เครดิต Aarinfantasy จ้า
[align=center]===============================================[/align]
Katekyo Hitman Reborn
Adhere to Sky
ภาค เมฆา
(18x27)
ตอนที่ 6
เปลือกตาบางค่อย ๆ ลืมตื่นขึ้นอย่างยากลำบาก สองแขนเรียวค้ำยันส่งร่างกายที่กำลังอ่อนเปลี้ยขึ้นนั่ง เส้นผมสีอ่อนนุ่มสะบัดไปมาตามแรงเคลื่อนไหว สึนะพยายามสลัดไล่ความมึนงงซึ่งยังคงตกค้างจากฤทธิ์ยา
“ ปวดหัว....นี่มันที่ไหนกัน ” เขามองไปโดยรอบ
สิ่งที่เห็นมีเพียงความมืดดำและความว่างเปล่า มือของสึนะพยายามคลำหาเส้นทางเรื่อย ๆ หวังจะพบอะไรสักอย่างที่พอที่จะทำให้เขามองทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้น
เสียงเปิดประตูส่งให้ชายหนุ่มต้องรีบถอยหลังกลับ ตั้งหลักระมัดระวังตัวตามสัญชาตญาณตน สึนะพยายามมองผ่านความมืด เห็นอีกฝ่ายกำลังทำอะไรสักอย่าง
“ ใครน่ะ? ” เสียงหวานเอ่ยถาม
ดวงไฟด้านบนกระพริบถี่จนเกิดแสงสว่าง ปรากฏร่างชายหนุ่มตัวสูงในชุดสูทสีดำสนิท ดวงตาสีเดียวกับเส้นผมสีดำที่มองลอดมาถูกกลืนไว้ภายใต้ปอยผมยาว ปกปิดใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง
“ ขออภัยที่เสียมารยาท ” อีกฝ่ายเอ่ยเป็นภาษาคุ้นหู
มันทำให้สึนะเริ่มคาดเดาเหตุการณ์ไม่ออก คราแรกที่คิดไว้คงเป็นพวกมาเฟียรัสเซียที่มีฝีมือถึงขนาดบุกทะลวงคฤหาสน์วองโกเล่เข้ามาจับตัวเขาได้ แต่ไป ๆ มา ๆ ไอ้ภาษาอิตาลีนี่....
อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ยอะไร สึนะเองรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่ทำให้เขาวางใจได้ข้อหนึ่งก็คือ คน ๆ นี้ไม่ได้คิดจะฆ่าเขา รังสีที่แผ่ออกมามันว่างเปล่าและบอบบางเสียจนจับสัมผัสใด ๆ ไม่ได้เลย
“ นายเป็นคนของแฟมิลี่ไหนกัน? ” สึนะตัดสินใจถามขึ้น
อีกฝ่ายดูจะไม่สนใจคำถามนั่นเท่าใดนัก “ อย่าสนใจเลยครับ เดี๋ยวจะรู้สึกไม่ดีเสียเปล่า ๆ ”
“ งั้นที่นี่คือที่ไหน? ” เสียงหวานเอ่ย เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย
“ บอกไม่ได้ครับ ”
ไอ้การถามคำตอบคำนี่ดูเหมือนจะเคยชินก็จริงอยู่ แต่มันกลายเป็นคำถามที่นอกจากจะตอบห้วน ๆ สั้น ๆ แล้วยังไม่ตรงกับความต้องการของเขาอีก นั่นทำให้บอสหนุ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ ถ้าหากเป็นเมื่อไม่ด่าใส่ก็คงต้องมีเรื่องกันบ้างละนะ
ผู้มาเยือนก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ พลางพึมพำอะไรบางอย่าง สึนะพยายามจะจับใจความให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย “ ฉันขอถามหน่อยเถอะ จับฉันมามีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ”
คนถูกถามทำท่าจะเดินออกจากประตู “ คำสั่งของผมคือให้จับคุณมาเท่านั้น แล้วเจอกันครับ ”
เขาทวนคำ ให้จับมา....แสดงว่าคน ๆ นี้นะหรือที่บุกเข้าไปในวองโกเล่แล้วจับเขามา ให้ตายเถอะ...ถ้าหมอนี่เป็นมาเฟียรัสเซียล่ะก็ เขาคงกลัวคนเชื้อชาตินี้แทบขาดใจแน่ ๆ
ว่าแล้วก็พาลให้นึกถึงคนรัสเซียอีกคนที่ดูยังไง ๆ ก็เข้าใจยากยิ่งนัก
และพอย้อนไปถึงเหตุการณ์นั้น.....ก็ทำให้นึกถึงผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
เมฆาที่ลอยละล่องอยู่ภายใต้ผืนฟ้าอย่างเสรี....
