|
ฮิบาริ เคียวยะลืมตาจ้องมองเข้าไปในความมืด ร่างสูงนอนราบอยู่บนบางสิ่งที่นุ่มนิ่ม...สัมผัสอันคุ้นเคยของมันบ่งบอกเขาว่าตนกำลังนอนอยู่บนเตียง แต่...กลับมองไม่เห็นอะไร...แม้กระทั่งเพดานห้องที่น่าจะคุ้นเคย...
ปกติแล้ว...แม้จะเป็นคืนที่มืดมิด ไร้แสงจันทร์หรือแสงดาวอย่างไรก็ตามแต่ เขามักจะมองเห็นภาพเบื้องหน้าได้กระจ่างชัดด้วยดวงตาที่เป็นดั่งดวงตาของเหยี่ยวคู่นี้
...เงียบ...
รอบกายช่างแสนเงียบงัน ไม่มีแม้กระทั่งเสียงของสายลมอันแผ่วไหวหรือเสียงของกลีบซากุระที่ร่วงโรย
...ราวกับหูได้ดับลงเฉกเช่นเดียวกับดวงตา...
ฮิบาริ เคียวยะยังคงนอนนิ่งอยู่เช่นนั้น ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความผิดปกติรอบกายราวกับรู้อยู่แล้วว่ามันไม่ผิดแปลกอันใดที่จะเป็นเช่นนี้
...พลัน...เสียงแว่วแผ่วกังวาลของกระดิ่งลมที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นแผ่วเบา แทรกฝ่าความเงียบและความมืดเข้ามากระทบโสตประสาทของชายหนุ่ม ดังขึ้น...ทั้งๆ ที่ไม่มีลม...
"ถ้า..." ดวงเนตรสีนิลหันไปมองทางต้นเสียงก่อนพบกับเจ้าของดวงตาสองสีที่กำลังส่งยิ้มมาให้ด้วยสีหน้าซุกซน "...ถ้ามีสาเกสักหน่อยก็ดีเลยนะครับ" มุคุโร่เอ่ยเช่นนั้นก่อนเบือนหน้าจับจ้องตรงไปยังสวนงาม เมื่อเขามองตาม...จึงเห็นว่ากลีบซากุระกำลังร่วงโรย ไกลออกไปคือยอดไม้เขียวชะอุ่มที่มีสีสันตัดกันอย่างลงตัว
พวกเขากำลังนั่งอยู่บนระเบียง...เบื้องหลังคือห้องทำงานอันคุ้นเคย ปลายเท้าเปลือยเปล่าที่แตะลงบนกรวดให้ความรู้สึกแปลกประหลาด หากทว่าก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่เพราะมันอุ่นกำลังดี
"ไม่รีบทานเดี๋ยวมันก็หายเย็นหรอกครับ..." เมื่อเสียงทุ้มหวานอันคุ้นเคยเอ่ยเช่นนั้นเขาจึงก้มลงมองมือของตนเอง เพื่อพบว่ามันกำลังถือเสี้ยวแตงโมแดงฉ่ำน่าทานอยู่ ริมฝีปากอ้ารับกัดเนื้อผลไม้หวาน...
...เพียงคำแรก...รสชาติของโลหิตก็โชยคลุ้ง...
ชายหนุ่มรีบคายมันออกมาก่อนพบว่ามันคือบางสิ่งที่เป็นสีแดงเช่นเดียวกับเนื้อแตงโม...หากสิ่งที่อยู่ในมือกลับไม่ใช่ผลไม้ที่มีเปลือกเขียวแข็งที่ถืออยู่เมื่อครู่หากเป็นก้อนเนื้อสีแดงขนาดเล็กกว่ากำมือก้อนหนึ่ง
...เขารู้ได้ในทันทีว่ามันคืออะไร...
"อร่อยไหมครับ..." ดวงเนตรสีนิลตวัดมองเจ้าของเสียงที่เอ่ยถามนั้น ร่างที่นั่งอยู่เคียงข้างก็ยังคงเป็นคนเดิมที่ไม่ได้มีสิ่งใดแปรเปลี่ยนไป ทั้งดวงตาสองสี ทั้งรอยยิ้มบนริมฝีปาก ทั้งเรือนผมสีไพลินที่ยาวถึงกลางหลัง ทั้งเรือนร่างผอมบางภายใต้ชุดยูกาตะสีขาว...สีขาว...ที่แต่งแต้มด้วยสีแดงซึ่งแผ่ขยายออกมาจากบริเวณหน้าอกข้างซ้าย...
ดวงหน้าเปือนรอยยิ้มนั้นเบือนมามองด้วยดวงตาที่มีของเหลวสีแดงสดรินไหลออกมาอาบแก้ม...
