่นพี่ชิงชังเขา เคียดแค้น โกรธเคือง ความอาฆาตมาดร้ายนั่น แววตาที่โหดร้ายนั่น.....แต่ ทำไม ทำไมกัน ตัวเขา ถึงไม่มีแม้โทสะ หากจะมีอยู่ล่ะก็มันคงเป็นเพียงความรู้สึกเดียว

ฉัน

เสียใจ


“ ซาซางาวะ เรียวเฮ กำลังถูกหมายหัว” ดีโน่เอ่ยด้วยเสียงเรียบ พลางกดลำแขนของเด็กหนุ่มลงกับผืนเสื่อ

“ !” หมายหัว....

“ ผู้ชายคนนั้นอันตรายต่อวองโกเล่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร หรือเรื่องแบบไหน จงรู้ไว้ว่า มันจะต้องตาย!” คำขู่กรรโชกดังก้อง ก่อนที่จะทึ้งจูบลงมาที่ซอกคอ เลียจนชุ่มโชกน้ำลาย ขบกัดติ่งหูให้เสียวซ่าน ความปรารถนาคือกลืนกินความคิดคำนึงที่คนตรงหน้าเขามอบให้กับอีกคนหนึ่ง ลืม ลืมซะ ....

“ อื้อ...” ทั้งๆที่ควรจะไหวหวั่นไปกับการเล้าโลม แต่สมองนั้นกลับวนเวียนคิดได้แต่เพียงเรื่องเดียว หมายความว่ายังไงกัน หมายหัว ตาย คนๆนั้นน่ะรึ รุ่นพี่ซาซางาวะน่ะรึ

คนๆนี้

คนตรงหน้าเขา

กำลังจะฆ่ารุ่นพี่



ด้วยภาวะอารมณ์เช่นนั้น แม้จะสอดคล้องร่วมรัก หากแต่หัวใจนั้นห่างไกล คนหนึ่งยินยอมให้ทั้งร่างกาย แต่กลับห่วงคำนึงถึงชายอีกคน อยากพบ อยากเจอ แม้จะต้องถูกดูแคลนหรือเคียดแค้น แต่อยากบอกเหลือเกิน ดูแลตัวเองด้วย ระวังชีวิต ระวังอันตราย ขอพบเพียงแค่บอกกล่าว ขอพบเพียงเพราะปรารถนา แสงอรุณที่เปล่งประกายงามจรัสนั่น ได้โปรดเรืองรองคู่ฟ้า

.........


ตรงข้ามกับชายอีกคน ทั้งที่รู้ว่าได้ครอบครองร่างกายไว้ในอ้อมแขน ได้เห็นสีหน้าที่เจ็บปวด ได้จุมพิต ได้ยินเสียงครางอันสุขสม แนบสัมผัสร่างกายซ้ำๆ ช่างน่าเศร้า เจ้านกน้อย นกนางแอ่นที่เหินต้องลม นางแอ่นฟ้าที่งดงามและสวยสง่า ทั้งที่ได้โอบอุ้มไว้ในอ้อมแขน เชยชิดแนบกับแผ่นอก แต่วิหคแสนงามที่แลเห็น ก็พาลแต่จะหลีกหนีบินจากไป เจ้านางแอ่นเหินต้องลม ฉันแค่เพียรอยากบอกเธอว่า
“ ฉันรักเธอ.....” จูบละมุนสุดท้าย ก่อนที่จะล่วงล้ำกายเข้าไป เสียงกรีดร้องดังก้องกังวานพร้อมกับเล็บที่จิกเข้ากลางแผ่นหลังอีกฝ่าย อยากหยุดเวลาไว้ เป็นของฉัน เป็นของฉันแต่ผู้เดียว ทำไม...

แค่ความรักของฉัน

มันไม่พออย่างนั้นล่ะหรือ






ต่อเจ้าค่ะ


Last edited by ruk21us on 10 Sep 2008, 20:47, edited 1 time in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 10 Sep 2008, 20:04 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
แสงจันทรางามงดสาดส่อง ที่แลเห็นคือกองซากศพเกลื่อนกลาด กับร่างไร้ศีรษะที่ค่อยๆซบลาดกับผืนดิน โลหิตแดงฉานที่สาดกระทบใบหน้าและเสื้อเชิ้ตที่เคยขาวพิสุทธิ์ เฉกเช่นความมืดหม่นที่ได้กล้ำกรายดวงตาที่เคยส่องประกายแจ่มใสงามงด ทุกสิ่งนั้นว่างเปล่า แม้ยามที่เห็นชีวิตแล้วชีวิตเล่าดับดิ้นแลหาย แต่คมดาบที่ฟาดฟันลงไป สะบั้นทุกสิ่งให้ขาดวิ่นในเบื้องหน้า กลับซื่อตรงไม่ไหวติง ต่อให้อยากร้องไห้แค่ไหน อยากกรีดร้องเพียงใด...ก็ ไม่อาจแสดงออก อึดอัดในอก ปวดหัวคลื่นไส้ ต่อให้บอกว่าไม่ไหวแล้วยังไง ต่อให้บอกว่าอยากเลิกราแล้วสำคัญตรงไหน ยังไงเสียเสียงของฉัน....ก็ส่งไปไม่ถึงอยู่ดี

ถึงจะเป็นแบบนั้น

หากแต่ค่ำคืนนี้

ฉันมีเป้าหมาย


“ เป็นดาบที่ดีไม่ใช่รึนั่น” เสียงปรบมือจากชายวัยกลางคนที่นิ่งมองอยู่นาน ภารกิจสังหารในค่ำคืนจบลงอย่างสวยงาม สมบูรณ์แบบ และไร้ที่ติ เพราะเป็นนักดาบของตระกูลยามาโมโตะ เพราะเป็นมือสังหารที่ชาญเชี่ยว และเพราะเป็น ลูกชายของนาย...สึโยชิ

“ คนพวกนี้เป็นใครกันครับ ” เด็กหนุ่มเอ่ยถามพลางใช้ผ้าขาวเช็ดหยาดเลือดที่คมดาบคู่ชีวิต ดาบที่แสนสำคัญ ดาบที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการฆ่าฟัน

“ คนของเจ้านักการเมืองหน้าใหม่นั่น ส่งมาจับตาดูฉัน คงจำได้ใช่มั้ย ลูกชายของคนที่เธอฆ่าไงล่ะ” ซาวาดะ อิเอมิทสึบอก นอกจากจะรู้ข้อมูลนั่น เขายังรู้อีกด้วยว่าซาซางาวะ เรียวเฮ เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของ ยามาโมโตะ ทาเคชิ และนั่นก็คือเหตุผลที่เขาสั่งเด็กคนนี้ไปสังหารรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพื่อ...ตัดขาดนกนางแอ่นตัวน้อย จากเพื่อผอง ให้โลกทั้งโลก พลันมืดสนิท

“ แบบนี้ แสดงว่า ตระกูลซาซางาวะ เคลื่อนไหวบางอย่างงั้นหรือครับ” ยามาโมโตะถาม พยายามตีสีหน้าเรียบเฉยอย่างที่สุด

“ เดาดูสิ.....การที่เจ้าหนุ่มนั่นได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี มันก็ต้องมีคนช่วยเหลืออยู่แล้ว ไหนจะคำสั่งกระทรวงมหาดไทยในการกวาดล้างพวกใต้ดิน แล้วก็ คนของซาซางาวะที่ส่งมาเฝ้าฉัน ซึ่งเป็นชนชั้นปกครองของวองโกเล่ เป้าหมายของ ซาซางาวะ เรียวเฮ คืออะไรกันล่ะ หืม” เจ้าหนุ่มที่เหิมเกริม ต้องชดใช้ผลกรรม

“ ไม่ทราบครับ หน้าที่ของมือสังหารก็คือการทำตามคำสั่ง ถูกต้องมั้ยล่ะครับ” นั่นคือคำตอบที่เจ้าตัวเลือกสรร พูดออกไป ในสิ่งที่จะทำให้อีกฝ่ายพอใจ ตัวเขา เลือกที่จะปรากฏตัวต่อหน้าซาวาดะ อิเอมิทสึในค่ำคืนนี้ และรับคำสั่งในฐานะมือสังหารในสังกัด ลงมือฆ่าฟัน...

“ พ่อสอนมาดีนี่นา” เสียงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต สมกับเป็นลูกของสึโยชิ ไม่มากความ และไม่วุ่นวาย

“ แล้วผมจะต้อง...ฆ่า ซาซางาะ เรียวเฮ รึเปล่าล่ะครับ” คำถามเยียบเย็น ที่แม้แต่คนถามก็ยังหวั่นใจว่าจะผิดแปลก แต่มันจะเกิดประโยชน์อะไร หากเขาไม่อาจถามคำถามนี้ได้

“ คิดว่ายังไงล่ะ เกิดสงสารขึ้นมารึ” เป็นเด็กที่น่าสนุก อารมณ์หลากหลายภายใต้ท่าทีที่เลียนแบบผู้ใหญ่ หอมหวาน และน่าเชยชิมอย่างไม่ต้องสงสัย จะดีแค่ไหน หากคืนนี้จะขอรั้งไว้ในกรงอีกสักคืน ยังไงซะ...ก็เป็นของๆเขา..

“ ไม่ทราบครับ ว่าแต่ว่า ผมจะต้องไปรายงานท่านวองโกเล่รุ่นที่สิบหรือเปล่า” เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง รู้ตัวว่าหากซักไซ้ไล่เรียงจนเกินไปก็จะกลับเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จากสีหน้าท่าทางของคนตรงหน้า ยังไม่สายที่จะดึงความสนใจไปเรื่องอื่น

“ จำเป็นต้องให้รู้รึไง เรื่องจะกำจัดใครเพื่อผลประโยชน์ของตระกูลนั่น มันไม่ใช่วิสัยทัศน์ที่เด็กอ่อนโลกนั่นจะตามทันหรอกนะ ” ซาวาดะ อิเอมิทสึตอบ ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเลือดที่เปื้อนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ยังคงนิ่งเฉย ดวงตาที่สบประสานกันอย่างเคร่งขรึม ความรู้สึกมากมายอัดแน่นแทนคำพูดจา

“ คุณถือว่าตนเองเป็นพ่อของท่านรุ่นที่สิบสินะ” ยามาโมโตะ ทาเคชิถามอีกครั้ง รำลึกถึงสถานการณ์ภายในตระกูลที่สับสนพอประมาณ ต่อให้เป็นตระกูลมาเฟียอันดับหนึ่ง แต่โครงสร้างภายในนั้นกลับกำลังตกอยู่ในภาวะน่าเบื่อหน่าย เมื่อนายท่านรุ่นที่เก้าจากไปอย่างปัจจุบันทันด่วน และทิ้งพินัยกรรมไว้หนึ่งฉบับ คนที่ชายที่ทรงอำนาจที่สุดแห่งยุคเลือกให้เป็นผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งราชันย์ในโลกมืด หาใช่บุตรชายคนใดคนหนึ่งของตนเอง หากแต่เป็น...หลานชาย หลานชายวัยสิบห้าปี ผู้ถูกดูแคลนจากคนทั้งวงการว่าไร้พิษสง และ ขาดภาวะผู้นำอย่างที่สุด

ซาวาดะ

สึนะโยชิ



“ ความลับระหว่างคนในครอบครัว มันก็มีบ้างไม่ใช่รึไง” อิเอมิทสึตอบพลางยักคิ้ว รอยยิ้มอำพรางความหงุดหงิดและผิดหวังบางอย่างจากก้นบึ้งหัวใจไว้ ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไม บิดาของตนจึงตัดสินใจเช่นนั้น เด็กที่น่ารังเกียจนั่น ลูกชายที่ไม่ควรจะเกิดมา ทารกที่ควรจะมีชีวิตอยู่เพื่อเป็นเครื่องมือผูกมัดเท่านั้น ทำไม .......

“ ถ้าหากว่าคนๆนั้น.......” พูดได้เพียงเท่านั้นก็กลับเงียบไป รับรู้ว่าหากพูดต่อปากต่อคำมากไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ยังไงคนๆนี้ก็คือ ซาวาดะ อิเอมิทสึ ชายที่กุมอำนาจหนึ่งในสามของตระกูล ในฐานะของพ่อแท้ๆของผู้นำคนปัจจุบัน ส่วนเด็กคนนั้น...ลูกพี่ลูกน้อง ที่มีฐานะแตกต่างราวขอบฟ้าและสุดนรก ไม่ได้อิจฉา ไม่ได้ริษยา แต่ก็มีบ้างที่จะแอบคิดขึ้นมา ในบางโอกาสที่อาจจะเผลอนึกน้อยเนื้อต่ำใจกับตัวตนของตนเอง แต่มันก็เท่านั้น ฝ่ายนั้นเองก็ใช่ว่าจะมีชีวิตที่ดีอะไรมากนัก แค่อำนาจและชีวิตในกำมือ มันก็ยังยากที่จะรักษาไว้ไม่ใช่หรือ

“ ชื่อสึนะโยชิ ฉันเป็นคนตั้งให้ รู้รึเปล่า ทาเคชิคุง” แกล้งหยอกเด็กตรงหน้า สุมไฟให้แค้นเคือง ให้อารมณ์ความรู้สึกที่มีอยู่อัดแน่นจนระเบิดเป็นความคับแค้นที่มืดหมอง พาตัวตนของตนเองดำดิ่งสู่นรกแห่งความเคียดแค้นที่โง่งม

“ เหมือนกันเลยครับ” ยามาโมโตะตอบ เวลาที่ผ่านมาระยะหนึ่ง อย่างน้อยก็พอจะเพิ่มเติมสติยั้งคิดให้กับตัวเขาบ้างแล้ว “ พ่อผม ก็เป็นคนตั้งชื่อ ทาเคชิ ให้เหมือนกัน” นั่นก็เหมือนการประชดประชัน ในเมื่อฝ่ายนั้นเจตนาจะกดดันเขา เขาเองก็มีสิทธิเหมือนกัน..ถูกรึเปล่าล่ะ

“ นิสัยไม่ดีเลยนะ” น้ำเสียงเย็นเอ่ยขึ้น ก่อนจะกระชากลำแขนซ้ายของเด็กหนุ่มขึ้น ไม่สบอารมณ์เอาเสียเลยที่ถูกย้อนเอาแบบนี้ “ เธอยังไม่ได้บอกฉันด้วยซ้ำว่าหายไปไหนมาเป็นอาทิตย์!” คำขู่เข็ญตะคอกใส่ รู้สึกขุ่นมัวยามที่นึกถึงบทสนทนากับน้องชายตนเอง กับดีโน่อย่างนั้นรึไง เจ้านกน้อยที่บังอาจไม่เคารพฉัน บังอาจจะหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างนั้นรึ

“ ถ้าผมบอกว่า ผมได้รับภารกิจจากท่านวองโกเล่รุ่นที่สิบ คุณจะเชื่อรึเปล่าล่ะ” ยามาโมโตะยังคงตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง จะไม่บอกไปหรอกว่าความจริงเป็นเช่นไร หากว่ามันสุ้มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคนๆนั้น หากว่ามันจะทำอันตรายให้คนๆนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น...ก็จะไม่บอกออกไป “ คุณจะสนใจอะไรกัน นกที่เปื้อนเลือดจนขุ่นคลักแบบนี้ จะยอมให้คุณกอดคนเดียวเท่านั้นหรอกนะ” ว่าพลางเขยิบเข้าแนบชิด และจุมพิตลงบนริมฝีปากของอีกฝ่าย เรียนรู้ที่จะเอาตัวรอด และรู้จักที่จะ....เอาชีวิตรอด