“ จะเป็นยังไงบ้างนะ? ” เข่าสองข้างถูกชันขึ้น สึนะกอดมันไว้แนบกาย อยากจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวหรือหวาดหวั่นอันตรายใด ๆ แต่เพราะความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจและความรู้สึกผิดนั่น
ความเงียบภายในห้องทำให้เขาได้ยินเสียงพูดคุยจากภายนอก สึนะรีบวิ่งตรงไปยังประตูไม้แผ่นบาง แนบหูฟังอย่างตั้งใจ การสนทนากันระหว่างผู้ชายสามคน....ไม่สิ...น่าจะสี่หรือห้าคนด้วยซ้ำ ดังขึ้นด้านนอก
“ เจ้านั่นมันกล้าชะมัด บุกเข้าวองโกเล่แถมยังทำงานสำเร็จอีก ” บทสนทนาที่ดูเหมือนจะชื่นชม แต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความอิจฉาริษยา
“ เพิ่งมาแท้ ๆ สร้างผลงานซะบอสชื่นชอบ ”
“ เอาน่า...แบบนี้แหละดี เราจะได้ไม่ต้องทำงานเสี่ยง ๆ ให้มันไปตายน่ะดีแล้ว ” เสียงหัวเราะของพวกมันดังร่วน สึนะรู้สึกรังเกียจเหลือเกิน นี่แหละวงการนี้ แก่งแย่งชิงดีใฝ่หาอำนาจ
สัญญากับตนเองไว้แล้วว่าจะไม่ให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้น....
หมายมั่นไว้ว่าจะทำให้ทุกอย่างรวมกันอย่างสันติภายใต้แผ่นฟ้าผืนเดียว....
เสียงดังโครมครามทำให้สึนะต้องตกใจ สะดุ้งหลุดจากห้วงความคิด แนบหูลงกับบานประตูเดิม ภายนอก....เกิดอะไรขึ้นกันแน่??
“ เฮ้ย!!!ปีศาจ!!! ”
เสียงตะโกนและเสียงร้องครวญครางแห่งความเจ็บปวดทำเอาเขาใจหาย ดวงตาคู่โตมองไปโดยรอบ พยายามควานหาทางหนีทีไล่ ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้านล่าง แต่ที่แน่ ๆ มันคงไม่ใช่ปาตี้หรืองานสังสรรค์รื่นเริง
แต่มันกลับถูกปิดตายไปหมด เสียงตะโกนดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนเขาได้ยินเสียงอาวุธอะไรสักอย่างหมุนคว้างด้วยความเร็วแหวกผ่านม่านอากาศจนเกิดเสียงดังฟั่บ กระทบลงกับกระดูกและผิวหนังของมนุษย์
ไร้ความปรานี....นึกภาพตามก็ทำให้รู้สึกขนหัวลุกไปหมด
ภายนอกเงียบลงแล้ว ก่อนลูกบิดบานประตูห้องของเขาจะเกิดขยับอย่างรุนแรง สึนะถอยหลังติดกำแพงอีกฝั่ง จ้องไปยังบานประตู หัวใจเต้นถี่ราวกับคนเป็นบ้า
นี่.....เขาจะต้องมาตายงั้นหรือ?
ปึง!!!
เสียงถีบบานประตูรุนแรงจนทำเอามันพังลง สึนะหลับตาแน่นพลางทรุดตัวลงนั่ง ร่างกายสั่นเทาน้อย ๆ ความหวาดกลัวในสัญชาตญาณแล่นเข้าสู่จิตใจ แสดงออกทางร่างกายชัดเจน ปากบางพึมพำร้องขอความช่วยเหลือ
ใครก็ได้....จะเป็นใครก็ได้ ช่วยเขาที...
