...เสียงแผ่วๆ ราวกับมีใครกำลังพูดคุยกันอยู่ดังมาจากนอกห้อง... เรียกให้เปลือกตาบางปรือเปิดกระพริบปริบ... ความเหนื่อยล้าง่วงงุนครอบงำจนแทบจะทำให้ปิดเปลือกตาลงอีกครั้งเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว หากจะไม่ใช่เพราะบทสนทนาเหล่านั้น...
"มุคุโร่หลับไปแล้วหรือครับ" ...เสียงของคนที่เขาคุ้นเคยทำให้ร่างผอมบางที่นอนฟุบหน้านิ่งอยู่ในห้องทำงานเงยหน้าเงี่ยหูฟัง...
"อืม" เสียงทุ้มๆ ซึ่งคุ้นเคยดีตอบกลับเรียบๆ
"ถ้าอย่างนั้นเรื่องงานเทศกาล...?"
"คงจะไม่ตื่นแล้วล่ะ..." ...เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มพูดเช่นนั้นออกมา ดวงหน้าขาวของคนแอบฟังก็ร้อนผ่าว... ใครเลยจะคิดเล่า... ว่าบทจะลงมือที... ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่ปล่อยให้เขาพักเลยแม้แต่วินาที... ผ่านมากี่ชั่วโมงแล้วเขาก็ไม่อาจรู้... สิ่งที่รู้มีเพียงแสงทิวาซึ่งเริ่มจางลงบ่งบอกถึงยามสนธยาที่กำลังคืบคลานเข้ามา...
...ยังคงรู้สึกถึงสัมผัสที่ประทับตราตรึงบนร่าง... เรียวขายังคงชาหนึบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกยัดเยียดให้... ของเหลวซึ่งเขารู้ดีว่ามันคืออะไรแห้งกรังติดอยู่บนร่าง...
ยูกาตะที่เขาใส่ได้เพียงไม่กี่นาทีก็ถูกถอดออกนั้นทำหน้าที่แทนผ้าห่มคลุมทับอยู่บนร่างที่นอนขดอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงานตัวเดิม
...ถึงจะเจ็บใจนิดหน่อยที่ทุกอย่างเป็นไปตามเกมส์ของผู้พิทักษ์แห่งเมฆา... แต่...
...ง่วงจัง...
...ตอนนี้เขาก็ไม่ค่อยอยากจะใส่ใจกับมันสักเท่าไหร่...
...ดวงตาสองสีปรือปิดลงอีกครั้ง ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขณะที่ในสมองรับรู้ถึงเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้... วงแขนที่คุ้นเคยช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้ม ก่อนพาไปยังห้องนอนและจัดการเปลี่ยนชุดซึ่งเลอะคราบอะไรต่อมิอะไรเสียใหม่...
ความมืดเริ่มปกคลุมนภากระจ่าง...เปิดทางให้แสงจันทร์และแสงดาวทอทอดสู่ผืนดิน... ช่างเป็นคืนฤดูร้อนที่ราวกับอยู่ในนวนิยายอันงดงาม...
ดวงตาสีรัตติกาลมองนาฬิกาซึ่งบ่งบอกเวลาอันล่วงเลยไปจนค่ำแล้ว... และอีกไม่นานงานเทศกาลก็จะเริ่มต้น...
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนลุกขึ้นจากเตียง เหลือบมองคนที่นอนหลับสนิทอีกครั้ง ...ดวงตาสีรัตติกาลนั้นปรากฏความลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนร่างสูงโปร่งจะผินหลังเดินออกจากบ้านไป...
เพียงก้าวเท้าออกมา กลิ่นอายของเทศกาลฤดูร้อนก็แผ่มาจนรู้สึกได้ แสงจากโคมไฟซึ่งห้อยร้อยเรียงตามสองข้างทางซึ่งเต็มไปด้วยร้านรวงส่องประกายราวกับเรียกหาอยู่ไม่ไกล เสียงจอแจของผู้คนแสดงออกถึงความสนุกสนาน... รอยยิ้มปรากฏบนทุกใบหน้า...
แม้กระทั่งยามที่ผู้คุมกฏแห่งนามิโมริก้าวเท้าเข้ามา สิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้หยุดลง... ชาวเมืองต่างรู้ดี... ในช่วงเวลาเช่นนี้เท่านั้นที่ฮิบาริ เคียวยะ จะไม่อาละวาดหรือซัดใครด้วยข้อหาสุมหัวกัน... ร้านรวงข้างทางหยิบยื่นค่าที่อันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่ากลายเป็นธรรมเนียมไปแล้วให้แก่ชายหนุ่ม ฮิเบิร์ดบินร่อนตรวจตราจากข้างบน...ซึ่งถ้าหากมีเรื่องอะไรก็จะสามารถรู้ได้ในทันที...
ดวงตาสีรัตติกาลเหลือบมองไปยังมุมหนึ่งที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมากเป็นพิเศษ ตั้งใจว่าจะสั่งสอนให้เล่นเงียบๆ สักหน่อย แต่พอเห็นตัวต้นเหตุแล้ว ความคิดก็พลันเปลี่ยนไปในทันที...
...ที่ไหนมีนักฆ่าอันดับหนึ่ง...ที่นั่นมักจะมีเรื่องวุ่นวาย...
กลุ่มคนเหล่านั้นประกอบด้วยเหล่าผู้คนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จนเอียนที่จะเจอเสียเต็มทน ผู้พิทักษ์แห่งวายุท้าผู้พิทักษ์แห่งวรุณยิงปืนอยู่เหย็งๆ ตามประสาคนไม่รู้จักความเปลี่ยนแปลง
ชายหนุ่มหันหลังให้กับความวุ่นวายเหล่านั้น ขณะที่หูก็ได้ยินเสียงของซาซางาวะ เรียวเฮเข้าร่วมโต้เถียงกันอย่างสนุกสนาน... เดินห่างออกมาเพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกเสียงเอะอะของร้านรวงข้างทางกลบเสียงของเจ้าพวกนั้นไปจนหมดสิ้น เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนขายของ เสียงเด็กๆ ร้องจะเอาขนม หรือไม่ก็ของเล่น เสียงหนุ่มสาวหัวเราะคิกคักพูดคุยกันด้วยภาษาดอกไม้
ฮิบาริ เคียวยะกำลังคิดว่า... บางที... แค่บางทีนะ... ปีหน้า...เขาอาจจะอนุญาตให้ใครบางคนมาเดินเล่นด้วยก็ได้...
-----------------------------------------
ฮุย เล ฮุย!
ดึงเข้าเนื้อหาสุดกำลัง (เฮียขา อย่าหวานกันมากนักได้ม๊ายย คนเขียนจะเป็นเบาหวานอยู่แล้ววว)
เมื่อวานลืมแปะล่ะ
"ไอ้นี่"
โฮ่~~ ฮี้~~ โฮ่~~ ฮี้~~ โฮ่~~~~ ฮิ้วววววววววววววววววววววววววววว~~~~!!!!
(ไม่ได้จะยกขันหมากไปขอใครเว้ย =[]=!)
น่าปลาบปลื้มยิ่งนัก เค๊ เค๊ เค๊ *-* ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ที่ไม่เป็นผีกันนน >3< เมไม่ปลาบปลื้มผี~~!!!! (ไม่ได้กลัวนะ... แค่ไม่ปลื้ม... *ปาดเหงื่อ)