สีดำที่บริสุทธิ์

สีขาวที่แปดเปื้อนมลทิน



“ ฉลาดนี่นา” ชายผู้มากประสบการณ์กว่าบอก ก่อนจะดึงร่างที่ย้อมโลหิตจนแดงชาดเข้ามาแนบอก ริมฝีปากสากหน้าแนบชิดอีกครา ก่อนที่เรียวลิ้นจะสอดกระหวัดเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่มีเพียงความเสแสร้งและหมองหม่น

“ ก็ไม่เท่าคุณหรอกนะครับ” เด็กหนุ่มนักดาบบอก มันคือความรู้สึกที่ยากจะบอกออกมา ยามที่คนเราประเมินคุณค่าของตนเองต่ำจนถึงที่สุด ยามที่เราจะแลเห็นตนเองไม่ต่างอะไรกับเศษขยะที่รกที่รกทางของโลกทั้งใบ สถานการณ์ที่เป็นแบบนั้น ต่อให้ฝืนยิ้มออกมา ต่อให้ฝืนเดินต่อไป มันก็มีค่าเพียง

มีชีวิต

เพราะแค่มีชีวิต

อยู่รอด

เพราะยังดื่มกิน


ค่ำคืนที่กอปรด้วยบาปแห่งความชั่วช้าผ่านไปอีกคราหนึ่ง ยามเช้าที่มาพร้อมกับความหนาวเย็นจากน้ำค้างใส ยามาโมโตะ ทาเคชิ เหม่อมองสวนหย่อมของคฤหาสน์ตระกูลซาวาดะพลางแค่นยิ้ม การเก็บกวาดนั้นรวดเร็วดั่งคาด แค่ข้ามคืน ซากศพที่ทำลายทัศนียภาพของสวนสไตล์อิตาลีก็หายไปราวกับทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน เขาเดินออกจากคฤหาสน์หลังนั้นอย่างเงียบเชียบ ความเหนื่อยอ่อนทั้งร่างกายและจิตใจนั้นสุดหยั่ง


ยามที่เท้าก้าวเข้าบริเวณบ้านของตนเอง ดูราวกับทุกสิ่งหมดจด เปิดประตูบ้านเข้าไปอย่างเงียบเชียบ คาดหวังว่าบิดาคงจะออกไปธุระหรือไปโรงฝึกเฉกเช่นปกติ หากแต่เช้านี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น

“ กลิ่นธูป...” กลิ่นธูปหอมลอยเข้าจมูก ยามที่เดินผ่านห้องโถง ธูปดอกหนึ่งถูกจุดไว้ในกระถางเบื้องหน้ารูปถ่ายของมารดาที่เสียไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ หญิงสาวผู้งดงาม เส้นผมสีดำเงางามที่เหยียดตรง ดวงตาสีนิลใสราวเนื้อทราย ริมฝีปากบางเฉียบที่เป็นสีชมพูอ่อนด้วยเลือดฝาด เคยคิดว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกัน เคยคิดว่าช่างสมกันราวกิ่งทองใบหยก นักดาบผู้เก่งกาจกับหญิงสาวผู้งามพร้อม

“ แม่...วันนี้.....” ดวงตาเหลือบมองดูปฏิทิน แทบไม่น่าเชื่อว่าเขาเกือบจะหลงลืมวันที่สำคัญที่สุดไปอย่างไม่น่าให้อภัย วันนี้ วัน...ครบรอบวันเกิด “ สุขสันต์วันเกิดนะครับ แม่” รอยยิ้มที่แจ่มใสแย้มให้อย่างเบิกบาน เนื่องเพราะรู้ว่านั่นเป็นของขวัญแสนสำคัญสำหรับผู้เป็นมารดา ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ ยิ้มเดียวที่จะมอบให้

“ กลับมาแล้วรึ ทาเคชิ” เสียงอีกเสียงเอ่ยทัก ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดยูคาตะสีเข้ม สองมือนั้นถือถาดอาหารเข้ามาวางตรงหน้ารูปของภรรยาผู้ล่วงลับ ก่อนจะหันมาทางบุตรชาย พร้อมรอยยิ้ม “ ไปอาบน้ำ แล้วลงมาทานข้าวเถอะ จะได้ทานกันพร้อมหน้า”

“ ครับ” หากเป็นวันอื่น เด็กหนุ่มคงจะปฏิเสธ หากแต่เพราะเป็นวันนี้ และต่อหน้ามารดา แม้หลงเหลือเพียงวิญญาณ แต่ก็ยังอยากให้รับรู้อย่างเป็นสุข ยามาโมโตะ ทาเคชิหันหลังให้ ก่อนจะเหลือบมองร่างตนเองด้วยสีหน้าเศร้าหมอง เขาในวันนี้...ไม่เหมือนเมื่อหนึ่งปีก่อนอีกแล้ว

“ ผมยังสบายดีนะครับ คุณทาคาโกะ” ยามาโมโตะ สึโยชิพูดขึ้นในความเงียบงัน ดวงตาเฝ้ามองรูปถ่ายของคนรัก แม้หัวใจจะเศร้าหมอง แต่ก็ยังหยัดยืนต่อไป ไม่ใช่ว่าไม่เจ็บปวด หรือหลงลืมจนด้านชา เพียงแต่ว่า มีบางสิ่ง ที่ยังต้องดูแล


อาหารถูกวางบนโต๊ะกลางห้องรับแขก สองคนพ่อลูกนั่งคุกเข่าลงกับเบาะนั่งบนพื้นเสื่อ ทั้งคู่สวมชุดยูคาตะสีน้ำเงิน สีที่หญิงสาวคนสำคัญของพวกเขาชื่นชอบ สำหรับสึโยชิ เขายังจำได้ดี ยามาโมโตะ ทาคาโกะ เคยพูดเสมอถึงศักดิ์ศรีและคุณค่าของการมีชีวิตสำหรับเธอ ความตายที่มีเกียรติสูงส่งยิ่งกว่าชีวิตที่ไร้คุณค่า และสีน้ำเงินเข้ม ก็เป็นสีที่แสดงถึงสิ่งนั้น

“ เป็นผู้หญิงแปลกๆ แม่ของลูกน่ะ” ผู้เป็นบิดาบอกพลางคีบกับข้าวขึ้น คำพูดที่ทำให้ฝ่ายลูกชายต้องเงยหน้าขึ้นจากสำรับอาหาร

“ ก็เห็นชอบพูดแบบนี้ทุกปี” ทุกปี เรื่องเล่าที่ช่วยให้อบอุ่นราวกับว่าผู้ตายนั้นยังอยู่ร่วมกัน

“ ชอบสีน้ำเงิน ชอบดาบ ชอบสาเก และก็ดอกบัว” ผู้หญิงแปลกๆ ที่คุยด้วยไม่รู้เบื่อ คนที่โอบประคองเขาเอาไว้ในยามที่ทุกสิ่งมลายสลาย เพียงเสียงของเธอ ที่ช่วยปลอบประโลมใจฉัน

“ แต่ก็..ชอบปักผ้า ทำเครื่องหอม และก็ฟังเพลงร็อค” นั่นก็คือเรื่องของแม่ที่ฟังมาจนชินหู นิสัยที่ทำให้ภาพพจน์ของคุณแม่ในอุดมคติพังทลาย

“ เห็นแบบนั้น แต่ก็ทำกับข้าวไม่ค่อยถนัดหรอกนะ” พูดถึงตรงนี้ฝ่ายลูกชายก็นิ่วหน้าอย่างฉงน

“ ไม่ยักรู้มาก่อน”

“ แต่ทำซุปเต้าเจี้ยวอร่อยที่สุดในโลกเลยล่ะ” คำชมจากบิดาที่ทำให้ฝ่ายลูกชายหัวใจพองโต พวกเขาสบตากันเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองรูปของหญิงสาวที่ตั้งอยู่ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อนที่จะหัวเราะขึ้นเบาๆพร้อมกัน เสียงหัวเราะที่ดูราวขาดหายไปนานในบ้านหลังนี้ กลับดังก้องขึ้นอย่างไม่คาดฝัน นี่พวกเขา...ลืมไปนานแค่ไหนกัน

“ นี่พ่อ ......” กัดริมฝีปากตนเองน้อยๆ นึกอยากถาม ถามบางอย่างที่อาจจะสายจนเกินไป สมองย้อนหวนคำนึงถึงภาพที่เห็นในวันนั้น เสียงที่ได้ยิน ความเคียดแค้นที่พลันฉีกขาดสติจนหมดสิ้น วันนั้น....


ต่อเจ้าค่ะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 10 Sep 2008, 20:20 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
......................................

......................



เขากลับจากโรงเรียนเร็วกว่าปกติเพราะงดซ้อมเบสบอลในช่วงเย็น เป็นวันที่ฝนตกปรอยๆ และท้องฟ้ามืดครึ้ม เดินสูดกลิ่นฝนไปตามทางอย่างรื่นรมย์ จงใจให้สายฝนสาดเข้าใบหน้า และร่างกายจนเปียกปอน ความสุขที่ไม่รู้ว่าเป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ขณะที่กำลังหลงใหลกับอากาศแบบนั้นก็พลันถูกรถคันหนึ่งเฉี่ยวไปอย่างกะทันหัน ตัวเขากระโดดหลบเข้าข้างทาง แต่สายตาเจ้ากรรมดันไปสบกับภาพคนที่อยู่ในรถ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งทุบกระจกร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในนั้น

“ นั่น!” เด็กหนุ่มที่ยังเห็นทุกสิ่งเป็นสีขาวพิสุทธิ์คนหนึ่ง ตัวเขา ที่วิ่งตามรถคันนั้นไป หากแต่ขณะที่กำลังมุ่งมั่นแต่จะติดตามนั่นเอง ท่ามกลางถนนหลวงที่เวิ้งว้างไร้ผู้คน ท่ามกลางสายฝนที่พลันสาดซัดลงมาราวพายุคลั่ง เสียงระเบิดกลับดังก้องขึ้น เปลวไฟสีแดงสดลุกท่วมคันรถ ที่กระเด็นลงมาแทบเท้า คือซากศพไหม้เกรียมที่ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนเดียวกับเขา.....

“ น...นี่มัน....” เงยหน้าขึ้นจากความตาย ฉายแลเห็นกลุ่มคนในชุดสูทสีดำที่ตีสีหน้าเคียดแค้นชิงชังมหาศาล อาวุธครบมือทั้งของมีคมและลำกล้องปืน หากแต่เหนืออื่นใด ภาพของชายคนหนึ่งในชุดฮาคามะสีดำสนิท ที่มือขวาคือดาบสีเงินส่องประกาย ชายผู้นั้นตั้งท่า กระบวนท่าพื้นฐานที่เคยเห็นจนเจนตา หากแต่ไม่เคยประสบพบเห็นยามถูกใช้จริง

“ แก! ถึงขนาดฆ่าตัวประกันเลยเรอะ!” กลุ่มคนในชุดสีดำตะคอกถาม หากแต่ชายผู้ถือดาบกลับนิ่งเฉย เสียงเรียบที่เยือกเย็นออกปากโต้ตอบเพียงประโยคเดียว

“ เบื้องบน อนุญาตแล้ว” คำประกาศิตที่ทำให้ ยามาโมโตะ ทาเคชิผู้แอบเฝ้ามองหนาวเย็นจับจิต ท่ามกลางเปลวเพลิงที่กั้นขวาง คนๆนั้น บิดาของเขา เปล่งวาจาเลือดเย็นไร้น้ำใจถึงเพียงนั้น อาจเพราะเคยชินกับน้ำเสียงอ่อนนุ่ม รอยยิ้มที่อบอุ่น จึงยิ่งปวดใจจนต้องกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดระริน

“ ไอ้พวกมาเฟีย! จงตายที่นี่ซะเถอะ!” เสียงขู่เอาชีวิตดังขึ้น ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง ที่โลหิตพลันสาดกระจายกลางอากาศ นางแอ่นฟ้าเหินสีนิลกาฬสยายปีกออกเข้าฟาดฟันศัตรูเบื้องหน้า ร่างของบิดาที่กระโจนขึ้นและใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการปลิดชีวิตผู้คน งดงามสมบูรณ์แบบทุกย่างก้าว อย่างที่เคยได้ยินและได้รับการบอกเล่าเสมอมา

ชิงูเระ โซเอน

ไร้เทียมทาน


“ สำนักดาบชิงูเระ โซเอน กระบวนท่าที่แปด วรุณกระหน่ำแทง!” พุ่งเข้าทะลวงอย่างเยือกเย็นแต่ก็เฉียบคม ทุกท่วงท่าแผ่จิตสังหารมาดหมายเอาชีวิต ฝ่ายผู้ชมนั้นพลันอึดอัดในอก ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าครอบครัวของตนเป็นอะไร มีหน้าที่เช่นใด หากแต่เมื่อได้เห็น ได้ประสบ และจินตนาการว่าสักวันร่างของตนจะต้องย้อมไปด้วยคาวเลือดเฉกเช่นนั้น มันก็พลันให้... เจ็บปลาบ


เสียงลมกรรโชกตัดกับหยาดเลือดที่กระเซ็นในสายฝนและกองเพลิง ตัดสินใจว่าจะกลับบ้านไปอย่างปกติ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น จะแย้มยิ้มให้บิดาอย่างเช่นเคย นั่งทานอาหารและไต่ถามสารทุกข์สุกดิบเฉกเช่นที่เป็นมา ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปร หากแต่ ทันใดนั้นเองที่โสตประสาทพลันได้ยินเสียงฝีเท้า ชายในชุดสูทสีดำอีกคน หากแต่คนผู้นี้นั้นคุ้นตา เส้นผมสีบลอนด์ กับดวงตาสีน้ำตาลเข้ม คนที่มีศักดิ์เป็นอาเขย และเจ้านายของตระกูล..... ซาวาดะ อิเอมิทสึ

“ จบซะทีสินะ เท่านี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ต้องลาออกแล้ว” อิเอมิทสึบอก

“ คนที่สั่งฆ่าลูกในไส้ได้ จะนำพาประเทศไปในทิศทางแบบไหนกัน” สึโยชิตอบ ความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้งในฐานะของคนเป็นพ่อนั้นล้นปรี่

“ พูดยังกับว่าเธอเป็นพ่อคนที่ดีเยี่ยมงั้นล่ะ ในเมื่อ....” ว่าพลางเอื้อมมือออก พร้อมกับดึงอีกฝ่ายเข้ามาจุมพิตที่ริมฝีปาก รสสัมผัสที่เจืออยู่ในมรณกรรมของใครหลายๆคน

“ ............................” ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับ ยามาโมโตะ สึโยชินิ่งเงียบ และไม่รู้สึกอะไรกับการสัมผัสเช่นนั้นอีกแล้ว “ เปล่าประโยชน์.....” เสียงเย็นตอบ

“ แล้วการปฏิเสธความจริง มันได้ประโยชน์อะไรรึไง” อีกฝ่ายย้อน

“ ผมไม่เคยปฏิเสธความจริง คนที่ต้องรับผิดชอบต่อการตายของชามาลกับทาคาโกะก็คือผม คนที่ทำให้ทาเคชิต้องกำพร้าแม่ก็คือผม คนที่ทำให้นานะต้องตกนรกก็คือผม และ.....” ดวงตาที่นิ่งมองคนเบื้องหน้า อดีตที่ซ้อนทับปัจจุบันจนขุ่นมัว