"อร่อยไหมครับ...หัวใจของผม... ฮิบาริ เคียวยะ..."
...
...
...
ฮิบาริ เคียวยะลืมตาขึ้น...จ้องมองเพดานลายไม้ของห้องนอนที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิต มือเรียวควานหาร่างที่น่าจะนอนอยู่ข้างๆ ก่อนจะพบเพียงความว่างเปล่า ภายนอกหน้าต่างนั้นเริ่มมีแสงอาทิตย์จับขอบฟ้าสีน้ำเงินบางเบา เป็นเช้าตรู่...ที่ไม่ชวนให้นึกอภิรมย์เอาเสียเลย ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่งก่อนเหลือบตามองที่ว่างข้างกาย เป็นเพราะเริ่มที่จะคุ้นเคยกับการนอนหลับลงโดยกอดใครสักคนเอาไว้หรือเปล่านะ ร่างกาย...ถึงได้รู้สึกผิดปกติอย่างนี้ ผิดปกติ...โดยเฉพาะที่หัวใจ...
ชายหนุ่มถอนหายใจแผ่วเบาก่อนรู้สึกถึงบางสิ่งที่ทิ้งน้ำหนักลงบนศีรษะของตน
...ฮิเบิร์ด...
"ฮิบาริ! ฮิบาริ!" เสียงแหลมสูงของมันยังคงไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป เจ้านกน้อยบินลงมาเกาะบนเตียงเบื้องหน้าชายหนุ่ม "มุคุโร่! มุคุโร่!" สัตว์เลี้ยงตัวจ้อยตีปีกพั่บๆ ให้สายตาของมันอยู่ในระดับเดียวกับชายหนุ่มก่อนจะขยับตัวด้วยท่วงท่าแปลกๆ ราวกับกำลังเต้นหยองแหยง ชายหนุ่มขมวดคิ้วสักพักก่อนสังเกตว่ามันพยายามยื่นขามาให้
ที่ขาของฮิเบิร์ดจะมีกล้องขนาดจิ๋วติดอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของเมืองและเป็นการส่งข่าวให้ทางศูนย์บัญชาการที่คฤหาสน์วองโกเล่โดยที่เขาจะได้ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกสัตว์กินพืชพวกนั้นมากนัก
"อยากให้ฉันดู...อย่างนั้นหรือ..." เมื่อได้ยินชายหนุ่มเปรยเช่นนั้นฮิเบิร์ดก็ขยับปีกบินขึ้นลงราวกับกำลังพยักหน้า หลังจากที่รอชายหนุ่มอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดยูกาตะมาเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสีดำและสูทที่พาดไว้บนไหล่โดยไม่คิดจะสวมมัน ฮิเบิร์ดก็บินนำออกจากห้องไปอย่างรู้หน้าที่ ห้องที่มันบินเข้าไปคือห้องนั่นเล่น เมื่อเขาเลื่อนบานประตูเปิดออกให้กว้างมากพอที่ร่างของมนุษย์จะสามารถเดินผ่านเข้าไปได้ก็พบว่าฮิเบิร์ดเตรียมเปิดจอโทรทัศน์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว มันสอดขาเข้าไปในรูเล็กๆ ราวกับปลั๊กสักพักก่อนจะถอยออกมาแล้วบินมาเกาะบนศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีรัตติกาล
วันเวลาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอเป็นวันเดียวกับที่เกิดเรื่อง หากเมื่อดูจากเวลาแล้วก็รู้ได้ว่ามันเป็นเวลาที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านพอดิบพอดี ภาพนั้นเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาทำให้รู้ได้ว่าฮิเบิร์ดกำลังบินอยู่ เมื่อดูจากทิวทัศน์รอบๆ แล้วจึงเห็นว่ามันคือสวนที่อยู่ติดกับห้องทำงานนั่นเอง ...สักพักภาพนั้นจึงนิ่งลง...ฮิเบิร์ดเกาะลงบนตอไม้ของบ่อน้ำ เสียงเคาะของกระบอกไผ่ดังชัดเจน ชั่วครู่...ร่างผอมบางที่แสนจะคุ้นตาก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน
มุคุโร่กวาดตามองไปรอบๆ คล้ายกำลังจะหาอะไรบางอย่างก่อนเปิดลิ้นชักเล็กๆ คว้าเอาคัตเตอร์อันพอดีมือออกมา ชายหนุ่มเดินไปทางประตูห้องและก่อนออกไปก็คว้าเอาดอกไม้ในแจกันติดมือไปด้วยดอกหนึ่ง
อาจจะเป็นเพราะความสงสัย....เจ้าสัตว์เลี้ยงจึงเริ่มขยับกายอีกครั้ง มันบินข้ามหลังคาไปโผล่ที่หน้าต่างห้องครัวก่อนชะเง้อหน้าเข้าไปมอง บนโต๊ะอาหารมีแจกันใบเล็กๆ อยู่ ถ้าให้เดาก็คงเป็นของที่มุคุโร่เพิ่งซื้อมาใหม่ เขาเห็นมือเรียวบางนั้นกำลังบรรจงตัดแต่งใบของดอกไม้เพียงก้านเดียวด้วยท่าทางตั้งอกตั้งใจ ฮิเบิร์ดบินข้ามหลังคากลับไปยังห้องทำงานอีกครั้งก่อนตรงเข้าไปยังแจกันใบใหญ่ กีบขาเล็กๆ นั้นคว้าเอาก้านดอกไม้อีกดอกขึ้นมาพลางพยายามดึงมันสุดชีวิต
ดอกแอนเนโมเน่เป็นดอกไม้ขนาดกลาง มีกิ่งและใบครบถ้วนสมบูรณ์จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับนกตัวเล็กๆ ที่จะดึงมันออกมาได้ แต่...ก็ไม่มีอะไรที่ฮิเบิร์ดทำไม่ได้...