แต่แล้วก็ต้องรู้สึกแปลกใจอย่างที่สุด แทนที่จะเป็นคมดาบหรือกระสุนปืนที่กระทบผิวหนัง กลับกลายเป็นวงแขนของใครสักคน ใครสักคนที่โอบกอดเขาไว้แน่น
“ คะ....คุณฮิบาริ ” เสียงหวานเอ่ยขาดห้วง รู้สึกตกใจระคนสับสน
ฮิบาริกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดวงหน้าหล่อเหลาฉายแววความเป็นห่วง คิ้วเรียวขมวดแน่นแทบเป็นปม ลมหายใจหอบถี่ หยาดเหงื่อผุดพราย รอยเลือดสาดกระเซ็น
ไม่ว่าจะเป็นยมทูตหรือซาตาน แต่สำหรับสึนะ....คน ๆ นี้คือเมฆของเขา
แม้จะอาบไปด้วยสีแดงจนทำให้ไม่บริสุทธิ์ แต่นั่นก็เพื่อเขา เพื่อท้องฟ้าที่แสนจะอ่อนแออย่างเขา
“ เจ้าบ้าเอ้ย! ” เสียงทุ้มตวาด คลายอ้อมกอดลงมองหน้าอีกฝ่าย
แม้จะหวั่นเกรง แม้จะตกใจ แต่ลึก ๆ แล้วเขากลับรู้สึกยินดีอย่างน่าประหลาด
อ้อมกอดนั้นอบอุ่นเหลือเกิน แม้เพียงแค่ชั่วครู่ แต่สึนะก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่เคยได้รับมาก่อนจากเมฆาผู้เย็นชานั้น ใบหน้าหวานแย้มยิ้มน้อย ๆ “ ขอบคุณที่มาช่วยนะครับ ”
ฮิบาริเบือนหน้าหนี ก่อนจะถอดเสื้อสูทโยนให้อีกฝ่ายคลุมทับไว้ “ จะนั่งรออะไร รีบไปได้แล้ว ”
สึนะมองผู้คนที่นอนนิ่งโดยรอบ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปหมด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงได้ยินคำว่าปีศาจ จากปากคนเหล่านั้น แข็งแกร่งเหลือเกิน.....แข็งแกร่งจนน่ากลัว
ฮิบาริพาสึนะหลบหนีออกไปได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดคอ หากเป็นเขาหรือคนอื่นก็คงจะมีสภาพย่ำแย่กว่านี้แน่ ๆ นับสิบ....ไม่สิ นับร้อย นับร้อยคนที่เหยื่อให้แก่คนผู้นี้
สายตาคู่หนึ่งจับจ้องยังการจากไปของคนทั้งคู่ มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ยกขึ้นกด “ เรียบร้อยครับบอส ”
“ ดีแล้ว ว่าแต่นายเป็นยังไงบ้าง? ” เสียงปลายสายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
มืออีกข้างหนึ่งยกปาดเลือดที่ไหลบนใบหน้า บาดแผลบริเวณศีรษะแสดงถึงการผ่านการต่อสู้ แม้จะเพียงชั่วครู่ก็ตาม “ นิดหน่อยครับ ประมาทไป ”
“ อืม....ครั้งต่อไปก็ระวังตัวหน่อย หมอนั่นแข็งแกร่งที่สุดในวองโกเล่ ” พูดจบก็วางลงโดยไม่รอคำตอบ เสมือนว่าจะรู้จักนิสัยกันดีจนไม่ต้องเอื้อนเอ่ยให้มากความ
ฮิบาริและสึนะตอนนี้กำลังเดินทางกลับ ภายในรถยนต์สีดำคันหรูไม่มีเสียงพูดคุยแม้แต่น้อย ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองอีกฝ่าย โกรธ...แววตาแบบนั้น โกรธเขาอยู่แน่ ๆ
และดูเหมือนคนถูกมองจะรู้ตัว ฮิบาริจอดรถกะทันหัน ทำเอาร่างที่ไม่ตั้งตัวเกือบกระแทก สึนะรู้สึกจุกท้อง “ อะไรกันครับ?? ”
คนก่อเหตุปลดเข็มขัดนิรภัยของตน ก่อนปรับเอนเบาะของคนด้านข้างให้นอนราบลง สึนะตกใจอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไร ริมฝีปากเย็นนั่นก็ทาบทับลงมาแน่น แน่นจนไม่มีช่องว่างให้อากาศเล็ดลอดผ่าน