“ คนที่ต้องรับผิดชอบต่อความรักของฉัน ก็คือเธอ ถูกต้องมั้ย” คำตอบที่ทำให้ผู้ฟังคนหนึ่งนิ่งงัน และอีกคนชาวาบไปทั้งร่าง ภาพต่อจากนั้น ก็คือการจุมพิตที่เนิ่นนาน และเสียงหอบเร่าของบิดาที่ดูราวยินยอมพร้อมใจให้อีกฝ่ายกอดก่าย ความรู้สึกสับสนพลันแล่นพล่านในอก

“ ม หมายความ หมายความว่ายังไงกัน....” ยามาโมโตะ ทาเคชิ รำพึงกับตนเอง มองภาพเบื้องหน้าสลับกับซากศพของคนคุ้นตา เด็กหนุ่มจ้ำเท้าวิ่งฝ่าสายฝน น้ำตานองใบหน้าอย่างคนทำอะไรไม่ถูก มันหมายความว่ายังไง แม่ตายเพราะพ่อ พ่อที่ยอมให้ผู้ชายคนอื่นกอด นั่นคืออะไรกันน่ะ นั่นน่ะรึศักดิ์ศรีของนักดาบ นั่นน่ะรึความรักที่คนๆหนึ่งพึงมีมอบให้คนๆหนึ่ง

ยามาโมโตะ สึโยชิ

รักมารดาของเขาจากใจจริง

หรือไม่



หลายคืนต่อมา หลังจากที่ไม่ได้กลับบ้านเสียหลายวัน เขาก็ตัดสินใจได้ เขาบุกเข้าไปที่คฤหาสน์วองโกเล่สาขาญี่ปุ่น ต้องการ อยากรู้ อยากถาม และคนที่เขาเลือกที่จะถามก็คือ...ซาวาดะ อิเอมิทสึ ราคาของการถามก็คือการปิดฉากชีวิตในที่แจ้ง สาบานตนเป็นมือสังหารใต้อาณัติของชายผู้นั้น ใต้กฎของตระกูลซาวาดะ รับรู้เรื่องราวที่บิดาปล่อยให้มารดาต้องสิ้นชีวิตลงอย่างเลือดเย็น รับรู้ความสัมพันธ์ที่ไม่ควรมีอยู่ระหว่างราชสีห์แห่งวองโกเล่กับมือสังหารคนหนึ่ง ความจริงที่ทำให้ทุกข์โศกจนอ่อนใจ อึดอัดที่หน้าอก คลื่นเหียน อยากกรีดร้องราวคนบ้า

“ จงฆ่าคน ทาเคชิคุง เธอที่สาบานตนต่อหน้าฉัน ก็คือคมดาบของวองโกเล่!” คำสั่งที่ถูกบัญชา ราวกับตุ๊กตาที่เชื่อฟังผู้ไขลานอย่างสุดหัวใจ มันอาจเป็นคำสาป รู้ทั้งรู้ แต่ก็มิอาจฝ่าฝืน ให้คำปฏิญาณไปแล้ว ก็จะไม่หวนคืนคำ

“ ครับ” ตอบรับ และได้ลิ้มรสการล่าสังหารเป็นครั้งแรก ยามที่เลือดของเหยื่อย้อมคมดาบ ยามที่เสียงกรีดร้องระงมดัง น้ำตายังไหลอยู่ แต่ก็เหือดแห้งลงอย่างรวดเร็ว ยามที่เดินเอื่อยไปตามท้องถนนเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแรก ชายผู้นั้นก็รออยู่ คนที่สำคัญพอที่จะทำให้ ยามาโมโตะ สึโยชิ ทอดทิ้งภรรยาคู่ชีวิต คนที่พ่อของเขายอมพลีชีวิตให้ หากว่าสำคัญขนาดนั้นล่ะก็

ก็อยาก

ทำให้เสียใจ



จะแค้นใจรึเปล่า จะเสียใจหรือไม่ หากว่าคนที่ตนให้ความสำคัญ กลับกอดก่าย และถูกแย่งชิงไปโดย..ลูกชายแท้ๆของตนเอง

พ่อ

พ่อเศร้าใจรึเปล่า



....................................

................



“ พ่อ รักแม่รึเปล่า” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น อยากรู้ ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไปเบื้องหน้า อยากรู้ความจริงจากปากของคนๆนี้

“ ...........................” ฝ่ายบิดาไม่ได้ตอบโดยทันที หากแต่เงยหน้าขึ้นสบตาลูกชายเพียงคนเดียว มองมาตรงๆด้วยสายตาของคนที่แลเห็นบางอย่าง เตรียมใจกับมัน และแบกรับมาชั่วชีวิต เรื่องราวที่อีกฝ่ายคิด มีหรือว่าตนเองจะไม่ทราบ คนที่โทรศัพท์มาบอกเขาในคืนแรกที่ทาเคชิฆ่าคน ก็คือ....ซาวาดะ อิเอมิทสึ

“ พ่อ....”

“ คนๆหนึ่ง พูดคุยกับรูปถ่ายของคนที่ตายจากไปเป็นสิบปี ลูกคิดว่าคนๆนั้น มีรักให้รึเปล่าล่ะ” สึโยชิยิ้มให้ ก่อนจะลูบรูปถ่ายนั้นเบาๆ เขารู้ว่าการแก้แค้นของอิเอมิทสึยังไม่จบลง ความแค้นแสนอหังการว่าตนบงการทุกสิ่ง และเป็นผู้ถูกต้องทุกอย่าง ช่างเป็นความคิดที่แสนอันตราย

“ แต่......”

“ ชั่วชีวิตพ่อ มีของมีค่าอยู่ไม่กี่สิ่ง นับประสาอะไรกับคน.....” คนที่รัก คนที่ห่วงหา คนที่เลือนลา

“ ในนั้น...มี ซาวาดะ อิเอมิทสึ อยู่รึเปล่าครับ” เสียงของเด็กหนุ่มเอ่ยถาม หัวใจสั่นไหวด้วยหวาดกลัวคำตอบอย่างเหลือคณา สิ่งที่คนๆนี้รัก สิ่งที่คนๆนี้ห่วงใย

“ ลูกโตแล้ว ทาเคชิ” ว่าพลางเอื้อมมือลูบศีรษะของบุตรชายเบาๆ รอยยิ้มนั้นกระจ่างชัดบนใบหน้า “ คนที่แสนสำคัญของพ่อนอกจากคุณปู่คุณย่าที่เสียไปแล้ว นอกจากคุณอานานะของลูก ก็มี.. ผู้ชายคนหนึ่งที่ตายด้วยมือพ่อ ผู้หญิงคนหนึ่งที่จากไปเพราะพ่อ และ...เด็กคนหนึ่งที่ต้องเป็นกำพร้าแม่..เพราะพ่อ” นั่นคือคำสารภาพที่ออกจากปาก ความในใจที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน และจะเป็นความจริงที่ทิ่มแทงหัวใจอยู่นิรันดร์ไป

“ ผู้ชาย..คนนั้น..ใคร.....”

“ เขาเป็นศัตรูของตระกูลซาวาดะ แต่พ่อก็...ไม่ได้เกลียดเขาเลย” ภาพในวันนั้นย้อนกลับมาในมโนสำนึก วันคืนที่เจ็บปวด แต่ก็จะไม่คิดถึงมันอีกต่อไป ในเมื่อนายต้องการให้ฉันยิ้ม...ฉันก็จะยิ้มอยู่ ยิ้มจนกว่าจะตายจาก และได้...พบกันอีก

“ รักเขาหรือเปล่าครับ....” ชื่อที่ได้ยินในวันนั้น ชื่อที่พ่อเอ่ยเรียก...ชามาล...

“ ไม่รู้สินะ ทาคาโกะกับลูก คือคนที่พ่อรัก แต่...หมอนั่น พ่อไม่รู้” น้ำคำเรียบนิ่งพร้อมรอยยิ้มน้อยๆที่อ่อนโยน ล่วงรู้อย่างแจ้งชัดว่า

สิ่งสำคัญนั้น

มีหลากความหมาย



เสียงฝนตกปรอยๆลงมาไม่ขาดสาย สองพ่อลูกนั่งนิ่งอยู่เช่นนั้น ต่างฝ่ายต่างก็ครุ่นคิดถึงเรื่องราวของตนเอง สำหรับยามาโมโตะ ทาเคชิ เขาคาดผิดกับความรู้สึกที่ควรบังเกิดในจิตใจตน คิดไว้ว่าคงจะผิดหวัง หรือไม่ก็แค้นตนเองจนบ้าคลั่ง แต่ตอนนี้กลับทำได้เพียงแค่นยิ้มอย่างสมเพชตนเอง จะเชื่ออะไรดีนะ สิ่งที่บิดาบังเกิดเกล้าบอก หรือว่าสิ่งที่คนๆนั้นๆบอก อะไรคือความจริงที่ควรยึดถือกันล่ะ เป็นเด็กจริงๆนั่นล่ะ ทำอะไรไป การประชดประชันที่บ้าบอจนทุกสิ่งสูญสลาย

ศักดิ์ศรีก็เสียไปแล้ว

คนก็ฆ่าไปแล้ว

ความสัมพันธ์ใดๆที่เคยมีมาก็สูญสลายไปแล้ว



“ ทาเคชิ...”

“ แม่...ตายเพราะอะไรกันแน่....” ทำไมถึงไม่ปฏิเสธ ว่าตนนั้นไร้ความผิดกันล่ะ พ่อเพียงแต่บอกว่า เพราะตนเอง... แต่....สาเหตุที่แท้นั้น...คืออะไร “ ผมอยากรู้ สิ่งที่ทำให้พ่อโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้แม่ต้องตายน่ะ มันคืออะไรกัน!” เสียงดังขึ้น โทสะที่อดกลั้นก็พลันขุ่นมัว

“ ลูกพ่อ ..........” ทอดน้ำเสียง พลางเหม่อมองเม็ดฝนที่พร่างพราว “ คมดาบของมือสังหารน่ะ จะไม่ย้อมคมสู่เจ้านายของตนเองหรอกนะ” สิ้นคำตอบนั้น ร่างของเด็กหนุ่มก็พลันนิ่งงัน ถ้อยคำเดียวที่ท่องซ้ำๆอยู่ในใจก็คือคำพูดของบิดา

“ มือสังหาร......”

“ นั่นคือสิ่งที่พ่อเลือก....” ภาพแห่งการตัดสินใจ...ที่โศกเศร้า

“ ทำไมต้องเป็นวองโกเล่.. ทำไมต้องเป็นตระกูลซาวาดะ....” นั่นน่ะหรือคำตอบของสิ่งที่ไขว่คว้า นั่นน่ะหรือคือความหมายของสิ่งที่ฝันใฝ่ “ แม่....”

“ หากคิดจะเลือกเส้นทางนี้ สักวัน ลูกจะต้องตัดสินใจ และพ่อหวังว่าลูกจะ...ไม่เสียใจภายหลัง” สึโยชิลุกขึ้นจากเบาะ เขายกสำรับขึ้น ก่อนจะค่อยๆเดินออกไปจากห้องอย่างเชื่องช้า หากแต่ทันใดนั้น คำถามสุดท้ายจากบุตรชายกลับพลันดังขึ้น

“ แล้วพ่อ เสียใจภายหลังหรือเปล่า” เด็กหนุ่มที่เงยหน้าถาม ขณะที่ยังล้มอยู่กับผืนเสื่อ แววตาของบิดาที่สะท้อนไหวกลับมานั้น อาจบอกสิ้นซึ่งคำตอบทั้งมวล ดวงตาสีดำสนิทที่นิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความสับสนหรือเคลือบแคลง ใช่ว่าจะไม่เจ็บปวดหรือไร้แววโศกศัลย์ หากแต่กลับยังคงคงมุ่งมั่นและสุขุม นี่คือดวงตาที่เขาคุ้นเคย เป็นสิ่งที่เขาคุ้นชินและรู้จักมานานช้า คนๆหนึ่ง นับดาบผู้หนึ่ง .........

“ บ้าจริงๆเชียว” นั่นคือคำพูดที่เด็กหนุ่มพูดขึ้นกับตัว ก่อนที่น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้ว จะพลันไหลอาบแก้มอีกครา สายฝนโปรยเป็นพยาน ความภักดีที่เที่ยงแท้ คือสิ่งใดกัน


คืนนั้นยามาโมโตะ ทาเคชิไม่ได้นอน เขาสวมชุดฮาคามะสีขาวพิสุทธิ์เดินออกมาในยามวิกาลเพียงลำพัง ในมือคือ ชิงูเระ คินโทคิ เล่มที่สอง ของขวัญจากบิดาในวันเกิดอายุครบสิบสองปี ดาบที่ถูกตีขึ้นมาเพื่อผู้สืบทอดของสำนักชิงูเระ โซเอน ดาบเล่มนี้จะยังอยู่ข้างกายเขา และจะลาจากกันด้วยเหตุผลเพียงสอง หนึ่งคือตายจาก สองคือเมื่อก้าวข้าม ในวันที่ได้เป็นผู้สืบทอดของสำนักที่สมบูรณ์ ในวันที่เพลงดาบของเขาก้าวข้ามบิดาซึ่งเป็นผู้สืบทอดรุ่นที่แปดไป ก็คือวันที่เขาจะสละดาบเล่มนี้ และน้อมรับ ชิงูเระ คินโทคิเล่มจริงมาเคียงกาย อาจจะแลดูน่าขัน หากแต่เขากลับปรารถนา ให้วันเวลาเช่นนั้นไม่มาถึง..ชั่วนิรันดร์

“ ดาบของพ่ออาจไม่ย้อมคมสู่ผู้เป็นนาย หากแต่คมดาบของฉัน มันจะคงอยู่อย่างแค้นอาฆาต ฉันจะไม่ก้มหัวให้พวกแกตระกูลซาวาดะ!”