ก้านดอกไม้นั้นเริ่มขยับลอยขึ้นมาตามแรงดึง มันจึงบินถอยหลังเพื่อสลัดก้านอื่นๆ ให้หลุดออกจากกัน แต่ใบนั้นก็ยังคงคงเกาะเกี่ยวกันมากกว่าที่จะดึงออกมาเสียเฉยๆ ได้และเมื่อเจ้านกน้อยยังคงเพียรพยายามดึงมันออกมา...แทนที่จะออกมาเพียงดอกเดียว แอนเนโมเน่ทั้งช่อกลับเอนตามแรง ยังผลให้แจกันใบโตเริ่มเสียสมดุล เจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรู้ที่ตั้งใจจะหาดอกไม้ไปเพิ่มให้เจ้านายคนที่สองของมันจึงสูดหายใจเข้าลึกแล้ว...กระชากสุดแรง!
เพล้ง!!
ดอกไม้กระจัดกระจายบนพื้นพร้อมทั้งเศษแจกัน เสียงฝีเท้าวิ่งตุบตับเข้ามาอย่างรวดเร็ว หากฮิเบิร์ดที่เห็นว่าดอกไม้ที่ตนตั้งใจจะเอาไปกลับระเนระนาดเช่นนั้นแล้วจึงคิดจะไปหาดอกไม้จากที่อื่น
เจ้านกตัวปุกปุยบินออกจากห้องไปเวลาเดียวกับที่บานประตูเลื่อนเปิดออก
...มุคุโร่เดินเข้ามาพร้อมทั้งสภาพมือโชกเลือด...
นั่นคือภาพสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อวานก่อนที่ฮิเบิร์ดจะออกไปตามหาดอกไม้สีขาวถึงไหนเขาก็ไม่อาจรู้ เพราะไม่สนใจที่จะดูอีกต่อไป
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นก่อนสาวเท้าก้าวยาวๆ ตรงไปยังสวนที่เชื่อมกับคฤหาสน์วองโกเล่
ตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก ถึงแม้ปกติแล้วมุคุโร่จะขี้เซา แต่อีกฝ่ายก็ไม่สามารถนอนหลับได้สนิทถ้าไม่มีใครที่ไว้ใจได้อยู่เคียงข้าง เรื่องเวลาจึงไม่ใช่ปัญหา
ฮิบาริเปิดประตูคฤหาสน์เข้าไป...และพบกับซาวาดะ สึนะโยชิที่กำลังเดินออกมาเอาหนังสือพิมพ์พอดิบพอดี
ดวงตาสีน้ำตาลนั้นกะพริบปริบอย่างงุนงงเมื่อได้เจอหน้าผู้พิทักษ์แห่งเมฆาที่แสนจะหาตัวยากในเวลาเช่นนี้
"มีอะไรหรือครับ คุณฮิบาริ"
"หมอนั่นอยู่ไหน"
"หมอนั่น? มุคุโร่น่ะหรือครับ...? เอ๊ะ คุณ...ไม่ได้มารับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหรือครับ!?" ประโยคสุดท้ายนั้นแฝงด้วยความตกใจอยู่ไม่น้อย การที่คนคนนั้นไม่ได้กลับไปยังบ้านของผู้พิทักษ์แห่งเมฆาก็เท่ากับว่า... "มุคุโร่หายตัวไป!"
เจ้าของดวงตาสีนิลใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"เจ้าสัตว์กินพืช..."