เสียงค้านดังอื้ออึงในลำคอ มือเล็กพยายามผลักร่างของอีกฝ่ายออกห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล ด้วยกำลังที่มีในตอนนี้หรือจะสู้ฮิบาริได้
จูบที่รุนแรงทำเอาเขาหายใจแทบไม่ออก หมดแรงขัดขืนดิ้นรนใด ๆ
เนิ่นนานกว่าร่างสูงกว่าจะยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ริมฝีปากบางแดงช้ำจากการกดทับ รุนแรง เร่าร้อน เรียกอารมณ์ที่สงบนิ่งอยู่ให้ลุกฮือขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้างามแดงซ่าน อับอาย....อับอายอย่างที่สุด
“ จำไว้....ว่าแกเป็นของฉัน ” เพียงแค่นั้นคนที่ต้องการจะเอ่ยถามก็หุบปากสนิท ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วกลับแดงขึ้นไปอีก
เบาะตัวเดิมถูกปรับขึ้นอีกครั้ง พร้อม ๆ กับรถที่แล่นออกจากจุด วันนี้ เวลานี้ สึนะโยชิ บอสใหญ่แห่งวองโกเล่คงจะจำไปอย่างไม่มีวันลืม....
พวกเขากลับมาถึงคฤหาสน์อย่างปลอดภัย โกคุเทระและยามาโมโตะที่ไม่ทราบเรื่องต่างก็แปลกใจให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รีบอร์นเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง นั่นทำให้มือขวาผู้สุดแสนจะใจร้อนระเบิดอารมณ์ขึ้น
“ ทำไมถึงไม่บอกผมล่ะครับ!! ” โกคุเทระเอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ พอเถอะโกคุเทระคุง ฉันไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เพลียมาก อยากพักผ่อน ” สึนะกล่าวน้ำเสียงเบา ใบหน้าหวานดูอ่อนเพลียจริง ๆ เห็นแบบนั้นคนที่ทำท่าจะโวยต่อก็สงบลง
“ ครับ ไปพักผ่อนกันเถอะครับ ” เจ้าของผมสีเงินพยุงร่างของเจ้านายเดินจากไป ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จ้องมองอยู่
“ ทำได้ดีมาก ” นักฆ่าผู้โด่งดังเอ่ยชม ฮิบาริสะบัดหน้าหนีก่อนจะเดินจากไป
เมฆา....ล่องลอยไปมาอย่างอิสระ
ยามาโมโตะที่ยืนนิ่งอยู่นานมองเหตุการณ์ คนที่เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล่นอย่างเขากลับรู้สึกประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ “ มีอะไรกันแน่น่ะเจ้าหนู? ”
รีบอร์นหัวเราะเบา ๆ “ อีกเดี๋ยวก็จะรู้เอง... ”
[align=center]=========================TBC=========================[/align]
nook อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก่วงนี้มีแต่เรื่องเครียด ๆ เลยแต่งไม่ค่อยออกเท่าไหร่ ต้องขออภัย คิดว่าหลังปีใหม่อะไร ๆ คงดีขึ้นกว่านี้
ยังไงก็ถือโปกาสอวยพรปีใหม่เลยแล้วกันนะคะ ขอให้เพื่อน ๆ มีความสุขมาก ๆ คิดสิ่งใดสมความปรารถนา เงินทองไหลมาเทมา สุขภาพดีตลอดปีและตลอดไปค่า
โอ๊ะ ๆ รูปแฟนอาร์ท กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ดีใตมากเลยค่า ไม่คิดว่าจะมีคนชอบโนวี่ด้วยนะเนี่ย อิอิ เจ้าตัวคงดีใจตายเลย ขอบคุณมาก ๆ นะคะ