ดาบของมือสังหาร

จักไม่ย้อนคืนคม

สู่ผู้เป็นนาย




คุยกัน รีไพรถัดไปค่ะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 8 ( D80/3380 ) 08/09
PostPosted: 10 Sep 2008, 20:42 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ตอนนี้มือเป็นระวิง อาทิตย์หน้าจะกลับตัวเป็นผู้คงแก่เรียนที่ดีเสียที ( หัวเราะ ) ตอนนี้เป็นจุดเปลี่ยนของ ยามาโมโตะ ทาเคชิ คนลูกค่ะ ผู้อ่านเบต้ายืนยันมาว่ากลิ่น 3380 กระจาย ซึ่งก็ท่าจะจริง หากเป็นท่านผู้อ่านที่ได้เคยติดตามสไตล์การเขียนของข้าน้อย ก็คงทราบกันดีว่า โอกาสหักหลังกันนั้น ห้าสิบห้าสิบสินะ

ความเข้าใจผิด กับการไม่กล้าเผชิญหน้าความจริงนั้นอันตรายนะเจ้าคะ เวลาที่คนเราโกรธหน้ามืดตามัว หรือ ไม่อยากจะมองหน้าใครคนไหน เราก็มักปฏิเสธความจริงจากคนๆนั้น และดิ้นรนแสวงหาจากที่อื่น และบ่อยครั้ง ที่การคิดเองเออเอง หรือการบ่อนทำลายจากบุคคลที่สามนั้น จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบที่ว่า คนบางคนก็ยังคงเลือกจะโทษคนอื่นต่อไป ในขณะที่คนบางคนเลือกที่จะลงโทษตนเอง และเดินหน้าสู่การแก้ปัญหา ซึ่งข้าน้อยก็ไม่ทราบหรอกว่า หากท่านผู้อ่านได้อ่านตอนนี้ไปแล้ว ตัว ทาเคชิ นั้นจะเป็นมนุษย์ประเภทไหน หรือไม่ใช่เลยทั้งสองประเภท

ส่วนเรื่องสีขาว กับสีดำนั้น ท่านผู้อ่านเบต้าได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจมาว่า บางครั้งในความขาวพิสุทธิ์ก็อาจแฝงด้วยความดำมืดสุดหยั่ง ในขณะที่ความมืดมิดที่แสนเย็นชา อาจพร่างไปด้วยความบริสุทธิ์ที่งามงด ซึ่งในชีวิตคนเรานั้น ข้าน้อยคนหนึ่งล่ะที่ยอมรับว่าเรื่องเช่นนี้มีอยู่จริง

ในตอนหน้า จะเป็นฉากชีวิต ณ ช่วงเวลาที่โหดร้ายที่สุดที่ สึโยชิ จะต้องก้าวข้ามไป กว่าสึโยชิคนนั้น จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ยอมรับการตัดสินใจของตนเองในตอนนี้ได้ ก่อนที่ดวงตาหม่นแสง จะกลับกลายเป็นดวงตาที่มั่นคง คำตอบนั้น ก็ขอกรุณาติดตามต่อนะเจ้าคะ

ฟิคเรื่องนี้ ข้าน้อยมักจะเขียนคุยกับท่านผู้อ่านยาวและเป็นการเป็นงานสักหน่อย เพราะสารที่จะสื่อนั้น ยอมรับว่าหนัก และเพราะช่วงแรกๆของเรื่องนั้นมันคือจิตใจที่มืดมิดของมนุษย์ หากว่าท่านกรุณาติดตามต่อไปจนจบ ก้ต้องขอขอบพระคุณเจ้าค่ะ

พบกันใหม่ตอนหน้า Part 10 I Never Choose ค่ะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 10 Sep 2008, 21:28 
User avatar
Joined: 14 Nov 2007, 18:20
Posts: 523
Location: ทุกที่ที่มี 6927... >_<
ยามะ...
นายโตขึ้นอีกนิดแล้วสิน่ะ... เรียนรู้แล้วด้วย... ว่ากาาตัดสินความจริงด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด.. มันจะนำผลแบบไหนมา..

ตัดสินพลาดเพียงชั่วนาที... หรือเอ่ยคำเพียงหนึ่งคำ..

..ก็เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล..

I Never Choose...

'ฉันไม่มีทางเลือก'

เป็นชื่อตอนที่ปวดใจจังค่ะ...

_________________
Hakanakute Yasashikute Kowaresou Kimi Mitaina Hana...

ไม่จีรัง อ่อนโยน และ บอบบาง ดอกไม้ที่เหมือนกับคุณ..

Sakura Addiction...Thai Tran From Asana&Irregular
ว่างๆ เชิญ.. http://yumi-lina.exteen.com นะคะ ^_^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 11 Sep 2008, 11:25 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 19:33
Posts: 700
Location: ห้องส้วมบ้านทูน่า
ในที่สุด พ่อลูกก็เปิดอกคุยกันได้ T^T

ยอมรับอิเอมิตสึไม่ด้ายยย

ช่างแสนโหดร้าย

คิดจะทำร้ายชีวิตยัตโม้จจี้อีกคนหรือไง

(((T[]T))) o===(><o

คนเราต้องใจเย็น ๆ ท่องไว้ ท่องไว้

'โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า'

ยัตโม้จจี้ต้องก้าวข้ามวันคืนอันโหดร้ายได้แน่ = =

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 11 Sep 2008, 15:00 
Joined: 29 Dec 2007, 23:02
Posts: 60
Location: ณ ที่แห่งนี้ ที่แห่งนั้น ที่แห่งไหน?
สาบานได้ว่าตอนแรกไม่กล้าอ่าน....

แต่พอได้อ่านแล้วรู้สึก...ความดำมืดของมนุษย์นี่มันสุดหยั่งจริงๆเลยนะ

อ่านแล้วกระชากอารมณ์สุดๆ ชอบในความขัดแย้งของสีขาวกับสีดำจังเลยค่ะ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่ก็แฝงล้ำด้วยสีสันของกันและกัน

ในตอนที่ 9 ดูเหมือนมจจังจะค่อยๆเติบโตขึ้นมาแล้ว อยากจะรู้จริงๆเลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะเป็นยังไงกันแน่นะ

ได้ใจ!! ฟิคมืดมนยังงี้ชอบแฮะ อ่านแล้วเจ็บปวดดีค่ะ (เป็นพวกชอบทรมานตัวเอง...= =")

ิอะ จะรวมเล่มด้วยอีกตะหาก...สงสัยจะได้เสียตัง....


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 12 Sep 2008, 23:58 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Part 10 I Never Choose


อยู่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ ไม่พอใจอะไรเลยสักอย่าง ดวงตาที่มองฟากฟ้าของฉัน ไม่อาจแลเห็นแสงทอง หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่แลเห็น นั่นก็คือสีดำที่ทาบทาลงมา ชีวิตที่เศร้าหมองและเหนื่อยอ่อน พันธนาการที่รัดรึง ความซื่อสัตย์ ความภักดี ความจงรักที่มอบให้ แล้ว...ได้รับสิ่งใดตอบแทน

เจ้านาย

ที่ฉัน

ไม่เคยได้เป็นผู้เลือก


“ อื้อ...อย่า...อย่า อิเอมิทสึ อย่า!” เสียงกรีดร้องดังตัดกับเสียงฟ้าร้อง และสายฟ้าที่ฟาดลงดังสนั่น พายุฝนโหมกระหน่ำ เฉกเช่นน้ำตาของใครบงคนที่นองใบหน้าของใครบางคนอย่างไม่เคยจางหายตลอดวันคืน ทั้งเหนื่อยอ่อน ทั้งปวดร้าว ทรมานจนแทบอยากหายไปจากโลกใบนี้ ความผิดของฉันคืออะไร ความชั่วช้าที่ไม่อาจอภัยได้ของฉันคือสิ่งไหน เลิกรากันเสียที ตายซะได้ก็ดี

“ อ้าขาสิสึโยชิ นายเจ็บใช่มั้ยล่ะ” ซาวาดะ อิเอมิทสึกระซิบข้างหูอีกฝ่าย ในขณะที่กำลังดึงดันจะล่วงล้ำเข้าไปในร่างกายที่บัดนี้เอนซบอยู่บนแผ่นอกของเขา ดวงตาสีดำสนิทนั้นยังแหงนจ้องมาที่เขาอย่างเคียดแค้นระคนหวาดกลัว ริมฝีปากนั้นทั้งช้ำและฉีกเป็นแผลจนเลือดชุ่ม หากแต่ชายหนุ่มผู้กักขฬะก็ยังเลือกที่จะบีบคางที่ช้ำเลือด เพื่อแนบจูบทึ้งลงบนริมฝีปากนั้น รสคาวเลือดที่หวานฉ่ำ ความหวามหวันยามที่ได้ลิ้มเลียเรียวลิ้นจนซ่านเสียว

“ อึก..อื้อ..” เสียงร้องตะโกนที่ค่อยๆเป็นเป็นเสียงครวญครางแห่งความปรารถนา ร่างกายที่ถูกนำไปพาไปอย่างน่าชิงชังหนักหนา ยามที่อิเอมิทสึ ไล้ปลายนิ้วลูบไล้แผ่นอก และบดเบียดยอดอกทั้งสองสลับกัน ช่วงขาที่แยกออกอย่างไม่ตั้งใจ ยวนยั่วใจจนอีกฝ่ายไม่รีรอที่จะสอดใส่เร่งเร้า รุนแรงจนเสียงหอบกระเส่านั้นพลันเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องก้อง เล็บที่จิกลงกับพื้นพรมอาจไม่แตกหัก หากแต่หัวใจนั้นพินาศสิ้น

“ ฉันรักนาย รักนายมาก” ว่าพลางกอดร่างนั้นแน่น และค่อยๆกดร่างที่อ่อนระโหยแนบชิดกับตนเอง สึโยชิดิ้นเร่าในอ้อมแขน ก่อนที่จะกรีดร้องลั่นอีกครา ซบศีรษะลงกับแผ่นอกที่เปล่าเปลือยของอีกฝ่าย ทั้งที่ไม่ปรารถนาแม้เพียงนิด ร่างกายที่น่าชิงชัง ความรู้สึกที่น่าสมเพช “ ถ้าเพียงแต่นายเชื่อฉัน ถ้าเพียงแต่นายไม่ดื้อรั้น ฉันก็จะดีต่อนาย สึโยชิของฉัน” ให้คำมั่นไปตามแต่ใจ จูบลงบนเปลือกตาที่เหนื่อยล้าสิ้นแรง โอบอุ้มร่างนั้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหยัดกายขึ้นอีกครา

“ อือ......” เสียงครางเบาๆตัดกับเสียงหอบ แม้จะรู้ว่าถูกยกขึ้นจากพื้น แต่สติสัมปชัญญะที่หลงเหลืออยู่กลับไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว ยานั่นสิ้นฤทธิ์ไปแล้ว เวลาผ่านไปเท่าไหร่กัน งานศพของชามาลล่ะ บาดแผลที่นิ้วของน้องสาวล่ะ ภรรยาของเขาล่ะ นี่เขา เสียเวลาไปกับเรื่องบ้าอะไรกันนะ....

“ ฉันไม่ได้ทำร้ายนายหรอกนะ จะมีก็แต่ตัวนาย ที่ดื้อไม่เข้าเรื่อง” แสยะยิ้มให้พร้อมกับวางร่างที่เปล่าเปลือยลงกับเตียงนุ่ม เลือดสดๆยังรินไหลจนย้อมผ้าปูที่นอนจนเปลี่ยนสี แต่ดูจากอาการของสึโยชิแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำอะไรมากมายในตอนนี้ ช่างโง่เง่า ช่างไร้ปัญญา แค่เป็นนกที่อยู่ในกรงก็ดีอยู่แล้ว แค่ทำตามคำสั่ง แค่เสแสร้งรักเขา แค่ยอมรับใช้ถือเขาเป็นนายเหนือชีวิต

มันจะ

ยากตรงไหนกัน



จำได้ลางเลือนว่าถูกกอดและจูบอีกหลายครั้ง กระแทกร่างลงมา และถูกกอบโกยตักตวงไปอย่างมาล้น จนร่างกายนั้นนิ่งชา และขาดสติไปในที่สุด มันคงจะนานพอดู กว่าที่สติจะค่อยๆหวนคืนยามที่ได้ยินเสียงประตูห้องปิดลง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆจางหายไปของ ซาวาดะ อิเอมิทสึ ในความเงียบที่ตัดกับเสียงฟ้าร้อง มันไร้ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ หรือเสียงตัดพ้อใดๆ มีแต่เพียงดวงตาที่เหม่ลอยมองเพดานอย่างว่างเปล่า หายใจอย่างเชื่องช้าล้าแรง แขนขาร่างกายปวดจนระบมทั่ว ไม่อาจแม้แต่จะขยับร่างกายไปตามแต่ใจ รู้อยู่ รู้ว่าตนเองยังมีชีวิต รู้ว่ายังไม่อาจตาย รู้ว่ายังมีคนที่รอคอยการกลับไป รู้ว่ายังมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขา ก็เพราะรู้ว่าเป็นแบบนั้น จึงไม่อาจหยุดหายใจไปเสีย ณ เพลานั้น

“ ค ใครน่ะ....” ที่ถามออกไปเช่นนั้น ก็เพราะประตูที่ควรจะปิดเงียบเชียบกลับแง้มออกอีกครา เพราะความมืดไร้แสงของห้องที่ราวกับนรก จึงแลเห็นผู้มาเยือนไม่ถนัด

“ พี่คะ” เสียงใสราวระฆังแก้ว หญิงสาวผู้เอ่ยทักพร้อมกับมือขวาที่แนบลงกับใบหน้าของผู้ที่นอนนิ่งอยู่

“ นานะ....” ต่อให้มองไม่ชัดถนัดตา ก็ไม่มีทางลืมน้ำเสียงนี้ น้องสาวคนสำคัญที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ หญิงสาวผู้บริสุทธิ์ที่ต้องน้อมรับกรรมอันตนหาได้เป็นผู้ก่อ “ พี่...ขอโทษ..”

“ คนที่ต้องขอโทษ คือฉันต่างหาก” หยาดน้ำตาระรินลงบนข้างแก้ม เสียงสั่นเครือ หากแต่ยังคงเข้มแข็ง หญิงสาว ไม่ได้ร้องไห้สะอึกสะอื้น เพียงแต่ปล่อยให้ความโศกเศร้านั้นเล่าเรื่องผ่านน้ำตาในความมืดมิดที่ต่างก็แลเห็นใบหน้าของกันและกันไม่ถนัดตา อาจเพราะต่างก็เป็นลูกหลานในตระกูลนักดาบ อาจเพราะถูกสอนสั่งให้ต้องแข็งใจ ไม่มีสิ่งใดตกกระทบ ไร้ซึ่งสิ่งใดเคลือบแคลง เป็นดั่งคมดาบแหลมที่ส่องประกายและพุ่งตรงเข้าพิชิตคู่ต่อสู้ แม้มีบาดแผลนับร้อยหรือโลหิตรินไหลนับพัน เสียงสะอื้นไห้อย่างโศกศัลย์ ก็จำต้องปกปิดไว้แต่ในใจ

“ หากว่าพี่เข้มแข็งกว่านี้ มันจะ....” ยามาโมโตะ สึโยชิ เพียรพยายามจะเอื้อนเอ่ยต่อ หากแต่ฝ่ามือของหญิงสาวกลับสกัดกั้นริมฝีปากนั้นไว้ เลือดสดเปื้อนแต้มฝ่ามือบาง ริ้วร่องของเศษเนื้อที่ฉีกขาดนั้นสะเทือนใจจนผู้เป็นน้องสาวจนต้องหยิบเศษผ้าบางมาซับโลหิต

“ ฉันต่างหากที่โง่ คิดแต่ว่าการแต่งงาน จะทำประโยชน์อะไรให้พี่ได้บ้าง ถ้ารู้ว่า....” หากรู้ว่าจะกลับกลายเป็นตัวประกัน และโซ่ตรวนที่ผูกมัดชีวิตของปักษาสีนิลผู้นี้ล่ะก็..

“ อย่าคิดอะไรโง่ๆเชียว” มือขวาที่อ่อนแรงค่อยยกขึ้นบีบมือของน้องสาวน้อยๆ “ เธอเป็นสิ่งมีค่าของพี่ พี่จะไม่ยอมเสียเธอไป เพียงเพราะหวาดกลัวการขู่เข็ญของคนเพียงคนเดียว ดังนั้น....”