"ครับ?"
"คราวที่แล้ว...แกหาหมอนั่นเจอที่โกคุโยใช่ไหม..."
ถึงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ผู้พิทักษ์แห่งเมฆารู้เรื่องนั้น แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมามัวแต่ใส่ใจในเรื่องไม่เป็นเรื่อง...
"ใช่ครับ บางที...มุคุโร่คงกลับไปที่นั่น"
ฮิบาริ เคียวยะหันหลังให้ทันทีที่ได้ยินคำตอบจากนภาแห่งวองโกเล่
"คุณฮิบาริคะ..." เสียงที่เอ่ยเรียกนั้นไม่เชิงว่าไม่คุ้นเคย หากน้อยครั้งนักที่จะได้ยินเสียมากกว่า และนั่นจึงทำให้เขาหันไปมอง... ก่อนพบกับโดคุโร โคลมที่กำลังยืนอยู่กลางห้องโถงด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบางเบา หากแววตานั้น...กลับทอประกายทั้งความเศร้าและความสุขในเวลาเดียวกัน "ฝาก...ท่านมุคุโร่ด้วยนะคะ..."
หญิงสาวโค้งคำนับให้แก่ชายหนุ่ม คนเพียงคนเดียว...ซึ่งละลายน้ำแข็งในใจของเด็กน้อยผู้น่าสงสารที่ต้องอยู่ในโลกอันมืดมิดและเหน็บหนาวมาแสนนาน...
ฮิบาริ เคียวยะชะงักไปเล็กน้อยกับคำเอ่ยนั้น...และถ้าดวงตาไม่ฝ้าฝาดไป...ศีรษะบนลำคอที่ตั้งตรงอย่างแสนหยิ่งทะนงนั้น...ก้มลง...
...แม้จะเพียงเล็กน้อย...แต่ก็ยอมตอบรับกับคำขอ...ของอีกตัวตนแห่งสายหมอก...
...โดคุโร โคลม...
-------------------------------------------
ตอนนี้เป็นตอนที่เขียนแล้วลื่นมือมากมาย ,,= =,, อา~ หลังจากที่ไม่ได้เขียนอะไรจิตๆ (ในฟิคเรื่องนี้) มานาน ในที่สุด สกิลหวานมันก็เริ่มเจือจางลงแล้ว >[]<b (แม้จะมาจางลงเอาตอนเกือบจบก็เถอะ =__=!!)
สำหรับ Summer ตอนหน้าก็จบแล้วล่ะนะคะ *-* (แน่นอนว่าไม่ต่อแล้ววววววว) เป็นฟิคที่ใช้เวลาเขียนทั้งสิ้นเกือบปีครึ่ง เขียนตั้งแต่ยังไม่แอดมิชชั่น ปัจจุบันจะีปี 2 แล้วค่ะ *หัวเราะ* (อีกตั้งเทอมนึง จะรีบปี 2 ไปไหน) เป็นฟิคที่เขียนด้วยพลังมหาศาลจริงๆ (สำหรับคนที่เคยอ่านงานเก่าๆ ของเมคงรู้ว่าปกติเมจะเขียนแต่ one-shot เพราะเขียนเรื่องยาวไม่รอด กร๊ากก)
หลังจากจบ summer แล้วก็คงเขียน owl's tale ต่อให้จบ *-* (นั่นน่ะ ลูกรักเีชียวนะคะ เขียนแล้วเพลินดี ฮา) ขอบคุณทุกคนที่ยังคงเป็นกำลังใจให้เสมอมา >w<b
talk ครั้งหน้าคงยาวกว่านี้แน่ๆ เลย *หัวเราะ* แหม...จะจบแล้วเหรอเนี่ย... เหงาเหมือนกันนะ (กร๊าก) เอาล่ะ ! เจอกันอีกทีวันพฤหัส ไม่ก็ศุกร์นะคะ >__<!!
ตอนจบยาวมากกก (แต่ก็ตัดแบ่งไม่ได้ ฮา)
รักคนเม้นต์ทุกคนค่ะ ^3^ (ไม่เอาหรอก เมไม่รักผีหรอก เชอะ!)
_________________ *สำหรับผู้ที่จะรับทางไปรษณีย์รบกวนส่งชื่อ ที่อยู่ และอีเมล์มาที่ crazyunlimited-club[at]hotmail.com ด้วยนะคะ* ++++++++++++++++++++++++++++++ รีปริ้นท์รอบแรกและรอบสุดท้าย Alone-Autumn Alone-Winter ++++++++++++++++++++++++++++++ สามารถดูรายชื่อคนสั่งจองได้>>ที่นี่<<เลยนะคะ
|