“ คะ”

“ มีชีวิตอยู่เถอะนะ” แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอาจเห็นใบหน้าของเขาไม่ถนัด แต่ชายหนุ่มก็ยังคงพยายามฉีกยิ้ม นานะ คิดอะไรอยู่มีหรือที่เขาจะไม่รู้ แต่เธอเข้าใจผิด สิ่งที่คล้องคอเขาไว้กับวองโกเล่ ไม่ใช่เพียงเพราะชีวิตเธอ หากแต่เพราะพันธสัญญาต่างหาก เพราะน้อมสวามิภักดิ์ไปแล้ว ก็มิอาจคืนคำมั่นกลับได้

“ ไม่มีพี่ชายคนไหนดีกว่าพี่อีกแล้วล่ะค่ะ แต่ว่า...ได้เวลาที่พี่ ยามาโมโตะ สึโยชิ จะคิดและทำอะไรบางอย่างเพื่อตัวเองบ้างแล้วล่ะนะคะ” นานะใช้มือซ้ายปาดน้ำตา ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งยัดใส่มือพี่ชายร่วมสายโลหิต นั่นคือของขวัญที่ใครบางคนผู้จากลาจะมอบให้กับคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจ กระดาษเพียงแผ่นที่แทนความรู้สึกทั้งมวล และคำพูดเพียงคำที่จะปลดปล่อยคนตรงหน้าสู่เสรี

“ นี่คือ....”

“ คุณอิเอมิทสึ เอารถออกไปแล้ว เมื่อครู่มีโทรศัพท์จากนายท่านรุ่นที่เก้าว่ามีเหตุคับขันที่สาขาใหญ่ที่อิตาลี ตอนนี้ในคฤหาสน์นี้มีเพียงบอร์ดี้การ์ด ” หญิงสาวว่าพลางเดินไปที่ปลายเตียง หยิบยูคาตะตัวหนึ่งออกมาจากตู้เสื้อผ้า สึโยชิแลเห็นเธอเพียงเงาสลัว รู้สึกงุนงงกับสิ่งที่ผู้เป็นน้องสาวปรารถนาจะบอกกล่าว

“ เปิดไฟ นานะ เปิดไฟ...” เสียงเรียบเอ่ยขึ้น ก่อนจะขยับร่างกายขึ้นนั่งอย่างยากเย็น ทำไมถึงสังหรณ์ใจไม่ดี ลางสังหรณ์ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีเอามากๆเกิดขึ้น

“ พี่คะ” ว่าพลางเดินย้อนกลับมา “ ได้เวลาแล้วนะคะ” ยิ่งพูดออกไปแบบนั้น ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกมากมายของอีกฝ่ายให้พลุ้งพล่าน สึโยชิคว้าลำแขนของหญิงสาว ก่อนจะดันร่างนั้นติดกับฝาผนังห้อง กำปั้นทุบลงกับสวิทซ์ไฟข้างตัว แสงไฟนีออนพลันสว่างวาบจับตา ที่แลเห็นเบื้องหน้าคือ....

“ อิ อิเอมิทสึ!” ตะโกนก้องอย่างคั่งแค้น กัดริมฝีปากตนเองจนเลือดไหลทะลักอีกครา ใบหน้าที่บอกช้ำจากการถูกทุบตีทำร้ายของน้องสาว แก้มขวาที่ถูกคมมีดกรีดจนเป็นแผลยาวพาด และมือซ้ายที่เขากำลังจับสัมผัสอยู่..ใช่..ปราศจากข้อนิ้วมือ...ของ....นิ้วนาง นี่มันอะไรกัน บาดแผลนี่ นี่คือผลลัพธ์อย่างนั้นรึ ผลแห่งการผิดคำมั่น ผลแห่งการไม่ซื่อตรง ผลแห่งการใฝ่ฝันหาอิสระ “ ไม่ไป! พี่จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” จะทิ้งไปได้ยังไง จะหันหน้าหนีจากได้หรือไฉน นี่คือคนสำคัญ ญาติร่วมสายโลหิตที่ไม่อาจมีใครทดแทนได้ น้องสาว....

“ ไม่ได้ค่ะ!” คำแย้งที่ทำเอาคนที่กำลังเกรี้ยวกราดต้องเบิกตาโพลง

“ทำไมกันล่ะ!เธออยากเห็นพี่เป็นคนชั่วช้ามากนักหรือยังไงกัน!” สองมือกำแน่น ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายแม้เพียงน้อย

“ อ่านซะสิคะ กระดาษแผ่นนั้น ของขวัญ..จากคนๆนั้น” นานะบอก หวนรำลึกถึงคืนที่ชายแปลกหน้าเรียกเธอออกไปพบ แม้จะดูอันตราย และอาจกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างตระกูล แต่เพราะชายผู้นั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชาย เธอจึงตัดสินใจ “ ชีวิตของพี่ ต้องเดินหน้าต่อไปแล้วนะคะ”

“ .........น นี่มัน.......” ลายมือที่คุ้นตาบนใบวินิจฉัยโรค ชื่อของผู้เข้ารับการตรวจที่แสนเคยคุ้น ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สองคนนั่นไม่ได้บอกอะไรเขาเลย ทำไมกัน ทำไม.... “ ฉัน...ไม่เข้าใจ..” ขยำกระดาษจนยับยุ่ย สมองสับสนและมึนชากับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ เคยคิดไว้ว่าจะยินยอมทุกอย่างเพื่อน้องสาว และแม้จะต้องอยู่กินอย่างหลบซ่อนไปชั่วชีวิตกับคนที่รักก็จะทำ แต่..ความผิดพลาดนั่น..ก็เกิดขึ้นจนได้ ความเห็นแก่ตัว ที่ก่อเรื่องราวจนยากกลับแก้

“ ไม่มีเวลาแล้วค่ะ ไปเสียในคืนนี้ ก่อนที่คุณอิเอมิทสึจะรู้ตัว ก่อนที่คุณทาคาโกะ จะถูกหมายชีวิตนะคะ!” สองมือเขย่าร่างพี่ชายก่อนจะคว้ายูคาตะสีชาดมาคลุมทับ กระชากชิงูเระ คินโทคิออกจากข้างผนังและยื่นส่งให้ต่อหน้า

“ นานะ! เราต้องไปด้วยกัน!” ชายหนุ่มจับบ่าเล็กของหญิงสาว ไม่อาจจะฝืนใจละทิ้งไปต่อหน้า หากจะต้องทรยศเสียแล้ว จะปล่อยน้องสาวไว้ได้อย่างไรกันล่ะ หากแต่อีกฝ่ายดูจะไม่ได้คิดเช่นนั้น เมื่อ ซาวาดะ นานะ จับมือขวาของพี่ชายขึ้น และวางดาบไม้อันทรงค่านั้นบนฝ่ามือ สัมผัสปลายนิ้วเรียว ก่อนจะบีบเบาๆ พับนิ้วเหล่านั้นให้จับมั่นที่ตัวดาบ รอยยิ้มของหญิงสาวฉายชัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นสว่างไสว ไร้วี่แววหวาดกลัวต่อชะตากรรมอันอาจประสบ

“ พี่อยากให้ฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนกันนะ” เธอตอบ ก่อนจะจุมพิตเบาๆที่ข้างแก้มของชายหนุ่ม จับชายผ้าสีแดงสด และช่วยสวมแนบลงกับร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นยังคงนิ่งงัน ปล่อยให้น้องสาวผู้เป็นที่รักทำตามแต่ใจ เพราะนี่อาจ...เป็นครั้งสุดท้าย

“ เธอนี่...เอาแต่ใจเหลือเกิน” เสียงที่สั่นพร่าของคนผู้หนึ่ง ที่กำลังจะสูญเสียสิ่งสำคัญ

“ พี่ควรจะเอาฉันเป็นแบบอย่างบ้างนะคะ ท่านพี่ สึโยชิ” ผู้เป็นน้องสาวหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะผลักหน้าต่างออก ปล่อยให้สายฝนสาดเข้ามาในห้อง ยืนตัวตรง และค้อมศีรษะให้อย่างสุภาพ “ นานะ ขอส่งท่านพี่ ได้โปรดให้ฉันได้ตอบแทนคุณพี่ด้วยนะคะ”

และสายฝนสองสาย

ก็ลาจากกัน



สายฝนพายุคลั่งยังคงโปรยปรายหญิงสาวในชุดกิโมโนสีชาดนางหนึ่ง ยืนตากฝนอยู่เพียงลำพัง ที่เบื้องหน้าของเธอ คือเหล่าชายในชุดสูทสีดำสนิทที่ปรากฏกายพร้อมกับอาวุธครบมือ ทั้งคมดาบ และอาวุธปืน

“ คุณผู้หญิง กรุณาหลีกไป” เสียงข่มขู่ที่แสนสุภาพดังขึ้น หากแต่ทุกสิ่งมิได้เปลี่ยนแปร เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังมิได้เขยื้อนไหว จึงถูกคิดเอาเองว่าบางทีคงไร้พิษภัย ไม่ก็หวาดกลัวจนสั่นเทา

“ ตามไป! ตาม ยามาโมโตะ สึโยชิไป!” เสียงคำรามสั่งดังก้อง เหล่าลูกน้องวิ่งมาอย่างรวดเร็ว มาดหมายวิ่งผ่านผู้ขวางทางไปอย่างง่ายดาย หากแต่ทันใดนั้นเอง ร่างของคุณผู้หญิงแห่งตระกูลซาวาดะกลับเลื่อนไหว และแลหายไปต่อหน้าอย่างรวดเร็ว ม่านน้ำสีโลหิตพร่างพราวกลางสายฝน ที่ฟาดลงกับพื้น คือ ร่างจมกองเลือดของเหล่าบอร์ดี้การ์ดตระกูลมาเฟีย

“ นี่!” นั่นคือสิ่งที่ไม่ได้คาดมาก่อน เนื่องเพราะต่างก็หลงลืมความจริงไปข้อหนึ่ง ที่อยู่เบื้องหน้า นั้นหาใช่หญิงสาวไร้พิษสงสามัญ เหตุเพราะสตรีนางนี้คือ...

“ ใครก็ตามที่คิดผ่านตรงนี้ไป ก็จงข้ามศพฉันไปเสียก่อน ยามาโมโตะ นานะผู้นี้จะขอเป็นคู่ต่อสู้ให้เอง!” กระชับดาบมั่นในมือขวาและเชิดใบหน้าขึ้นอย่างองอาจ แม้มิอาจเป็นสายวรุณที่เที่ยงแท้ หากแต่จักขอเป็นเพียง ม่านน้ำบางตา ที่จักปกปักษ์ทดแทนคุณผู้เป็นบุคคลสำคัญ

นี่คือของขวัญชิ้นแรกแด่เธอ

เจ้าหลานที่ยังไม่ลืมตาดูโลก

และ

คำขอโทษจากมารดา

ลูกที่อาจมิได้เกิดมา...ของฉัน


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 13 Sep 2008, 00:00 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ล้มลุกคลุกคลานกับผืนดิน หัวใจห่วงใยหาอาวรณ์ หนึ่งคือน้องสาวร่วมสายโลหิต หนึ่งคือภรรยาผู้เป็นที่รัก แม้จะล้มลงสักกี่ครั้ง แต่เพราะความปรารถนาที่จะคุ้มครองและปกป้องพิทักษ์นั้นมากมาย ไม่อาจหยุดยั้งคอยท่า ไม่อาจยั้งเลิกขวนขวาย

“ ทาคาโกะ! คุณทาคาโกะ!” ตะโกนร้องลั่น หากแต่ห้องที่เคยร่วมอาศัยนั้นว่างเปล่า ไร้ซึ่งกลิ่นอายของชีวิต หรือเงาของผู้แสนคะนึง กวาดมองรอบห้องมีเพียงกระดาษแผ่นเดียวที่ถูกหินทับกระดาษทับอยู่ ลายมือหวัดแกมบรรจง และกลิ่นเครื่องหอมอ่อนที่เจือมาในอากาศ

“ ทำไม...ทำไมถึงบ้ากันแบบนี้!” กัดฟันอย่างเจ็บปวด ขยำกระดาษชิ้นที่สองของค่ำคืน สมองคิดคำนึงถึงสถานที่ที่หญิงสาวจะเดินทางไป ผู้หญิงคนหนึ่งที่ไร้ทั้งญาติมิตรเพื่อนผองและที่พักพิงกาย จะไปที่ใดกัน มืดแปดด้าน ไร้ซึ่งหนทางสรรหา ควรจะทำอย่างไรดี

ท่ามกลางความเงียบงัน ฉับพลันนั้นกระจกหน้าต่างที่เบื้องหลังพลันแตกออก กลุ่มคนในชุดดำล้อมประชิดเข้ามาทั้งทางประตูด้านหน้า และทางหน้าต่าง อาวุธครบมือพร้อมสายตามาดหมายเข่นฆ่า อิเอมิทสึจะรู้เรื่องเร็วปานนี้เชียวหรือ

“ ยามาโมโตะ สึโยชิ ขอหัวของแกให้กับ ซิลวิโอแฟมีลี่เถอะ!” คำประกาศนั้นทำให้สึโยชิตระหนกปนโล่งใจ คนพวกนี้ไม่ใช่คนของตระกูลซาวาดะ แต่นั่นก็หมายความว่ามีคนที่หมายหัวเขาอยู่ในฐานะที่เป็นนักดาบของวองโกเล่

“ ซิลวิโอ...ก็แค่มาเฟียชั้นกลาง อย่าฝันไปหน่อยเลย!” กระชับดาบมั่นในมือ กับแค่คนสิบกว่าคน หากว่าร่างกายเขาสมบูรณ์พร้อมล่ะก็ คนพวกนี้ไม่มีวันครณามือ

“ ก็ดูซิว่าจะแค่ฝันรึเปล่า จัดการ!” สิ้นคำ ศัตรูพากันกลุ้มรุมเข้ามา สึโยชิสะบัดชิงูเระ คินโทคิ ก่อนจะตั้งท่าตั้งรับ คมดาบฟาดเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว หนักหน่วงและอันตราย ตัวเขานั้นเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง สมรภูมิในที่แคบ ร่างกายที่บาดเจ็บ และยังสภาพจิตใจที่หวั่นไหวผิดปกติ เพียงไม่นานจากการหลบหลีก ปลายดาบแทงเข้าที่ต้นขาซ้าย เลือดทะลักออกจากน่องจนย้อมเข้ากับผ้าสีชาดที่สวมใส่ หากแต่ชายหนุ่มกลับไม่อาจแม้จะทรุดกายลงเนื่องจากดคู่ต่อสู้ยังคงกลุ้มรุมเจ้ามาหวังฆ่าฟัน

“ แก!” ตะโกนสุดเสียง เหลียวไปทางหน้าต่างที่อาจใช้เป็นที่หลบหนี แต่กลับถูกปิดกั้นไว้จนหมดท่า แบบนี้แล้ว ....ดูท่าคราวนี้ นกนางแอ่นเปื้อนเลือดตัวนี้ คงจะดาวดิ้นลงเสียจริงๆ “ เจ้าพวกหมาลอบกัด!” ด่าว่าไปเช่นนั้น พร้อมกับฟันแขนคู่ต่อสู้เบื้องหน้าขาดกระเด็นไปคนหนึ่ง แต่ก็ถูกแทงซ้ำกลับจากด้านหลังที่สีข้างทันที ร่างกายทรุดฮวบลงแทบเท้าศัตรู มีเพียงเลือดที่ไหลนองผืนเสื่อ

“ มือสังหารอันดับหนึ่งของวองโกเล่สาขาญี่ปุ่น มีฝีมือแค่นี้เองรึไง” ผู้สั่งการเดินเข้ามาเบื้องหน้าเหยียบลงที่มือขวาของสึโยชิ ก่อนจะใช้มือจับศีรษะของเขาโขกกับพื้น หน้าแผกแตกจนใบหน้าอาบโลหิต ยามที่ถูกกระชากเส้นผมดึงรั้งขึ้นเผชิญหน้า คงมีเพียงดวงตาสีนิลคู่งามที่ยังไม่ยอมหรี่แสง จ้องกลับอย่างเคียดแค้นและโกรธา

“ ฆ่าฉันซะ!” พ่ายแพ้คือความตาย ศักดิ์ศรีของนักดาบ ชีวิตของมือสังหาร จะไม่ร้องขอความเห็นใจ จะไม่มีเยื่อใยใดๆต่อชีวิต

“ หืม ทำไมถึงคิดสั้นแบบนั้นกันล่ะ อยู่เล่นด้วยกันก่อนสิ!” ทันใดนั้นเองคมดาบแทงทะลุหลังมือซ้าย จนเลือดพุ่งกระเซ็น พร้อมกับริมฝีปากสากหนาที่บดขยี้จุมพิตลงมาแนบสนิท ทั้งเจ็บปวด ทั้งตกใจ คนพวกนี้ เล่นบ้าอะไรกัน

“ คิดอะไรของแก!” ชายหนุ่มนักดาบถามตรงไปตรงมา บาดแผลที่มือซ้ายชาจนแทบสิ้นความรู้สึก เช่นเดียวกับริมฝีปากที่ช้ำจนแตกริ้ว และแสบร้อน

“ ก็บอกแล้วว่า มาเล่นกันก่อน....” คำพูดเยียบเย็น พร้อมกับแล่นปลายนิ้วไซ้เข้าข้างซอกคอ

“ หยุดนะ!” สึโยชิแค่นเสียง หากแต่กลับถูกผลักให้นอนแหงนราบกับพื้น ขาทั้งสงข้างถูกกดทับ ในขณะที่ลำแขนทั้งสองถูกรวบไว้เหนือศีรษะ ยูคาตะตัวหลวมถูกทึ้งลงต่ำ เผยให้เห็นหัวไหล่เปล่าเปลือย และแผ่นอกที่มีร่องรอยการถูกจับต้องล่วงเกินอยู่ก่อน ในช่วงเวลานั้น สึโยชิแทบอยากจะกัดลิ้นให้สิ้นลมไปเสียตรงนั้น ช่างน่าอับอาย ร่างกายแบบนี้ สภาพการณ์แบบนี้ ตัวตนของเขา ช่างน่าสมเพช

“ ทำหน้าแบบนี้ ไม่น่าล่ะ ซาวาดะ อิเอมิทสึถึงหลงนักหลงหนาสินะ” เสียงหัวเราะดูแคลน ที่ทำเอาผู้ฟังต้องเบิกดวงตากว้าง นี่เรื่องของเขา..ถูกบอกเล่าไปในลักษณะไหนกัน

“ !”

“ ข่าวกรองของทางนี้น่ะดีกว่าที่คิดนะพ่อหนุ่ม ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอเล่นด้วยให้สนุกสักครั้งเถอะนะ” ราวกับเสียงของปีศาจที่น่าขยะแขยง ปลายลิ้นที่ลามเลียลงมาเหนือแผ่นอก ปลายนิ้วที่ไล้ลงมาตามเรียวขา สายตาเหยียดหยามที่จ้องมองลงมา แว่วเสียงสดับฟังที่น่าขบขัน อยากกรีดร้อง อยากหนีจาก ดูจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่อาจเรียกศักดิ์ศรีที่สูญหายกลับคืน จังหวะนั้นเองที่ชายหนุ่มนักดาบเตรียมกัดลิ้นตนเองให้ถึงตาย หากแต่เสียงหนึ่งที่ชวนคะนึงถึงกลับดังขึ้น

“ คุณสึโยชิ!” หญิงสาวผมดำ ในชุดกิโมโนสีฟ้า คนที่แสนปรารถนาพบพาน

“ ทะ ทาคาโกะ!” ไม่ ไม่ใช่เวลานี้ ไม่ควรจะมาปรากฏตัวในเวลาที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้ ปลายดาบของศัตรูจ่อกระชั้นที่ลำคอของหญิงสาว ร่างถูกดึงรั้งไว้โดยชายกักขฬะ ทันทีที่เห็นเช่นนั้น ดูราวกับเรี่ยวแรงทั้งมวลหวนคืน จะยังตายไม่ได้ จะยังสิ้นหวังไม่ได้ ยังคงมี...สิ่งที่ต้องปกป้อง..


ยามาโมโตะ สึโยชิฝืนกายครั้งสุดท้ายกระชากแขนของตนจากการถูกพันธนาการ ก่อนจะขืนสะบัดเรียวขาถีบเข้าที่ร่างของศัตรูคนหนึ่งจนกระเด็น มือขวาคว้าจะอาวุธข้างกายก่อนจะกระชับมั่น และหยัดกายขึ้นได้อีกครั้ง

“ ห้าม ... ห้ามแตะต้องคุณทาคาโกะนะ!” ฉับพลันนั้นชายหนุ่มสะบัดคมดาบพร้อมทั้งท่าบุกโจมตี ไม่คิดสิ่งอื่นใดนอกจากการพุ่งทะลวง เป็นแค่ดาบที่ซื่อตรงและมุ่งมั่น ไร้ซึ่งความเจ็บปวดหรือเหนื่อยล้า แปรเปลี่ยนพลังที่ยังคงไหลเวียน ฟาดฟันทุกสิ่ง “ สำนักชิงูเระ โซเอน กระบวนท่ารุกที่แปด วรุณกระหน่ำแทง!” เพียงพริบตาที่ทุ่มกำลัง คมดาบก็ฟาดฟันไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว โลหิตสาดกระจายพร้อมกับเสียงเย้ยหยันที่แลหาย ชายหนุ่ม ฝืนกระโดดขึ้น เล็งที่คอของชายผู้เป็นหัวหน้า ที่เล็งลำกล้องปืนมาทางเขาเช่นกัน

“ เรื่องมากนักก็ตายซะเถอะ!” แม่นมั่นว่าจะคว้าชัยเพราะอาวุธที่แสนทันสมัย ทว่านกนางแอ่นสีดำที่แลเห็นกลับเบี่ยงตัวหลบ ดาบจากมือขวาที่ฟาดลงมานั้นแลหายไปราวภาพลวง “ บ้าน่า!”

“ กระบวนท่ารุกที่ห้า ฝนเดือนห้า!” ชิงูเระ คินโทคิถูกเหวี่ยงเข้ามือซ้ายที่บาดเจ็บ หากแต่ด้วยแรงใจและศักดิ์ศรีที่มากล้น มือซ้ายที่ถูกแทงจนชุ่มเลือดกลับยังคงเหลือเรี่ยวแรงพอที่จะเชือดลำคอคู่ต่อสู้จนโลหิตสาด คมมีดเฉือนเนื้อบาดลึกกระทั่งสะบั้นลำคอขาดกระเด็นกลิ้งไปกระทบแทบเท้าของหญิงสาวที่เฝ้ามอง

“ คุณสึโยชิ!”

“ ปล่อยคุณทาคาโกะ! ถ้าพวกแกยังไม่อยากตายตรงนี้!” ข่มขู่อย่างองอาจ วิหคเปื้อนเลือดที่สยายปีกกางเล็บแหลมคมเพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ ดุดัน เข้มแข็ง โชยกลิ่นความตายและแผ่รังสีสังหารจนน่าหวาดหวั่น มาเฟียที่ไร้ผู้นำผวากลัว และไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสนั้นวางอาวุธและหลบหนีไป ที่หลงเหลือ มีเพียงซากร่างมากมาย และชายหนุ่มที่ทรุดลงกับพื้น ทาคาโกะวิ่งเข้าไปประคองร่างที่แทบสิ้นไร้เรี่ยวแรง พร้อมกับน้ำตาที่ระรินไหลอาบแก้ม

“ ทำใจดีๆไว้นะคะ! คุณสึโยชิ ! ” หญิงสาวตะโกนร้องบอก ผ้าเช็ดหน้าขาวถูกซับลงที่หน้าผากแตก หากแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่สนใจนัก เขาคว้าร่างภรรยาเข้ากอดในอ้อมแขนก่อนจะพร่ำคำพูดซ้ำๆ

“ ทำไม ทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่บอกฉัน!”

“ คุณสึโยชิ....” เสียงที่แหบเครือแผ่วเบาลง ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรต่อไป ไม่แน่ใจว่าคนๆนี้รู้เรื่องเพียงไหน

“ทั้งคุณ ทั้งชามาล ทำไมถึงไม่บอกผมล่ะ ทำไมถึงไม่บอกว่าคุณตั้งท้องล่ะ!” คำบอกกล่าวโต้แย้งที่ทำเอาฝ่ายหญิงต้องนิ่งเงียบไป ถูกต้อง ในวันนั้น ในวันแต่งงานของ ยามาโมโตะ นานะ วันที่ชามาลพาสึโยชิที่สลบหมดสติกลับมาที่บ้าน หมอหนุ่มได้พบกับหญิงสาวที่เอาแต่อาเจียนตัวโก่งในห้องน้ำ แน่นอนว่านั่นไม่ใช่อาการป่วย หากแต่เป็นสัญญาณบอกว่า ชีวิตใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น เด็กที่จะเป็นตัวแทนของความรักระหว่างยามาโมโตะ สึโยชิและยามาโมโตะ ทาคาโกะ

“ ฉัน...ไม่ต้องการให้คุณ..เดือดร้อนค่ะ ทั้งตัวคุณเอง ทั้งคุณนานะ ฉันเองที่เป็นคนขอร้องคุณชามาลไม่ให้บอกคุณ เลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน ฉันเลี้ยงดูได้อยู่แล้ว” อย่างที่สึโยชิคิด ภรรยาของเขานั้นช่างมหัศจรรย์ ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งที่ไร้ญาติขาดมิตร และไร้ทรัพย์สินมั่งคั่ง กลับคิดหนีตีจาก แต่ว่า...

“ คนที่คิดแบบนั้นควรจะเป็นผมต่างหาก....” นั่นคือความจริงที่อยากบอก “ ผมได้แต่คิดว่าจะทำยังไง หากว่าอิเอมิทสึรู้ หากว่าหมอนั่นรู้ คุณนั่นล่ะที่จะเป็นอันตราย!” ชายหนุ่มผู้เป็นสามีบอก ดวงตาของคนสองคนสบประสานความรู้สึกที่ล้นเอ่อ คือความตื้นตันอันมิอาจบรรยายเอ่ยกล่าว ต่างฝ่ายต่างก็เป็นกังวล ห่วงหาและคิดคำนึงถึงอีกฝ่าย เพราะเป็นคนรัก เพราะเป็นความรัก เพราะเป็นของกันและกันอย่างแท้จริง จึงเพียงคาดหวัง

ขอให้คุณ

มีความสุข


“ ไปด้วยกันเถอะนะ” ชายหนุ่มกระซิบบอก ในขณะที่กอดกระชับผู้เป็นคู่ชีวิตเข้าแนบอก เสื้อผ้าต่างก็ย้อมโลหิตจนแดงก่ำราวชาดแต้ม

“ เอ๋..”

“ คุณกลับมาเพราะอะไรล่ะ” ถามพร้อมกับแย้มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน สองมือที่ชุ่มเลือดยังคงกอดประคองหญิงสาวไม่ห่าง

“ เพราะ....ฉัน...ฉันอยาก...พบคุณ..อีกสักครั้ง” ความจริงที่ปวดปลาบในอก ทั้งที่หนีจากไปไกลแสน แต่ก็กลับหวนมาด้วยความอาลัย อยากพบ อยากเจอ แม้จะรู้ว่าตนเองอาจเป็นเหตุแห่งเภทภัย แม้จะรู้ว่าอาจนำพามาซึ่งภัยพิบัติมากล้น แต่ยามที่นั่งคะนึงอย่างโดดเดี่ยว ก็กลับแลเห็นใบหน้าชายผู้นี้อย่างถนัด หัวเราะตนเองหลายครั้ง ว่าอาจเพราะอารมณ์ของหญิงที่ตั้งครรภ์ แต่แล้ว....กลับไม่อาจหักห้าม...

“ อยู่ด้วยกันเถอะ ทั้งสามคน พวกเรา...อยู่ด้วยกันเถอะนะ” ดูราวกับประโยคแสนสามัญ หากแต่สำหรับผู้พูดและผู้ฟัง นี่คือสิ่งสรรที่ปรารถนา เอื้อนเอ่ยวาจาอย่างยากเข็ญ ตัดสินอย่างเด็ดขาด เฉกเช่นผู้ฟังที่ขอน้อมรับบาปกรรม ความเห็นแก่ตัว และ อันตรายทุกสิ่งอัน น้อมรับไว้ร่วมกัน และจะขอใช้วันเวลานี้ อย่างคุ้มค่า....

“ ค่ะ...” ที่ร่วงพราวคือหยาดน้ำตา ที่เกาะกุมคือมืออุ่น ความผูกพันที่อ่อนหวาน และความรู้สึกเลิศล้ำที่เรียกว่า

ความรัก

“ ผมรักคุณ..คุณทาคาโกะ..” และขอบใจและสำหรับของขวัญอันสูงค่าจากนาย ...ชามาล


วันคืนล่วงผ่านไป มันคือความขมขื่นเหลือคณาสำหรับใครคนหนึ่ง แต่เป็นช่วงเวลาที่ราวสรวงสวรรค์ของคนอีกคู่หนึ่ง และคนที่ต้องทนกับการทรยศหักหลังอย่างสาหัสครั้งนี้ก็หาใช่ใครอื่นนอกจาก ซาวาดะ อิเอมิทสึ เวลากว่าสามเดือนที่ผ่านมา นอกจากจะต้องกวาดล้างกบฏในแฟมีลี่ และแฟมีลี่ศัตรูที่บังอาจเข้ามาท้าทาย ยังจะต้องควานหาตัวสึโยชิอย่างเต็มกำลัง ทีละน้อยๆ ที่ความรักมากล้นพลันเปลี่ยนเป็นแค้นเคืองอย่างมิอาจอภัย ปักษาสีนิลที่ขนย้อมโลหิตสวยงามตัวนั้น บินหนีจาก ทำลายพันธสัญญาระหว่างกันจนสูญสลาย การตัดสินใจอย่างบ้าคลั่งเห็นแก่ได้แบบนี้ ไม่ใช่การคิดของยามาโมโตะ สึโยชิ แต่นั่น..เพราะนังแพศยาคนนั้น

จากสามเดือนเป็นหกเดือน

จากครึ่งปีเป็นหนึ่งปี

เวลา

ไหลไปอย่างไม่คอยท่า



ต่อ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AUFIC)Bloody Swallows 9 ( D80/3380 ) 10/09
PostPosted: 13 Sep 2008, 00:09 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
สายฝนตกพร่างลงมาอีกในค่ำคืนนี้ ชายคนหนึ่งลืมตาขึ้นมองดูรอบกายที่ไม่คุ้นชิน บ้านเก่าๆ ที่มีสภาพไม่ต่างอะไรกับบ้านเรือนของคนสามัญ มีเสียงบางอย่างแว่วเข้าหู เสียงหนึ่งคือเสียงจิ้งหรีดร้องระงม และอีกเสียงคือเสียง....ร้องไห้ เสียงทารก.... ร้องไห้

“ ที่นี่...” ชายหนุ่มค่อยๆยันกายขึ้น บาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายยังเจ็บปลาบ ศัตรูลอบกัดยิงเขาระหว่างที่กำลังไล่ล่ากับอีกแฟมีลี่ รอดตายเพราะกระโดดลงในแม่น้ำ และดูท่าจะไหลมาไกลพอสมควร

“ ที่นี่อยู่ตีนเขาพอดีค่ะ คิดว่าคุณอาจไหลมาจากทางต้นน้ำ” หญิงสาวบอก ยามที่เงยหน้ามองก็ต้องเพ่งพินิจ หญิงสาวผมดำยาว และดวงตาเฉดสีเดียวกันอย่างหญิงญี่ปุ่น จะต่างกันที่กับหญิงคนนี้ คงต้องจัดว่าสวยและน่ามองยิ่งกว่าที่เคยพบพาน หากจะเป็นรอง สำหรับเขา ก็คงเป็นรองเพียงแต่....ดวงตาของนกนางแอ่นแสนงามตัวนั้น

“ เธอทำแผลให้อย่างนั้นรึ”

“ ค่ะ ฉันอยู่กับลูกสองคนน่ะค่ะ” ว่าพลางปลอบเด็กทารกในอ้อมแขนที่ตอนนี้เลิกร้องโยเย แต่หันมาให้ความสนใจกับคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นตาแทน ปลายนิ้วที่กระดิกไหว และรอยยิ้มน้อยๆบนใบหน้ากลมที่น่ารักน่ามองอย่างที่สุด

“ ผู้หญิงหรือผู้ชายน่ะ” อาจจะดูแปลก แต่ชายหนุ่มกลับนึกเอ็นดูเด็กน้อยขึ้นมาจับใจ เส้นผมสีดำกับดวงตากลมโตสีเดียวกัน ช่างชวนคำนึงถึงใครบางคนที่ไม่อาจจับต้องได้อีก แต่จะว่าไป เด็กคนนี้ก็คงเหมือนแม่เสียมากกว่ากระมัง

“ ผู้ชายค่ะ เอ้า ทาเคชิ นี่คุณลุงจะมาอยู่กับเราชั่วคราวนะจ๊ะ” เสียงใสของผู้เป็นมารดาบอก ในขณะที่ฝ่ายชายนั้นยิ้มให้ พร้อมกับอ้าแขนออก

“ ขอลุงอุ้มหน่อยนะ ทาเคชิคุง” ขอไปแบบนั้นอย่างไม่นึกหวังผล แต่หญิงสาวก็ส่งเด็กในอ้อมแขนให้อย่างอ่อนโยน ต่างฝ่ายต่างก็เบิกบานในยามที่เห็นใบหน้าของเด็กน้อย คนหนึ่งแลเห็นเป็นภาพสะท้อนของคนไกล อีกคนหนึ่งนั้นหมาย...ลบล้างความแค้นเคือง

“ ช่วยเล่นกับแกหน่อยนะคะ ฉันจะทำอาหารให้ เอ่อ ฉัน ...ทาคาโกะค่ะ เรียกทาคาโกะ เฉยๆก็ได้นะคะ” เจตนาที่จะไม่แนะนำตนเองอย่างสมบูรณ์ ปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเลย

“ ซาวาดะ อิเอมิทสึ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ทาคาโกะ”

นั่นคือ

การพบพาน


ผ่านมาแรมเดือน หากแต่กลับไม่มีคนของแฟมีลี่ศัตรูมาตามหาตัว อิเอมิทสึได้พักฟื้นอย่างสงบ และไม่เพียงบาดแผลที่ค่อยจางหาย แม้แต่จิตใจของเขาก็ราวกับได้รับการเยียวยา ผ่านวันคืนที่เรียบง่ายในบ้านป่าตีนเขาในชนบท กับหญิงสาวแปลกหน้าที่อ้างว่าเป็นม่ายสามีเสียชีวิต กับเด็กทารกอายุไม่ถึงขวบที่ตอนนี้กำลังจะเริ่มหัดคลาน

“ ให้ตายเถอะ ทาเคชิ ดื้อจริงๆพับผ่าสิ!” แกล้งโวยวายไปแบบนั้น แต่จริงๆแล้วก็ทั้งนึกเอ็นดูและสนุกสนาน ทั้งที่ตัวเขาเองก็มีลูก และอายุก็เหมือนจะไล่เลี่ยกับเด็กนี่ แต่อะไรบางอย่าง มันทำให้เขารู้สึกแปลก จะว่าเอ็นดู หรือถูกชะตาดีล่ะ เพียงแค่คิดว่าหากเป็นเด็กคนนี้ เขาคงจะรักได้อย่างเต็มหัวใจกว่า...เด็กที่ไม่ควรเกิดนั่น

“ ไปเป็นลูกฉันมั้ย หืม ทาเคชิคุง” อุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นแนบอก ก่อนจะเปิดประตูบ้านออกไป ทาคาโกะซักผ้าอยู่หลังบ้าน จริงๆก็อยากจะบอกหล่อนก่อนจะพาเด็กออกไปเดินเล่น แต่ก็ชั่งใจว่าคงจะรบกวน และ แถวนี้ก็คงไม่มีอันตรายอะไร “ ไปเดินเล่นกันนะ”


ยามบ่ายแก่ๆ เสียงธารน้ำไหลลงมาจากเชิงเขา นกร้องเสียงไพเราะ อากาศแสนบริสุทธิ์ ทุกสิ่งที่นี่ช่างแตกต่างจากโลกที่เขาอาศัยอยู่ หญิงชนบทที่เปี่ยมน้ำใจ ทารกน้อยที่บริสุทธิ์ดุจผ้าขาว เป็นโลกกลับด้านที่แสนคนึงหา กำลังเดินคิดอย่างเพลิดเพลิน หากแต่ทันใดนั้น จมูกของชายหนุ่มพลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นที่คุ้นชินที่โชยมาตามลมอ่อน กลิ่น...เลือด และ..ความตาย

“ อะไรกันน่ะ!” ชายหนุ่มวิ่งตรงไปเบื้องหน้า สองมือกอดทารกแนบอก ในขณะที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ ร่างที่แลเห็นคือเหล่าคนในชุดสูทสีดำที่แสนคุ้นตา “ นี่มัน....”

“ แกเป็นใครกัน!” เสียงเคร่งเครียดตะคอกลั่น ของกลุ่มคน ภาษานั่นคือภาษาอิตาลีอย่างไม่ผิดเพี้ยน “ แกคือคนที่เขาว่าแอบลอบกัดอยู่แถวนี้สินะ หรือว่า เป็นบอร์ดี้การ์ดของ ซาวาดะ อิเอมิสึ!” คำบอกกล่าวที่ทำให้อิเอมิทสึต้องงุนงง จะบอกว่า หนึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะพวกมาเฟียหาเขาไม่พบ แต่เป็นเพราะมีคนที่เฝ้าระวังให้อยู่อย่างนั้นรึ และคนๆนั้น คนที่ถูกพุ่มไม้บดบังจนไม่อาจแลเห็นอยู่นี่..ใครกัน

“ ..............................” ไร้ซึ่งคำตอบ หากแต่เสียงสะบัดดาบนั้นแจ่มชัด คมดาบตัดกับกระแสลม ก่อนที่เสียงฝีเท้านั้นจะเร่งกระชั้น เสียงคมดาบที่ตัดสะบั้นเข้าเนื้อคู่ต่อสู้ เสียงหยดเลือดสาดกระเซ็นต้องใบไม้ใบหญ้า ทุกสิ่งเฉียบคมและว่องไว อยากจะชะเง้อดูให้ถนัด หากแต่ถ้าทำเช่นนั้นทารกในอ้อมแขนก็อาจได้รับอันตราย อยากรู้ ใครกัน..ที่ปกป้องเขา

“ แก!” มาเฟียที่หลงเหลือควงดาบเข้าประชันต่อสู้ เสียงโลหะประสานก้อง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ร่างที่โชกเลือดปลิวละล่องกระแทกเข้ากับพุ่มไม้ที่อิเอมิทสึแอบซ่อนตัว โลหิตกระเซ็นต้องใบหน้าน้อยๆของทารก จนเสียงร้องพลันลั่นดังขึ้น

“ แย่แล้ว!” ชายหนุ่มผู้ถูกหมายหัวหันหลังหนีอย่างรวดเร็ว หากแต่สายไปเมื่อฝ่ายตรงข้ามได้เห็นเขาถนัดตาเสียแล้ว

“ ซาวาดะ อิเอมิทสึ!” ชั่วพริบตา เหล่ามาเฟียพลันบ่ายหน้าเข้าหา คนที่ตามหาอย่างยากเย็นกลับมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า “ ฆ่ามัน!” ลำกล้องปืนเล็งมาจากระยะไกล ทว่าเพียงชั่วพริบตา ก่อนที่กระสุนจะกระหน่ำยิงเข้ามา เงาสีดำที่แลเห็นกลับเข้าขวางกั้น กระสุนเจาะเข้าที่ต้นแขนซ้ายจนเลือดระริน หากแต่ใช่จะรั้งรอคมดาบ

“ สำนักชิงูเระ โซเอน กระบวนท่าที่แปด วรุณกระหน่ำแทง!” คมดาบตัดสะบั้นร่างกายซีกบนของมือปืน ก่อนจะพุ่งทะลวงฟันศัตรูผู้กล้ำกรายเคหะสถานอย่างอาจหาญเฉียบคม สำหรับคู่ต่อสู้ นี่คือมัจจุราชที่แท้จริง ยมทูตสีนิลกาฬผู้ยืนขับลำนำสู่ความตาย หากแต่สำหรับ ซาวาดะ อิเอมิทสึ มันคือการพบพานอีกครั้งที่ไม่น่าเชื่อ ปีกว่าที่ผ่านมา ทั้งที่ตามหาแทบพลิกแผ่นดินกลับไม่พบเจอ หากแต่กลับมาปรากฏอยู่ที่นี่ ในยามที่เขาบาดเจ็บและถูกตามล่า เจ้านกนางแอ่นที่หลีกลี้หนีลับ กลับยอมชโลมเลือดเพื่อพิทักษ์ตัวเขา

“ ส สึโยชิ......” ชายหนุ่มผู้โอบกอดทารกในอ้อมแขนเอ่ยทัก ในท่ามกลางกองซากศพและแนวไพร คนสองคนที่ไม่ควรพบพานกันอีกตลอดกาลกลับได้มายืนเผชิญหน้ากันอีกครา อิเอมิทสึก้าวขาออกไป ทีละก้าวๆ เข้าใกล้จนระยะห่างระหว่างพวกเขาเหลือเพียงคืบ สึโยชิ...ดวงตาสีดำสนิทที่ยังคงมองมาอย่างนิ่งสงัด เส้นผมที่หอมกลิ่นฝน ร่างในชุดฮาคามะสีดำสนิทที่ได้เคยเห็นจนเจนตา หากแต่กลับมีบางสิ่งผิดไป ตรงไหนกันนะ ดวงตา จมูก พวงแก้ม ริมฝีปาก ใบหู ลำคอ กระทั่งเรียวนิ้ว ทุกสิ่งที่แต่งเติมเป็นคนตรงหน้า มันคืออะไรกัน เสน่หางั้นรึ ความงดงามที่ล้ำลึกเช่นนั้นรึ ในช่วงเวลานั้นเองที่ซาวาดะ อิเอมิทสึ พึงเข้าใจ เขา...ตกหลุมรักคนๆเดียวกัน เป็นครั้งที่สอง

“ ช่วยส่งทาเคชิให้ผม คุณซาวาดะ” นั่นไม่ใช่การขอร้อง เมื่อคมดาบในมือขวาประชิดเข้าที่ลำคอของชายหนุ่มอีกคน สำหรับสึโยชิ เขาหวาดกลัวเหลือเกิน และไม่เหลือหัวใจไว้...ให้กับความเสี่ยง

“ ทาเคชิ......” เด็กทารก หญิงสาวที่อ้างว่าสามีเสียชีวิต และอาศัยอยู่ในที่เปลี่ยวเพียงลำพังกับบุตรชายอายุไม่ถึงขวบ ป่ารกที่ไร้ศัตรูกล้ำกราย แต่สึโยชิกลับยังคงหยัดยืนอยู่ที่นี่ นี่มัน....ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

พ่อ

แม่

ลูก

ครอบครัว



ยิ่งกว่าความโมโหโกรธา ยิ่งกว่าความรุ่มร้อนใดๆ หากแต่เป็นหัวใจที่ถูกเผาจนมอดไหม้ หญิงสาวที่ตนคิดว่าน่าจะพอคบหา ทารกที่ตนนึกเอ็นดู คนพวกนี้ .......

“ นี่...ลูกชายนายสินะ” เด็กในอ้อมแขน คือสิ่งมีชีวิตที่ยื้อแย่งความรักไปจากเขา

“ ถ้าคุณไม่อยากคอขาด ก็ส่งทาเคชิมาเถอะ” ไม่อยากแม้เสี้ยววินาทีให้คนๆนี้โอบกอดบุตรชายของตน “ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ คุณซาวาดะ” ใช่ ทั้งที่คิดว่าจะลาจากไปจากคนๆนี้ตลอดกาล แต่ยามที่ได้รับการติดต่อจากนายท่านวองโกเล่รุ่นที่เก้า ร้องขอให้หยิบยื่นความช่วยเหลือแก่ทายาทของท่าน ทุกสิ่งก็ยิ่งบีบคั้น จะปฏิเสธก็ได้ จะหนีอีกครั้งก็ได้ แต่ความรู้สึกบางอย่างมันมากกว่านั้น ความภักดี ความจงรัก บางสิ่งที่ผูกพันกันมาอย่างไม่อาจขืนขัด เอ่อล้นจน...ทอดทิ้งไม่ได้

“ คุณสึโยชิ!” เสียงของหญิงสาวร้องเรียก ก่อนจะแลเห็นร่าง ชายหนุ่มทั้งสองหันกลับไปหมองผู้มาเยือนคนที่สามด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้ง โดยเฉพาะกับอิเอมิทสึ ที่เมื่อชั่วครูก่อนนี่คือหญิงสาวที่ตนถูกชะตา แต่เวลานี้คือ.....

“ คุณทาคาโกะ!” สึโยชิร้องเรียกก่อนจะขยับเข้าขวางระหว่างคนทั้งคู่ ไม่อยากแม้ให้อิเอมิทสึได้แลเห็น

“ เป็นละครฉากใหญ่เลยนะนี่” อิเอมิตสึแค่นยิ้ม ก่อนจะเหยียดยิ้มให้

“ ไม่ใช่นะคะ ! พวกเราแค่ไม่อยากให้คุณ.....” รู้ว่าคงจะต้องเจ็บปวดแน่ๆ หากชายผู้นี้รู้ว่าเธอคือภรรยาของสึโยชิ และทารกนั้นคือบุตรชาย หวาดกลัวการทำร้าย แต่มันก็พอๆกับที่รู้สึกสงสาร อาจจะดูบ้า แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ยิ่งยามที่เห็นชายหนุ่มยิ้มหรือหัวเราะ ก็ยิ่งเข้าใจว่าเนื้อแท้นั้นคงไม่ใช่คนโหดร้ายทารุณ แต่ความสัมพันธ์ ระหว่างคนต่างหากที่ผันแปรไม่แน่นอน

“ กลัวจะถูกฉันแก้แค้นสินะ คุณผู้หญิงตระกูลยามาโมโตะ” น้ำเสียงประชดประชัน ความวาดหวังบางอย่างพลันบังเกิดขึ้นอย่างแยบยล “ ฉันนี่ ดูจะภาพพจน์พังพินาศในสายตาพวกเธอสินะ” ฉับพลัน ชายหนุ่มกลับเดินกระชั้นเข้ามา คมมีดจากดาบแหลมบาดเข้าที่ลำคอเล็กน้อยจนเลือดซึม

“ อ อิเอมิทสึ.....” ชายหนุ่มนักดาบเผลอก้าวถอยหนึ่งก้าว นึกแปลกใจว่าคนตรงหน้าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ ฉันรักเธอสึโยชิ รักมาก จนเคยคิดว่า..ถ้ารั้งนายไว้ได้ก็จะทำทุกวิถีทาง” อิเอมิทสึสารภาพตามจริง ก่อนจะมองไปยังทาคาโกะ และกลับมาที่ทาเคชิน้อยในอ้อมแขน

“ เคย...หรือคะ” หญิงสาวทวนคำ วาดหวังว่าความรู้สึกที่มีต่อกันจะปลอดความหมองหมาง แม้ยากเข็ญ หากแต่หนึ่งเดือนที่ผันผ่านคือการเดิมพัน

“ ใช่ เหมือนกับที่เธอกับสึโยชิได้รับ ตอนนี้ ฉันก็มีลูกชายแล้วเช่นกัน” คำบอกกล่าวที่ทำเอาสองสามีภรรยาหันหน้าเข้าสบตากัน นี่คือข่าวสารที่พวกเขาไม่เคยได้รับมาก่อน

“ หมายความว่า..นานะ...” น้องสาวของเขา......

“ นานะจังตั้งท้องตั้งแต่ตอนที่นายจากมาไงล่ะ ตอนนี้...ลูกชายฉัน อายุก็พอๆกับทาเคชินั่นล่ะ” ฉีกยิ้มให้ โน้มน้าวให้เชื่อถือ ทารกน้อยๆที่ใช้เพื่อผูกพัน “ ฉันถึงบอกว่าตอนนี้...ฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เรื่องระหว่างเรา จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สึโยชิ...” น้ำคำแสนหวานที่เอื้อนเอ่ย โลหิตซึมที่ลำคอแทนคำสัตย์มั่น

จงเชื่อฉัน

จงคาดหวัง

จงเข้าใจ

และ

............



ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าคนจำนวนมากพลันดังก้อง ไม่ต้องบอกก็รู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าศัตรูนำกำลังเข้ามาเสริม และคงหมายตะลุมบอนฆ่าฟัน ยามาโมโตะ สึโยชิ เหลียวมองรอบกาย โสตประสาทอันฉับไว เตือนก้องให้ระแวดระวัง ที่อยู่ที่นี่คือภรรยา กับบุตรชาย และยัง.....

“ หนีไปซะ ฉันจะรับมือที่นี่เอง!” ชายหนุ่มนักดาบบอก ก่อนจะเก็บดาบออกจากลำคอของอิเอมิทสึ

“ หมายความว่า....” อิเอมิทสึ ทวนคำพูดอย่างสื่อความหมาย ก่อนจะมองอีกฝ่ายตรงๆ นึกแปลกใจในความอ่อนโยนและสวยงามของอีกฝ่าย สมกับเป็นสายฝนพิสุทธิ์ ช่างไร้ความเคลือบแคลง ช่างสิ้นซึ่งความสงสัย หรือแค้นเคืองอาฆาต

“ คุณทาคาโกะ...ผมขอโทษ แต่ช่วย ไปกับคุณซาวาดะเถอะนะ ที่นี่อันตราย” สึโยชิบอกกับภรรยา แม้จะนึกตะขิดตะขวงใจ และหงุดหงิดที่จะต้องส่งคนที่รักปานดวงใจทั้งสองไปกับ ซาวาดะ อิเอมิทสึ แต่ว่า....ความรู้สึก จิตใต้สำนึก ตัวตนของเขาที่ไหนสักแห่ง ยังคงอยากเชื่อ ยังคงอยากคาดหวัง จะแปรเปลี่ยนไปใช่ไหม จะไม่เหมือนเดิมใช่หรือไม่ เพื่อนของฉันคนนั้น...จะหวนกลับมาใช่ไหม.....

“ ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” ทาคาโกะบอกพร้อมกับบีบมือขวาของสามีเบาๆ นี่คือมือที่จะปกป้องเธอ คุ้มครองเธอ และแม้มันจะย้อมคาวโลหิตมากมายแค่ไหน แต่ก็ยังคงงดงามไม่เปลี่ยนแปร คิดได้ดังนั้น หญิงสาวก็เข้าไปรับทารกจากอิเอมิทสึมาไว้ในอ้อมอก ก่อนจะหันหลังเตรียมหลบหนีไปด้วยกัน

“ คุณทาคาโกะ!” จังหวะนั้นเองที่สึโยชิร้องเรียกหญิงคนรักอีกครา โอบประคองทั้งบุตรชายและภรรยาแนบอก จุมพิตที่ริมฝีปากบางของหญิงสาวด้วยความรักล้นเปี่ยม ไม่อยากให้หันหลังไปเลย ไม่อยากให้ลาจากไป รู้ว่าโง่เง่าเอาแต่ใจ แต่ก็... “ ผมรักคุณ และจะรักแต่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น ทาคาโกะ” คำสาบานรักที่ซื่อตรงจนน่าริษยาในสายตาของใครสักคนที่เฝ้ามอง

“ ฉันเองก็ ดีใจ ที่ได้รักคุณนะคะ” และจุมพิตบนริมฝีปากและพวงแก้ม ก่อนจะหันหลังจากลาพร้อมทารกน้อยในอ้อมอก ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มผู้เป็นสามีที่มองตามไล่หลัง อย่างเคร่งเครียด

“ ฉันเชื่อนายได้ใช่ไหม อิเอมิทสึ....”


สายฝนพร่างพรายลงจากฟ้าในคืนค่ำ กลิ่นโลหิตเจือมากับอากาศจนคลื่นเหียน หยาดน้ำพิไลจากฟากฟ้าที่ผันแปรมัวหมองจากเลือดแดงที่ขุ่นคลักบนผืนดิน ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งชีวิต ไร้ซึ่งมิตรหรือศัตรู ชายหนุ่มในชุดฮาคามะ หยัดกายขึ้นจากกองซากศพที่ทับถม เขาคือผู้ชนะ จากการประจันหน้ากับข้าศึกผู้บุกรุกนับร้อย ผลสุดท้ายที่ได้รับคือ บาดแผลจากคมดาบ และอาวุธที่ซัดใส่จนร่างชโลมเลือด ล้มลงอย่างเหนื่อยอ่อน และสิ้นสติไปนานนับชั่วโมง ยามที่กระพริบตาถี่และยืนขึ้นอีกครั้ง เพลาก็ค่ำมืด เสียงแมลงร้องระงม สายฝนชะล้างโลหิต หากแต่ก็แสบปวดไปทั่วร่าง

“ นี่ฉัน ทำสำเร็จ...” บอกกับตนเองเช่นนั้น พลางใช้ดาบคู่ชีวิตยันกายไม่ให้เซถลาล้มลง เดินเปะปะ ไปตามทาง ที่มุ่งสู่ธารน้ำ กระหายจนแสบคอ อึดอัดและเหนื่อยอ่อน คาดเอาเองว่าหากได้ดื่มน้ำกลั้วคอ อาการเช่นนี้คงหายไป อยากกลับ กลับบ้าน ทาคาโกะที่อาจจะกำลังว้าวุ่นใจว่าเขาจะปลอดภัยหรือไม่ เจ้าลูกชายที่คงกำลังวอแวมารดาอย่างน่ารักน่าชัง และบางที...อิเอมิทสึ หมอนั่น.....

นาย

กลับมาแล้วใช่ไหม



“ ถึงจะไม่ได้เลือก..แต่ว่า...ก็ไม่เลวร้ายนักหรอกนะ” แค่นหัวเราะกับตนเอง วันคืนที่น่าเศร้าคงจะผ่านไปแล้ว ความจงรักภักดีซื่อสัตย์กตัญญูที่มอบให้คงไม่สูญเปล่า อย่างน้อย หลังจากนี้....ทุกข์โศก คงมลายสูญ

“ แว้ๆ” ทันใดนั้นเองสิ่งที่ตัดขาดชายหนุ่มจากห้วงภวังค์ กลับเป็นเสียงทารกที่แว่วมาตามลม สึโยชิเร่งฝีเท้า เสียงนั่น เด็กเพียงคนเดียวที่จะมาอยู่กลางป่าแบบนี้....

“ ทาเคชิ!” ตะโกนลั่นยามที่บุกมาถึงธารน้ำ แสงจันทร์สาดส่องลงมาพร้อมกับสายฝนที่พร่างพราย เสียงบุตรชายที่ถูกห่อไว้ด้วยผ้าสีชาด ไม่สิ มันถูกย้อมจนเปลี่ยนสีต่างหาก หยดเลือดประปรายตามทางบนก้อนหินที่เปียกชื้น สายตากวาดมองตามทาง จนสะดุดกับอีกร่างที่นอนนิ่งอยู่ข้างโขดหิน กิโมโนสีน้ำเงินที่แปดเปื้อนจนย้อมสีเป็นน้ำตาลเข้ม เส้นผมยาวที่สยายลาดเนินหิน ดวงตาสีนิลที่เคยเฝ้าชมว่างามงดเบิกกว้าง โลหิตอาบใบหน้าจนอาจพึงระลึกถึงความโหดร้ายที่ประสบพบ และ....

“ ชอบใจกับการต้อนรับของฉันรึเปล่า สึโยชิที่รัก” เสียงเยียบเย็นเอ่ยทักจากด้านหลัง และยามที่เหลียวหันกลับไปมอง เส้นผมของราชสีห์ที่ส่องประกายในยามราตรี ช่างบาดใจลึกจนมิอาจพรรณนา

“ อิ...อิเอ ..มิทสึ....” หัวใจ ร่างกาย สติสัมปชัญญะ.....

ทุกสิ่ง

พังทลาย





จบตอน ???

....................

..........

......

คำเตือน


ต่อจากนี้เป็นฉากต้องห้ามเจ้าค่ะ มันอาจไม่ใช่เรทรุนแรง แต่สำหรัยคนเขียนมันโหดร้ายเจ้าค่ะ ใครต้องการรู้เรื่องราวต่อจากนี้ และมีภูมิต้านทานความโหดร้าย และดาร์ค ขอเชิญทิ้งชื่อไว้เจ้าค่ะ ข้าน้อยจะ PM ไปให้ในภายหลัง

แต่หากท่านไม่ต้องการ ก็ยังขอคอมเมนต์อีกนั่นล่ะเจ้าค่ะ ( หากสะดวก ) เพราะตอนนี้ตัดฉากหลายครั้ง ก็เลยอยากสอบถามว่างง หรือเปล่าน่ะเจ้าค่ะ

ปล. เรื่องฉากต้องห้าม หลังจากอ่านแล้ว ขอความกรุณา อีดิท ร่วมกันคิดว่าสมควรใส่ในรวมเล่มหรือไม่ด้วยนะเจ้าคะ เพราะตอนนี้ข้าน้อยกำลังคิดว่าจะไม่เอาใส่ในรวมเล่มเจ้าค่ะ

ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาอ่านนะคะ

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 13 Sep 2008, 00:49 
User avatar
Joined: 22 Jan 2008, 23:03
Posts: 320
Location: ที่ไหนก็ได้ที่มีฮิคุง อ๊างงง~~ (>//<)
ขอหลังไมค์ด้วยคนค่าาา อ่านแล้วค้างอย่างรุนแรง ต้องขอหลังไมค์อย่างด่วนนนนน

รักป๋าสึโยชิฟิคนี้จริงๆค่ะ >w<!!

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: (Angst AU)Bloody Swallows10(D80/3380)12/09ประกาศฉากต้องห้าม
PostPosted: 13 Sep 2008, 09:10 
User avatar
Joined: 25 Oct 2007, 22:13
Posts: 618
=[]=!!!!!
เอิกกกส์ ลังเล!
อยากอ่านใจจะขาด แต่ไม่ได้เข้ามาอ่านตั้งแต่ตอนที่แล้วเพราะคิดว่าจะอ่านทีเดียวในหนังสือ
กี๊ซซซซซซ เข้ามาเพราะชื่อกระทู้มันเชิญชวน (กร๊ากกกกกกกก)

ตอนนี้ยาวมากเลยค่ะ ,,>[]<,,!!
คาดได้ว่าอิเอะก็ยังคงเลวอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่เกลียด(?)
คงเป็นเพราะฟิคเรื่องนี้มันไม่มีใครดีเลยล่ะมั้ง กร๊ากกกกกกกกกก

งั้นเมขอหลังไมค์ด้วยนะคะีะะะ ,,>[]<,,!!!!

(ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยเข้ามาอ่าน น้องอยากอ่านในหน้ากระดาษอ่ะ *-*...มันเร้าใจ (ตรงไหน!?))

ปล. ตอนนี้คำผิดเยอะอยู่เหมือนกันนะเครอะ 0.0b

--edit--

(@*$()@*#(@*$@*#)@&()@*($*&@($&*(@&#(*@&#(*!&@*(&!#(*&!(
(กรีดร้องไม่เป็นภาษาหรือด่าไม่เป็นภาษาก็ไม่รู้)

อิเอ๊ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ
ถึงจะรู้อยู่แล้วว่ามันคงเชือดคุณทาคาโกะแน่ๆ เลยก็เถอะ
แต่เจอเข้าจริงๆ แล้วอึ้งแดรกซ์ค่ะ
TT[]TT
คุณทาคาโกะะะะะะะ
เป็นผู้หญิงที่ดี TTvTT
แต่ตายเพราะคนเขียนวาย (เ็ฮ้ย ไม่เกี่ยว!)
กร๊ากกกกกกกกกกกกกก

ทาเคจัง...ปะป๊าออกจะรักหนูขนาดเน้~~!!!!
ชอบตอนที่บอกว่าจะร้องเพลงกล่อม...
กระอักออกมาเป็นคำด่าอิเอะเลยทีเดียว...

แต่ชอบค่ะ TTvTT คนเราแปลก... ชอบคนดี... แต่รักคนเลว (กร๊ากก)
เพราะฉะนั้นเลวกว่านี้ก็เกลียดไม่ลง (แค่มันบ้า บ้าัรัก)
อยากรู้แล้วสิว่าสึนะจะเลวขนาดไหน?
ลูกอิเอะทั้งคน... คงไม่ทิ้งเชื้อกันหรอก (กร๊าก)

_________________
*สำหรับผู้ที่จะรับทางไปรษณีย์รบกวนส่งชื่อ ที่อยู่ และอีเมล์มาที่
crazyunlimited-club[at]hotmail.com ด้วยนะคะ*

++++++++++++++++++++++++++++++
รีปริ้นท์รอบแรกและรอบสุดท้าย
Alone-Autumn
Alone-Winter
++++++++++++++++++++++++++++++
สามารถดูรายชื่อคนสั่งจองได้>>ที่นี่<<เลยนะคะ


Last edited by lvlelody on 14 Sep 2008, 08:14, edited 2 times in total.

Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 176 posts ]  Go to page Previous  1 ... 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12  Next


Who is online

Users browsing this forum: babe2020, Endles, MiGaShI, nichi, onimizu_382, pom_tsuna, tsunari and 9 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: