Login |  Register




Post new topic Reply to topic  [ 521 posts ]  Go to page Previous  1 ... 31, 32, 33, 34, 35  Next
Author Message
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคอรุณ ตอนที่ 7 END. Up!!11/03/52
PostPosted: 11 Mar 2009, 10:37 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1285
โอ้จบไปอีกภาคแล้วแฮะ
ตกลงเทริซ่าเป็นใครกันแน่หนอ ยังคงสงสสัยอยู่
แล้วจะรอภาคของแรมโบ้ผู้น่าสงสารนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคอรุณ ตอนที่ 7 END. Up!!11/03/52
PostPosted: 11 Mar 2009, 17:38 
User avatar
Joined: 31 Jan 2009, 01:02
Posts: 239
กรึ๊ซซซ ก็หวานๆแบบเรียวเฮอ้ะน้า น่ารักจริงๆเลย

ตกลงเทริซ่าเป็นไผก็ยังมิเฉลย ต้องไปตกอยู๋ในภาคสายฟ้าแน่ๆเลย U_U ให้เดาต้องรู้จักเซธกับโนวี่คุงแหง หุหุหุ

# ดูเหมือนทุกสถานการณ์คับขัน ถ้าฮิบาริไม่ก็มุคุโร่คนใดคนนึงโผล่มาถึงเมื่อไหร่ นั่นก็คือทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วและใกล้จะจบ หายห่วงสุดๆ 555555

มาต่อเร็วๆนะค๊า

_________________
Image

Image
__________________________________________________________________________


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคอรุณ ตอนที่ 7 END. Up!!11/03/52
PostPosted: 15 Mar 2009, 01:42 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 21:49
Posts: 442
Location: vongola famiglia
กะริ๊ดดดด

ชอบๆๆๆๆ ชอบที่สุดเลย เรียวเฮสุดยอด เก่งมากๆ อดทนทุกอย่างเพื่อสึนะ

เทริซ่าอีกคน ดูเป็นผู้หญิงที่เท่ชะมัด...ไม่รุว่าจะมีบทให้อีกรึป่าว อิอิ ช่วยเรียวเฮตลอดเลย

คุณฮิกับมุออกโรงอีกแล้วววว อะฮิ้ววว เป็นปลื้มค้าาาา อยากให้มีบทเยอะๆอีกอ่ะ (แค่นี้เอ็งยังไม่พออีกเรอะ!!!)

โหยยยย ตอนนี้แอบอิจฉาสึนะ ใครๆก็รักใครๆก็ห่วง ^^

จบตอนของเรียวเฮได้ประทับใจหน่ามากๆ

รออ่านภาคสายฟ้า จะเป็นไงน้อ ???

พยายามเข้าเน่อพี่นุ๊กสุดเลิฟฟฟฟ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

_________________
Image

Image << ช่วยจิ้มหน่อยนะคะ ขอบคุณมาก^^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคอรุณ ตอนที่ 7 END. Up!!11/03/52
PostPosted: 16 Mar 2009, 21:23 
User avatar
Joined: 23 Mar 2008, 01:58
Posts: 1333
Location: 6927 Bunzai.~*
อ๊ากไม่ได้แวะมาบอร์ดตั้งหลายวัน ฟิคอัพเยอะแยะบานตะไท

ภาคอรุณ จบ จบแล้ว โฮ คุณพี่ ในที่สุดก็เอายามารักษาสึนะจนได้

คุณพี่เท่ห์จัง เทริซ่าจะเป็นยังไงมั่งน้อ คงต้องรออ่านภาคต่อไป

คุณมุกับคุณฮิมาแล้ว จะรู้ตัวรู้เรื่องมั้ยเนี่ย แต่สึนะก็ได้ยารักษาแล้ว จะหายเลยมั้ยเนี่ย หรือยังมีผลอะไรตามมาอีก

ยามันได้มาง่ายเกินไปหรือป่าวเนี่ย โฮกกกกกกก

แล้วจะรอติดตามอ่านภาคของแรมโบ้นะค๊าา สู้ๆค๊าา

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 1 Up!!27/03/52
PostPosted: 27 Mar 2009, 01:19 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
bhKatekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 1

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!






พลันสายฟ้าแผดร้องคำรามก้อง
ภายใต้ท้องนภาผืนฟ้ากว้าง
หมายมาดมั่นฟาดฟันศัตรูขวาง
ให้ม้วยมอดดับวางชีวาวาย

...แม้เพียงน้อยนิดก็ตาม ขอให้ผมได้ทำอะไรเพื่อคุณบ้าง...







สึนะตื่นขึ้นมาในตอนเช้าของวันใหม่ ใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใส เรื่องเลวร้ายทุกอย่างผ่านพ้นไปราวกับโกหก มันถูกทิ้งให้เป็นเพียงความทรงจำในอดีต ไว้คอยย้ำเตือนไม่ให้ผู้ร่วมชะตากรรมต้องก้าวผิดพลาดได้อีกเพียงเท่านั้น

สองขาก้าวมาตามผืนพรมที่ปูทอดยาวเรื่อยไปตามทางเดินภายในคฤหาสน์บาริส ก่อนจะหยุดลงยังห้องใหญ่ตรงกลางชั้นบน ห้องทำงานของบอสผู้เลื่องชื่อแห่งรัสเซีย

“อรุณสวัสดิ...” สึนะเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม

ผู้คนที่อยู่ภายในทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากโนวี่ รูดอล์ฟ และพวกรีบอร์นแล้ว ยังมีผู้พิทักษ์อีกสองคนที่เขาไม่คิดว่าจะพบในดินแดนแห่งนี้อยู่ด้วย “คุณฮิบาริ...มุคุโร่....” กลายเป็นว่าวองโกเล่แฟมิลี่ยกพลมาที่นี่จนเกือบครบ....

เกือบครบ...นั่นสินะ “ฮะ ๆ ถ้าแรมโบ้มาคงครบเลยสิ” เขาหัวเราะแห้ง ๆ พลางเดินเข้าไปด้านใน

ฮิบาริที่นั่งกอดอกนิ่งอยู่เอ่ยเบา “มา...”

แม้จะได้ยินไม่ชัดนักแต่ก็พอรับรู้ได้ “มา? หมายความว่ายังไงกันครับ??”

“แรมโบ้คุงมาที่นี่ครับ มาพร้อมกับพวกผม และเราก็แยกกันที่สนามบิน” มุคุโร่เอ่ยเสริม

สึนะที่กำลังจะนั่งลุกพรวดขึ้นยืนอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลเบิกกว้างอย่างตกใจ “แรมโบ้มาที่นี่ แล้วอยู่ที่ไหน?? ทำไมผมไม่เห็น???” เขาหันมองทุกคน พยายามหาคำตอบของคำถาม

ผู้เป็นอาจารย์จับข้อมือเล็กแล้วออกแรงดึงให้นั่งลง “ใจเย็นก่อนสึนะ พวกเราคิดว่าหมอนั่นคงหลงทาง”

หากเป็นที่อิตาลีหรือญี่ปุ่นเขาจะไม่ห่วงเลย แต่นี่มันรัสเซีย...ดินแดนอีกดินแดนที่พวกเขาแทบจะไม่เคยมาเหยียบเลยด้วยซ้ำ ไหนจะปัญหาของพวกมาเฟีย ไหนจะเรื่องภาษา การเดินทาง แถมยังเรื่องที่เกิดขึ้นนี่อีก หากมีคนรู้ว่าแรมโบ้เป็นคนของเขาล่ะก็...

“มันไม่ใช่เรื่องเล็กนะรีบอร์น!!!”

โนวี่ที่นั่งฟังเอ่ย “ตอนนี้ฉะนส่งให้คนออกตามหาแล้ว นายต้องใจเย็น ๆ ก่อน ความปลอดภัยของนายในตอนนี้หากเทียบกับแรมโบ้ถือว่าติดลบเลยด้วยซ้ำ”

“ฉะนั้นห้ามแกทำอะไรบุ่มบ่ามเป็นอันขาด” รีบอร์นย้ำเสียงเข้ม ดวงตีดำคมปราดมองมาทางศิษย์ให้รู้ว่าตนเอาจริงไม่ได้พูดเพียงแค่เป็นลมปาก

สึนะค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลง ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ เขาคอยดูแลแรมโบ้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะพูดถึงถูกก็คือระยะเวลาที่รู้จักแรมโบ้มานั้นแทบจะพอ ๆ กับรีบอร์นเลยทีเดียว ทั้งเพื่อน พี่เลี้ยง บางครั้งยังรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นผู้ปกครองจริง ๆ ไปแล้วด้วยซ้ำ

“แต่ว่า....”

“เจ้านั่นมีบาซูก้าทศวรรษไม่ใช่รึไง?” ยามาโมโตะยิ้ม

คนฟังเอียงคอน้อย ๆ อย่างสงสัย “เอ๋?”

“ฉันเดาว่ายามาโมโตะน่าจะคิดว่า หากเกิดอะไรขึ้นแรมโบ้น่าจะใช้บาซูก้าทศวรรษ...” โนวี่หันมองคนตั้งโจทย์คำถามในตอนแรก

โกคุเทระเบิกตากว้างพลางร้องอ๋ออย่างเข้าใจ “เจ้าวัวบ้านั่นหากเกิดอะไรขึ้นมันจะชอบใช้บาซูก้าทศวรรษใช่ไหมล่ะครับ แล้วเวลาใช้มันก็จะเปลี่ยนร่างกลายเป็นผู้ใหญ่อีก ฉะนั้นหากมีแค่ข้อมูลเผิน ๆ แล้วก็ไม่น่าจะรู้จักร่างของหมอนั่นในอนาคตได้”

มือขวาหนุ่มขยายความอย่างชัดเจนและถูกต้อง รีบอร์นยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปาก “แต่ถึงแม้จะมีข้อมูลชัดเจนแค่ไหนก็ใช่ว่าจะสามารถรู้จักร่างของเข้านั่นในอีก 20 ปีได้ ยิ่งถ้าเผอิญมันโชคดีถูกอดีตเรียกกลับไป ร่างที่จะโผล่ในตอนนี้ก็เป็นแค่ไอ้วัวบ้าตอน 5 ขวบเท่านั้น”

ยังมีทางรอดอีกเยอะสินะ สึนะคิดตามที่ได้ฟัง ก็จริงอย่างที่พูด แรมโบ้ไม่ว่าจะในร่างตอนเด็กหรือตอนโตเป็นหนุ่มก็มักขี้แยและชอบใช้บาซูก้าทศวรรษทั้งนั้น และแม้จะอยู่ได้แค่เพียงห้านาที แต่เขาก็เชื่อว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะถูกแก้ไขได้ด้วยเวลาอันสั้น

ดวงตาสีน้ำตาลหันสบกับดวงตาสีฟ้าของบอสแห่งบาริส “ถ้างั้นก็รบกวนช่วยตามหาด้วยนะครับคุณโนวี่”

โนวี่ยิ้มกลับ “ไม่เป็นไร ทางนี้ฉันจะจัดการเอง ว่าแต่ไหน ๆ มาถึงรัสเซียแล้วไม่คิดจะไปเที่ยวไหนบ้างรึไง?”

สึนะนิ่งคิด จริงสินะ....มาถึงรัสเซียทั้งทีหากไม่ลองออกไปเที่ยวชมความงดงามของเมืองใหญ่นี่บ้างก็คงเสียเที่ยว ที่สำคัญทุกคนก็อุตส่าห์ได้มาอยู่รวมกันเกือบพร้อมหน้าแท้ ๆ “แล้ว...ที่ไหนน่าสนใจบ้างล่ะครับ?”

บอสหนุ่มยิ้มพลางหันมองไปยังมือขวาคนสนิท รูดอล์ฟเดินตรงไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับน็ตบุ้คเล็ก ๆ “ลองดูก่อนครับ นี่เป็นเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่คนส่วนใหญ่จะชอบเข้าไปศึกษา ผมคิดว่าคงง่ายสำหรับคนต่างชาติ”

“ฮะ ๆ ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนนานแล้ว ที่สำคัญสถานที่เที่ยวก็ใช่ว่าจะน้อย ฉะนั้นนายก็ตัดสินใจเลือกเอาที่ชอบแล้วกันนะ” โนวี่ว่า

ดวงตาสีดำคมของผู้พิทักษ์เมฆามองจ้องอยู่พักก่อนหันหลังให้ “ฉันไม่ไป...น่ารำคาญ”

“นายต้องไป” รีบอร์นเอ่ยสวนทันควันก่อนหันมองไปยังเจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินเข้มยาว “แกก็ด้วยมุคุโร่”

สึนะรู้สึกว่าบรรยากาศดูจะตรึงเครียดขึ้นอย่างมาก “อะ...เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกรีบอร์นถ้าคุณฮิบาริกับมุคุไร่ไม่อยากไปน่ะ เราไปกันแค่นี้ก็ได้” เขายิ้ม ดูจะเกรงความน่ากลัวของคนทั้งสามพอ ๆ กัน

“ให้ไปด้วยนะดีแล้ว...หากเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยกันได้ทัน มาเฟียรัสเซียไม่หมูหรอกนะ...” โนวี่เอ่ยจริงจัง

แม้ไม่มีพลังของแหวนและกล่องมาช่วยอย่างอิตาลี แต่รัสเซียนั้นมีความสามารถกับศักยภาพในการต่อสู้และการรบสูงมาก ซ้ำพวกเขายังไม่มีความลังเลหรือเกรงกลัวอะไร ถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงเป็นมาเฟียแบบฮิบาริสักค่อนประเทศกระมัง...

“ที่พวกนายเจอที่สนามบินน่ะ มันก็พวกระดับปลายแถวที่มีเพื่อเสริมกำลังพลเท่านั้น” บอสหนุ่มเสริม

ฮิบารินึกถึงตอนที่เขาปะทะกับโนวี่ก็ชั่งใจ การเข้าประจันหน้าด้วยอารมณ์โทสะของตนมันน่าจะรุนแรงมากกว่าเวลาปกติ แต่นี่อีกฝ่ายกลับสามารถหลบหลีกและปัดป้องได้แทบทั้งหมด...

ต่างกัน....แต่ก็เหมือนกัน... “รีบ ๆ เลือกเข้าสิ”

พอได้ยินคำพูดแบบนั้นสึนะก็ยิ้ม “ครับ!”

มุคุโร่หัวเราะตามนิสัย “หากเป็นคำสั่งล่ะก็ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะขัดครับ...”

รีบอร์นส่งสัญญาณเป็นเชิงบอกให้โกคุเทระและคนที่เหลือพาสึนะออกไปจากห้องแห่งนี้ เจ้าของผมสีเงินพยักหน้ารับก่อนแสร้งทำเชิงขอความร่วมมือจากโนวี่ บอสหนุ่มมองด้วยความงุนงงเล็กน้อย

“จริงสิ ยังไงพวกนายลองไปค้นข้อมูลเพิ่มจากห้องหนังสือก็ได้นะ จะได้ช่วย ๆ กันออกความคิดเห็นได้”

“นั่นสิครับรุ่นที่ 10 ผมว่าเจ้าเบสบอลมันคงอยากจะหาดูบ้าง” โกคุเทระรีบเอ่ยเสริม

ยามาโมโตะแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ยังเออออห่อหมกตาม “แหม...ฉันก็อยากเที่ยวบ้างนี่นา โอกาสดี ๆ มีง่าย ๆ ที่ไหน ว่าไปแล้วก็อิจฉารุ่นพี่เหมือนกันนะที่ได้มาล่วงหน้าก่อนตั้งนาน” เขาพูดกลั้วหัวเราะ

เรียวเฮหันมอง “โอ้!!!ฉันเองก็ไม่เคยไปเที่ยวไหนเหมือนกัน!!! ที่พอรู้จักสถานที่บ้างก็เพราะเทริซ่าช่วยพาไปทั้งนั้น!!”

รูดอล์ฟยิ้ม “งั้นเชิญตามผมมาครับ” เขาผายมือออก

“งั้นฉันไปที่ห้องสมุดนะ มีอะไรก็เรียกแล้วกัน” สึนะหันไปมองอาจารย์ของตนก่อนจะค้อมศีรษะให้โนวี่ตามมารยาท

“เออ” รีบอร์นตอบรับสั้น ๆ

ทันทีที่สึนะออกไปจากห้องรีบอร์นก็หันมาหาโนวี่ ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะคีย์ตัวอักษรอะไรบางอย่างลงไปในคอมพิวเตอร์เครื่องหลักของตน ข้อมูลต่าง ๆ มากมายวิ่งอยู่บนหน้าจอสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้าไล่ไปเรื่อยอย่างรวดเร็ว

นิ้วชี้กดลงบนปุ่มเมาส์เบา ๆ “เจอแล้ว....”

นักฆ่าหนุ่มผู้นั่งรอผลลุกขึ้นเดินมายังอีกฝ่าย ดวงตาสีดำจ้องมองผลการค้นหาเมื่อครู่ “มีจริง ๆ ด้วยสินะ...”

“อืม....มีหมดทุกอย่าง” โนวี่ชี้ “รายละเอียดที่มากเสียยิ่งกว่าทะเบียนประชากร หน่วยข่าวของมาเฟียรัสเซียน่ะทำงานไม่เคยพลาด นอกจากจะหาข้อมูลต่าง ๆ ได้ตามสั่งแล้ว ยังสามารถค้นหารูปต่าง ๆ ได้ด้วย”

“แม้แต่เรื่องของบาซูก้าทศวรรษสินะ....” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบ

โนวี่พยักหน้า “ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ เรื่องของแหวนและอาวุธของประเทศต่าง ๆ ก็มีด้วยเหมือนกัน...แต่เพราะเป็นข้อมูลที่มาราคามหาศาลทำให้น้อยคนที่จะมีโอกาสได้รับรู้”

“นายหมายความว่า....”

“ไม่มีเรื่องใดในโลกที่เป็นความลับรีบอร์น...” บอสหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ ข้อมูลที่รีบอร์นได้เห็นทั้งหมดนั้นเขาต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันมาเก็บไว้เลยทีเดียว....

รีบอร์นกอดอกนิ่งคิด “ถ้าคนที่จ้องทำร้ายพวกเราเป็นพวกที่มีข้อมูลเหล่านี้อยู่....ความปลอดภัยของไอ้เจ้าวัวบ้านั่นก็ลดลงด้วยสินะ...”

“อาจจะเหลือแค่ 0 ด้วยซ้ำ....”

นอกจากการหาวิธีช่วยเหลือสึนะแล้ว โนวี่และรีบอร์นยังพยายามจำกัดกรอบและหาแฟมิลี่ที่คิดร้ายกับวองโกเล่ด้วย โดยประเมินจากกำลังคน กำลังการซื้อขาย รวมถึงความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งแค่เรื่องยาที่พวกเขารู้มานั่นก็พอจะคาดเดาได้แล้ว....

จำนวนเงินอันมหาศาลและอำนาจอันล้นเหลือนั่นก็พอให้พวกเขาตีกรอบความเป็นไปได้ให้แคบลง “นอกจากบาริส...แฟมิลี่ที่น่าจะเกี่ยวข้องและทำเรื่องแบบนี้ได้จริง ๆ ก็มีอีกประมาณ 10 แฟมิลี่...”

“ฉันมีข้อมูลอยู่แค่ 7 แฟมิลี่ อีก 3 แฟมิลี่นั้นไม่รู้.....”

“นาย....พูดเหมือนว่าแฟมิลี่พวกนี้ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง?” รีบอร์นจับความตามน้ำเสียง

โนวี่หัวเราะเบา ๆ “ก็นะ....พอดีมีคนที่สงสัยอยู่”

“ใคร?”

“คนรู้จักนมนานแล้วล่ะ....บางทีดีโน่เองก็อาจจะรู้จักด้วยก็ได้ ถ้าฉันจำไม่ผิดเหมือนจะเคยเจอกันโดยบังเอิญ” ชายหนุ่มเล่า ริมฝีปากแม้จะแต้มด้วยรอยยิ้มบาง แต่คิ้วเรียวกับขมวดมุ่นเข้าหากัน

ดวงตาสีดำมองตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ “จะไม่ถามหรอกนะว่าเกี่ยวข้องกันยังไง แต่ถ้ามันมีความน่าจะเป็นไปได้ ฉันคงต้องขอรู้ข้อมูล”

แล้วก้มลงมองสบดวงตาสีฟ้า “ฉันคิดว่านายรู้ว่าอะไรควรจะบอกและอะไรไม่ควรจะบอก”

“ฮะ ๆ ฟังดูกดดันเป็นบ้าเลยนะ...”

“หึ...” นักฆ่าหนุ่มยกมือขึ้นขยับหมวกสีดำของตน

ถึงจะบอกให้เลิกกลุ้มใจก็เถอะแต่มันใช่ว่าจะทำตามได้ง่าย ๆ คนที่เคยมีประสบการณ์หนัก ๆ มาแล้วถึงสองครั้งสองคราแบบเขา ได้เห็นกับตา ได้สัมผัสและรับรู้รสชาติของโลกมืดที่นอกเหนือจากที่ตนรู้จัก มาเฟียรัสเซียน่ากลัว...น่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก

ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อลอยไปไกล โกคุเทระเห็นก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่ “เลือกที่เที่ยวได้หรือยังครับรุ่นที่ 10??” เขาไม่ได้จงใจจะขัด แต่คิดว่าการทำให้หยุดเสียก่อนอะไรมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

“อะ....อ่อ....ยังเลยน่ะ มันมีที่เที่ยวเยอะแยะไปหมด ฮะ ๆ” เขายกมือขึ้นเกาศีรษะ

“งั้นหรอ...แต่ทำไมฉันกลับเลือกได้เยอะแยะเลยล่ะ” ยามาโมโตะหันภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในหนังสือคู่มือให้สึนะและโกคุเทระดู

“นั่นสิ! มีโอกาสทั้งทีมันต้องเที่ยวให้สุดหูรูด!!!!” เรียวเฮกำมือแน่นก่อนก้มหน้าก้มตาหาข้อมูลต่อ

สึนะยิ้มแห้ง ๆ พลางหันมองไปยังผู้พิทักษ์ที่เหลืออีกสองคน “คุณฮิบาริกับมุคุโร่ไม่อยากไปไหนบ้างหรือครับ?”

“ผมหรือครับ....ไม่อยากไปไหนเป็นพิเศษหรอกครับ ก็สถานที่ที่เคยเห็นมาแล้วทั้งนั้น” เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มยาวยิ้มกว้าง

สถานที่ที่เคยเห็นมาแล้วทั้งนั้นหรือ?? ฟังแล้วก็ทำเอาสึนะคิดไปต่าง ๆ นา ๆ หมายความมุคุโร่เคยมารัสเซียเป็นประจำ? สำคัญกว่านั้นคือชายหนุ่มได้ไปแทบจะทั่วดินแดนแล้ว....อย่างงั้นหรือ?

“ไร้สาระ...” คนที่ยืนกอดอกนิ่งตอบกลับตามนิสัย

สึนะเห็นแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ อดคิดไม่ได้ว่าถ้าแรมโบ้อยู่ตรงนี้ด้วยกันก็คงจะดีไม่น้อย ไม่สิ....ถ้าทุกคนมาอยู่ตรงนี้ได้กัน และไปเที่ยวด้วยกันได้เหมือนดังแต่ก่อนก็คงเป็นเรื่องที่ดี....มันต้องดีมากแน่ ๆ










=========TBC=========












นุ๊ก – กว่ามันจะออกมาได้....ฆ่าฉันเลยสิแรมโบ้!!!!!!!!!!!!!!!!! โอยยยยยยยยยยยยยยย ว่าแต่งคุณพี่ยากแล้วแต่งแรมโบ้ยากกว่า TTwTT นี่แค่ตอนเชื่อมนะเนี่ย ถ้าเข้าเนื้อหาหลักจะเป็นไงเนี่ย อ๊ากกกกก!!!

มันเป็นแค่ตอนเชื่อม....ใช่แล้ว...มันเลยสั้นผิดปกติ ที่สำคัญแรมโบ้ยังไม่ออก อ่อก....เอาเป็นว่าให้รู้ไว้ว่ามันยังอยู่!!!

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจนะคะ กระซิก ๆ....

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 1 Up!!27/03/52
PostPosted: 28 Mar 2009, 19:36 
User avatar
Joined: 31 Jan 2009, 01:02
Posts: 239
งื้อ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าถ้าถึงภาคอัสนีจะเป็นยังไง ที่แท้ก็เล่นซีนหายตัวนี่เอง หุหุหุ

(ทำไมรู้สึกว่ารวมพลกันแต่ขาดแรมโบ้มันไม่ค่อยต่างอะไรกับมีตัวตนอยู่เลยง่า(ฮา) = =)

มาต่อเร็วๆนะค๊า สู้ๆๆๆ

_________________
Image

Image
__________________________________________________________________________


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 1 Up!!27/03/52
PostPosted: 28 Mar 2009, 21:59 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1285
เป็นภาคแรมโบ้ที่โผล่มาตอนแรกแรมโบ้ยังไม่มีบท
อาเมน- -
จะรออ่านนะคะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 1 Up!!27/03/52
PostPosted: 28 Mar 2009, 22:18 
User avatar
Joined: 23 Mar 2008, 01:58
Posts: 1333
Location: 6927 Bunzai.~*
ตอนของอัศนี แต่ เจ้าตัวหายหัวไป ต้องโดนจับไปแน่ๆเลยอ่าาา

พวกรีบอร์น โนวี่นี่ ปิดบังความจริงเพื่อให้สึนะสบายใจอีกแล้ว

คุณมุนี่ตอนโดนแช่อิ่ม เที่ยวไปทั่วโลก ไม่สิทั่วทุกภพ แล้วใช่มะคะเนี่ย น่าอิจฉา?จัง

หวังว่าสึนะคงจะหายดี และหวังว่าแรมโบ้คงปลอดภัยน๊าา รออ่านตอนต่อไปค่าา

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 1 Up!!27/03/52
PostPosted: 03 Apr 2009, 00:30 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 2

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!











แรมโบ้เงยหน้ามองตึกสูงคับฟ้าที่อยู่รายล้อมใจกลางเขตหลัก ตั้งแต่รีบออกจากสนามบินด้วยความหวาดกลัวผู้พิทักษ์ทั้งสองจับใจก็ตรงบึ่งอย่างไม่คิดชีวิต จนสุดท้ายก็ถูกพามาปล่อย และซวยซ้ำซวยซ้อนตรงที่ดันทำเครื่องมือติดต่อเพียงชิ้นเดียวร่วงไว้บนรถอีก

มือหนึ่งยกขึ้นเสยเส้นผมสีดำหยักศก ยังคงไว้ลายตน “หึ...ก็คงไม่ใหญ่ไปกว่าอิตาลีหรอกนะครับ” เขาพึมพำเบา ๆ

ไม่ว่ามันจะใหญ่หรือไม่ใหญ่ไปกว่าอิตาลีก็ตาม แต่สำหรับคนที่เพิ่งมาเหยียบแผ่นดินอื่นเป็นครั้งแรก ไม่เคยแม้แต่จะได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์หรือศึกษาความเป็นไปของประเทศ มันก็ดูใหญ่เสียอย่างกับหลงเข้ามาในดินแดนแปลกประหลาดดินแดนหนึ่ง

รู้สึกเหมือนท้องไส้ปั่นป่วนอย่างหนัก “อุ....” แรมโบ้กุมท้องแน่นพลางทรุดลงนั่งยอง ๆ

ภาษาที่ไม่คุ้นหูไหลเข้าโสตการฟังอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าตนเองกำลังฟังบทสวดทำนองประหลาดที่ประดังเข้ามาไม่หยุด ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว ยิ่งคิดยิ่งอยากจะอาเจียนออกมา ให้ตายเถอะ....คนที่เนี้ยบตลอดเวลาอย่างเขากลับต้องมาแพ้คลื่นฝูงชนหรือเนี่ย!!

วัวหนุ่มเดินเป๋ไปเป๋มาบนทางเท้า พยายามจะประคองตัวไว้ให้นิ่งที่สุด อยากกลับอิตาลีใจจะขาด แต่อย่าว่าแต่กลับเลย แค่จะไปหาพวกสึนะยังทำไม่ได้ คิดแล้วอยากจะร้องไห้ “อด....อดทนไว้....”

ดวงตาสีเขียวมองผ่านบานกระจกรถยนต์ที่กำลังจอดนิ่งให้กับสัญญาณไฟจราจรอยู่พักหนึ่งแล้ว อาจเพราะวันนี้เป็นวันหลักของการทำงานก็ได้ทำให้มันติดหนักผิดปกติ แต่ที่เรียกความสนใจได้น่าจะเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อลายประหลาดที่อยู่ไกลออกไปเล็กน้อยต่างหาก

“หืม...” มือแกร่งเลื่อนขึ้นลูบปลายคางตนเบา ๆ

“มีอะไรหรือครับ?” ชายผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเงยหน้าขึ้นถามนายตน

คนถูกถามหันมอง “ล่วงหน้าไปก่อน บอกที่ประชุมว่าฉันจะเข้าไปสายสักนิด” เขาคว้าเอาเสื้อโคทขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มขึ้นสวม

“แต่ว่าวันนี้มีการประชุมสำคัญนะครับ” เลขาคนสนิทพยายามเอ่ยห้าม ยังคงไม่แน่ใจนักว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไร

ดวงตาคมเปรยมอง “สำคัญขนาดไม่มีฉันได้รึเปล่า?”

“ไม่ได้ครับ”

ชายหนุ่มร่างสูงเปิดประตูก้าวลงจากรถพลางเปรยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นก็รอไป” สิ้นคำบานประตูรถยนต์ก็ถูกปิดลงสนิท ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของเลขามองตามร่างนั้นไป

เขาถอนหายใจเบา ๆ “ไป” ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถ

ร่างในชุดคลุมยาวเดินไปตามทางเดินเท้า จากจุดที่เขามองอยู่ไม่ไกลกับจุดที่รถยนต์เขาจอดหยุดนัก “ไม่เป็นอะไรนะ?” ใบหน้าคมก้มลงถามคนที่นั่งอยู่บนพื้น

ดวงตาสีเขียวอ่อนเงยขึ้นมองเจ้าของเสียง สำเนียงภาษาอังกฤษชัดเจนเสียจนทำเอาคนฟังดีใจจนน้ำตาแทบไหล “อะ...ครับ” เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัว ยังคงไว้ลายมาดหนุ่มเพลย์บอยอยู่

“ดูท่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสินะครับ?”

แรมโบ้พยักหน้า “ใช่ครับ พอดีผมหลงกับเพื่อน โทรศัพท์ติดต่อก็ดันทำตกไว้ในรถโดยสาร...”

“แล้วคุณจะไปที่ไหนล่ะครับ? ถ้าไม่รังเกียจผมยินดีช่วยเหลือนะ” ใบหน้าคมแย้มยิ้ม

วัวหนุ่มมองอย่างชั่งใจ แม้ดีใจก็เถอะที่มีคนพอคุยกันได้รู้เรื่องอยู่ แต่ไอ้คิดจะให้ไว้ใจง่าย ๆ ก็ใช่เรื่อง ผ่านอะไรมามากมาย ประสบการณ์เยอะเสียจนทำอะไรต้องพยายามระวังไปหมด ถึงสุดท้ายมันจะจบลงด้วยอีหรอบเดิมตลอดก็เถอะ

ราวกับรู้ทันความคิด อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ นี่นามบัตรผม” เขาส่งนามบัตรในกระเป๋าให้แรมโบ้

ดวงตาไล่ไปตามตัวอักษร “ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นถึงประธานบริษัท เป็นคนดีจริง ๆ นะครับ” เหมือนกับท้องฟ้าของผมที่ไม่เคยคิดจะเลือกปฏิบัติ ไม่ว่ากับใครก็ตาม

“อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ผมก็แค่อยากช่วยเท่านั้น” เขาว่า “จะให้ผมไปส่งที่ไหนล่ะครับ?”

“เอ่อ....ไม่ทราบว่าคุณพอจะรู้จัก คฤหาสน์บาริส ไหมครับ?” ใจจริงแรมโบ้ก็ไม่อยากเอ่ยชื่อนี้ออกไปหรอก เพราะกลัวว่าจะสร้างปัญหาต่อมาในภายหลัง แต่เขาดันจำได้แค่นี้นี่นา

คนฟังนิ่งไปพักก่อนแย้มยิ้มกว้าง “รู้จักสิครับ....รู้จักดีเชียว....แต่ผมคงต้องรบกวนคุณนั่งรอผมสักพัก เพราะเช้านี้ผมมีประชุมด่วนเสียด้วย”

“ไม่เป็นไรครับตามสบาย แค่คุณช่วยก็.....” ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียงร้องหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น แรมโบ้ก้มลงมองท้องของตนเองที่ดูเหมือนจะแสดงการเสียมารยาทออกมาได้น่าอายจริง ๆ “ขอโทษนะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ งั้นเดี๋ยวไปที่บริษัทผมจะได้ให้คนหาอะไรให้คุณทาน”

แรมโบ้เกาศีรษะแก้เก้อ จะว่าไปตั้งแต่เมื่อวานเขาก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยสักนิด เอาแต่เดินวนไปเวียนมาพยายามหาทางกลับอยู่อย่างเดียว “งั้นก็ต้องรบกวนด้วยนะครับ รับรองผมจะไม่ลืมตอบแทนแน่นอน”

อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ “งั้นเชิญทางนี้ครับ...”

พวกเขาเดินต่อไปอีกพักหนึ่ง ผ่านหัวมุมใหญ่ของถนนแล้ววข้ามไปอีกฝั่งก็ถึงตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งเด่นตระหง่าน รายล้อมรอบด้วยตึกทรงสวยใหญ่น้อยมากมาย ทั้งหมดล้อมรั้วกั้นแสดงถึงความเป็นเครือเดียวกัน ดูจากองค์ประกอบทั้งหมดแล้วมันเหมือนจะเป็นโรงแรมมากกว่าบริษัท

“โรงแรมหรือครับ?”

“ครับ ตึกกลางจะเป็นตึกของบริษัท ซึ่งผมแบ่งพื้นที่ไว้ใช้แยกส่วนจากทางโรงแรมน่ะครับ”

แรมโบ้อดจะทึ่งเสียไม่ได้ “งั้นก็หมายความว่าคุณเป็นทั้งเจ้าของบริษัทแล้วก็โรงแรม??”

“ก็ประมาณนั้นล่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ พลางเดินนำเข้าไปด้านใน

พนักงานชายหญิงที่เดินสวนไปมาต่างหยุดแล้วคำนับศีรษะลงเล็กน้อยให้กับผู้เป็นนายตน ชายหนุ่มเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้า ก่อนสั่งการอะไรบางอย่างแล้วหันมองมายังคนที่เดินตามหลังมา

“เดี๋ยวผมจะให้คนนำทางไปรอยังห้องรับรองนะครับ เชิญพักผ่อนได้ตามสบาย อีกประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงเจอกันครับ”

แรมโบ้พยักหน้า “ขอบคุณมากครับ”

เขาถูกพามายังห้องพักรับรองที่อยู่บริเวณชั้นบนของตัวอาคารที่ใช้เป็นสำนักงาน มันเป็นห้องขนาดใหญ่ซึ่งถ้าเทียบกับโรงแรมแล้วก็อยู่ระดับห้องสูตร อุปกรณ์ วัสดุ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่หรูหราและมีราคาทั้งนั้น วิวที่มองออกไปด้านนอกยังเห็นทัศนียภาพกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

“หึ....ช่างเป็นโชคดีที่มาพร้อมเสน่ห์ของผมจริง ๆ นะครับ” เสียงทุ้มนุ่มพึมพำ

หลังจากทานอาหารจนอิ่มแรมโบ้ก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อนอย่างไม่เกรงใจ เขาเหนื่อยล้าจากการเดินทางมามาก ไหนจะสมองที่ถูกใช้เพื่อหาทางออกเสียจนเส้นประสาทแทบหลุดออกมาดิ้น ขาสองข้างที่เดินจนหมดแรง นี่ถ้านับอย่างอื่นมารวมด้วยแล้วตีเป็นเงินนี่เขาคงรวยเละไปแล้ว

การประชุมดูเหมือนจะเป็นไปอย่างไร้อุปสรรคใด ๆ ชายหนุ่มผู้เป็นประธานบริษัทนั่งยิ้มแย้มตลอดการสนทนาอยู่บนเก้าอี้ด้านเหนือสุด ไม่ขัดขวาง ไม่เอ่ยค้านหรือนึกจะห้ามปรามใด ๆ ต่อข้อมูลและโครงการที่ถูกยื่นเสนอในเวลานั้น

ทำเอาเลขาคนสนิทถึงกับกุมขมับเครียด เป็นอย่างนี้ทุกทีที่มีเรื่องดี ๆ เข้ามาสิน่า... “ท่านเซธรีย์ครับ ช่วยตั้งใจประชุมด้วยครับ” เสียงเบาก้มลงกระซิบ

“ไม่เอาน่าโอซีป เครียดมากไปไม่ดีนะ” เซธหัวเราะ

สายตาทุกคู่ในห้องประชุมจับจ้องมายังประธานหนุ่ม คนถูกมองหันมายิ้มพลางหงายมือขึ้นเป็นสัญญาณเชิญให้อธิบายงานต่อไปตามสะดวก “ว่าต่อสิครับ”

แม้จะทำเหมือนไม่ได้สนใจฟัง แต่เซธกลับรับรู้และจดจำข้อมูลจากการรายงานได้ทุกอย่าง ในช่วงท้ายการประชุมเขาสามารถเสนอข้อได้เปรียบเสียเปรียบและแนะแนวทางต่าง ๆ อย่างเชี่ยวชาญให้แก่คนอื่น ๆ พร้อมทั้งดึงโครงการที่น่าสนใจขึ้นมาแล้วอนุมัติให้ดำเนินการต่อไปได้

โอซีปเลขาคนเก่งถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ “สมกับเป็นท่าน”

“จริงสิ....ช่วยต่อโทรศัพท์ให้ด้วยนะ”

“ถึงใครครับ?” เขาถามคนที่เดินนำหน้าตน

“เซโนวี....”

ดวงตาสีน้ำตาลไม่ได้มีแววประหลาดใจแต่อย่างใด เพียงแค่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ เจ้านายของตนก็ให้ติดต่อถึงคนที่ไม่ได้พูดคุยกันมานาน ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้านั้นตอนที่เขานำเอกสารสำคัญไปมอบให้ เป็นสายตาที่งดงามและแข็งแกร่งจริง ๆ

อัญมณีที่งดงามและหายาก ย่อมมีคุณค่าคู่ควรแก่ผู้สูงส่งเสมอ...


โนวี่ที่กำลังนั่งรอการติดต่อจากบรรดาลูกน้องอยู่รีบคว้าโทรศัพท์ทันทีที่ได้ยินเสียง โดยไม่สนใจที่จะมองเบอร์ที่ขึ้นแสดงอยู่บนหน้าจอของมันเลยสักนิด “ว่าไง? ได้เรื่องอะไรบ้างไหม??”

“สวัสดีโนวี่ ไม่ได้ยินเสียงนายเสียนานเลยนะ...”

ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง “เซธ....” เขาสูดลมหายใจลึก “ไม่ทราบว่าท่านโทรมามีอะไรจะให้ผมรับใช้หรือครับ?”

“พูดจาห่างเหินเชียว”

“ผมว่าก็เหมาะสมดีแล้วนี่ครับ ท่านเป็นถึงผู้คุมกฎที่มีอำนาจสูงส่ง” แผ่นหลังเอนพิงพนักสีดำ ใบหน้าแหงนมองเพดานสีขาว

“หัวแข็ง....แต่ก็เพราะแบบนี้แหละทำให้ฉันชอบนาย” มีเสียงหัวเราะเบา ๆ เล็ดลอดมาจากคู่สนทนา

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “กรุณาอย่าพูดจาล้อเล่นเลยครับ มีอะไรจะให้ผมรับใช้รีบพูดมาเถอะ ผมไม่ได้มีเวลาขนาดมานั่งฟังท่านพูดได้เรื่อย ๆ หรอกนะครับ”

“เพราะกำลังตามหาคนอยู่รึไง?”


เป็นคำพูดที่ทำเอาคนฟังสะดุด โนวี่หยัดกายลุกขึ้นนั่งตัวตรง “หมายความว่ายังไงครับ?”

“ก็ตามที่พูด....พวกนายไม่ได้กำลังหาคนอยู่หรอกหรือ?”

บอสหนุ่มนิ่งเงียบ การที่เซธเอ่ยออกมาแบบนี้แสดงว่าต้องรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขาแทบทุกฝีก้าว ไม่สิ...อาจจะทุกฝีก้าวเลยก็ได้ ไม่เช่นนั้นการหายตัวไปของผู้พิทักษ์ของสึนะที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนี้มีหรือที่คนภายนอกจะรับรู้

แต่เพื่อความปลอดภัยเขาคงไม่อาจพูดอะไรได้ “เปล่านี่ครับ....ผมก็แค่กำลังรอการติดต่อเรื่องที่ส่งคนให้ไปดำเนินการอยู่เท่านั้น”

คำปฏิเสธของโนวี่ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแตกต่างออกไปจากเดิมเท่าไหร่ “งั้นหรือ....งั้นก็แย่จังเลยนะ”

“แย่? หมายความว่ายังไงครับ?”

“เปล่า..ในเมื่อนายไม่ได้ตามหาคนอยู่ก็ไม่เป็นไร ยังไงก็ขอให้ได้ข้อมูลที่ต้องการเร็ว ๆ แล้วกันนะ”

“เดี๋ยวครับ!” โนวี่เอ่ยเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “เทริซ่า...คนของคุณสินะครับ?”

“หืม?? หมายถึงใครกัน?” อีกฝ่ายยังคงทำเสียงธรรมดา

โนวี่กดเบา ๆ ดวงตาสีฟ้าไล่ดูข้อมูลของคน ๆ หนึ่งบนจอคอมพิวเตอร์ “ผมรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้จึงลองมาหาข้อมูลดู แล้วพบว่าเป็นเทริซ่าคนเดียวกับที่ผมกำลังนึกถึง...”

“แล้วยังไง? นายมั่นใจได้ไงว่าเธอจะเป็นคนของฉันจริง ๆ?”

“คุณต้องการอะไร?? ทำไมต้องช่วยพวกเรา???”

อีกฝ่ายหัวเราะ “นั่นสินะ....ต้องการอะไร....”

ชายหนุ่มสูดหายใจลึกอีกครั้ง “ผมขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ และจะถือว่ามันเป็นหนี้บุญคุณที่ผมควรจะต้องชดใช้ แต่หลังจากนี้ไปจะไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง”

เขาเว้นจังหวะ เซธเองก็รอฟังอยู่อย่างไม่เอ่ยขัด “ผมขอให้คุณจำเอาไว้ ต่อให้ต้องตาย ผมก็ไม่คิดจะขอความช่วยเหลือจากคุณ ไม่มีทางและไม่มีวัน”

“ฟังดูใจร้ายจังเลยนะ”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องวางเสียที งานของผมยังมีอีกมาก สวัสดีครับ” โนวี่กดสายทิ้งอย่างไม่รอจะฟังคำพูดใด ๆ จากอีกฝ่าย

เซธนั่งมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายทิ้งไปก่อนจะส่งมันให้กับเลขาคนสนิท ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะล่วงรู้ข้อมูลได้เร็วขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเมื่อก่อนโนวี่เคยได้เจอกับเทริซ่า ช่างเป็นคนที่ความจำดีจริง ๆ เลยนะ...

โอซีปรับไว้ในมือพลางส่งแฟ้มเอกสารให้บ้าง “มีอะไรรึครับ?”

“รู้สึกว่าเรื่องเทริซ่าจะโดนรู้เสียแล้วล่ะ” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่ก็สมที่เป็นหมอนั่น”

“แต่ยังไม่ทราบเรื่องนั้นสินะครับ....”

มือแกร่งยกขึ้นลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด “คิดว่านะ...แต่ถ้ารู้ถึงขนาดนี้อีกไม่นานก็คง...”

เลขาหนุ่มยิ้มบาง “เป็นคนที่ฉลาดมากเลยนะครับ”

“หึ...”

ไม่ใช่ฉลาดอย่างเดียวหรอกนะ ทั้งแข็งแกร่ง อ่อนโยน เป็นคนที่น่าสนใจอย่างมาก ตั้งแต่แรกที่มองแล้ว แค่นิสัยอันแตกต่างจากคนอื่นนั่นก็ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น ไม่คิดจะมองใครอื่นอีก...แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะคิดช้าไป ช้าไปจนสิ่งที่ทำถลำลึกอย่างยากจะถอนตัว

“จะดีหรือครับ?”

เซธที่นั่งคิดอยู่เลิกคิ้วเล็กน้อย “มันยากที่จะกลับแล้วล่ะ หมอนั่นอ่อนโยนเกินไป แต่ในขณะเดียวกันก็เข้มแข็งเกินไป คนแบบนี้น่ะเปลี่ยนใจยาก...”

เพราะแบบนี้...เขาถึงเลือกจะให้เกลียดไปจนตลอดชีวิต
เกลียด....ก็คือวิธีที่ทำให้ไม่สามารถลืมเลือนตัวตนของเขาได้อีกวิธีหนึ่ง


โนวี่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง มือยังคงกำโทรศัพท์ของตนแน่น ดวงตาสีฟ้าเหม่อลอยไปไกล หาเหตุผลนับร้อยนับพันมาประกอบกันเพื่อไขข้อสงสัยในจิตใจ ในสิ่งที่อีกฝ่ายจงใจจะทำ ในสิ่งที่อีกฝ่ายเหมือนพยายามจะหยิบยื่นให้

“เพราะอะไร....”

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น เขารู้สึกโชคดีเหลือเกินที่เมื่อครู่รูดอล์ฟไม่ได้อยู่ด้วย “มาแล้วเหรอ? ได้เรื่องอะไรไหม?”

ชายหนุ่มพยักหน้า “มีคนพบคุณแรมโบ้เมื่อหลายชั่วโมงก่อนบริเวณใจกลางเมือง”

“หมายความว่าอาจอยู่แถวนั้น?” ใบหน้าหวานแย้มยิ้มบางอย่างมีความหวัง อย่างน้อยกรอบในการค้นหาของเขาก็ถูกจำกัดให้แคบลงได้

“อาจจะ....”

“แล้วนี่บอกรีบอร์นรึยัง??”

รูดอล์ฟวางเอกสารที่ตนถือมาบนโต๊ะทำงานใหญ่ “บอกแล้ว เห็นว่าให้คอยรับข้อมูลที่คุณดีโน่จะส่งมาให้ด้วย”

“เห? ข้อมูลอะไร?? ยังมีเรื่องอะไรอีกรึไงกัน???” บอสหนุ่มยกมือกุมขมับอย่างไม่รู้ตัว

ดวงตาสีดำสังเกตเห็นพฤติกรรมนั้นก็เริ่มเป็นกังวล ปกติแล้วโนวี่ไม่เคยออกอาการเครียดเท่านี้มาก่อน นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นการแสดงออกแบบนี้ อย่างว่า...ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ต้องบินไปอิตาลีคราวนั้น มันก็มีปัญหาตามมาอย่างไม่หยุดหย่อน จะว่าไปแล้วก็ดูประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรนะ?” น้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด

โนวี่เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนยิ้มบาง “ไม่เป็นไรหรอก....ฉันไม่เป็นไร”

“จริงสิรูฟ”

คนถูกเรียกหันมอง “อะไรรึ?”

“ฉันกำลังสงสัยว่าเซธอาจเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของแรมโบ้” ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาสีดำ มันฉายแววความครุ่นคิดจริงจัง

รูดอล์ฟละจากงานตรงหน้า “อะไรทำให้นายคิดแบบนั้น??”

“หลายอย่าง...ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ หลาย ๆ เรื่อง เผลอ ๆ ไอ้เรื่องที่สึนะโดนลอบวางยานั่นก็อาจเป็นฝีมือของหมอนั่นด้วยเหมือนกัน”

โนวี่ไม่ได้กำลังใส่ความใคร ความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเป็นอริหรือความเกลียดชัง แต่เหตุผลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันรองรับและเชื่อมโยงกันจนทำให้เขาอดคิดไม่ได้ ตั้งแต่แรก...ทั้งการจงใจจะลากวองโกเล่มาเกี่ยวข้อง ทั้งการจัดแจงให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น

“มีอย่างอื่นอีกรึเปล่า?” มือขวาคนสนิทถามอย่างรู้เท่าทัน

เขาพยักหน้า “อืม...เมื่อครู่หมอนั่นโทรมา แล้วรู้ว่าพวกเรากำลังตามหาคนอยู่”

ดวงตาสีดำเบิกกว้างอย่างตกใจ “งั้นหมายความว่าคุณแรมโบ้อาจอยู่ในมือเซธ??”

“ฉันไม่รู้ อาจจะตกหรือไม่หมอนั่นก็อาจจะรู้อะไรบางอย่าง....”

“จะไปหาใช่ไหม?” รูดอล์ฟก้มหน้าลงมอง

โนวี่เปรยยิ้ม “ถ้าไม่ได้รับข่าวความคืบหน้าจริง ๆ ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่น....”








==============================








นุ๊ก – ออกมาอีกตอนแล้วววววววววววววววว โนวี่เด่นอีกแล้วววววววววว 5555555 มันเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จ้า เพราะมันเชื่อมโยงกันโดยสิ้นเชิงไปแล้ว OTL

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตามนะค้า~ จะพยายามออกให้ทันงานรีบอร์นในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ค่า~

ข่าวฝาก

สำหรับแฟนโนวี่รูฟ ตอนนี้คู่นี้ตัดสินใจแต่งออกมาเป็นฟิคแยกแล้วจ้า

ติดตามกันได้ที่บล็อคนุ๊กงับ

http://derick.exteen.com

สำหรับตอนเปิด

http://derick.exteen.com/20090403/orifiction-precious-thing-prologue

อย่าลืมให้กำลังใจคู่นี้กันนะจ้า~

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 2 Up!!03/04/52
PostPosted: 03 Apr 2009, 13:15 
User avatar
Joined: 19 Mar 2009, 11:03
Posts: 175
อืมเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด

แรมโบ้กลับไปหาทุกคนให้ได้นะ


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 2 Up!!03/04/52
PostPosted: 05 Apr 2009, 18:49 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 21:49
Posts: 442
Location: vongola famiglia
เฮ่ออออออ!! กว่าจะได้ฤกษ์มาอ่าน
อ่านๆไป เม้นให้พี่นุ๊กปั๊บ(เขียนเยอะอยู่นะ) กดผิดลบหมดเลย :shock: :shock: :shock: โคตรช๊อก...เวงกำจิงๆ อนาถเหลือทน หึหึหึ ไม่เป็นไรเขียนใหม่ก็ด้ายยย เพื่อพี่นุ๊ก ฮือๆๆๆ เศร้าเลยกรุ

ตอนของแรมโบ้ น่าสนใจว่าพี่นุ๊กจะแต่งออกมายังไง หน่าจิ้นไม่ออกเลย ฮะๆๆ
ปรากฏว่าเปิดตอน แรมโบ้ดันหลงทางซะงั้น ฮ่าๆๆ สมเป็นแรมโบ้ ว่าแต่จะไหวมั้ยเนี่ย น่าห่วงจริงๆ

ตอนที่สองสนุกมากๆ ....ก็แรมโบ้ดันไปเจอะเซธตอนหลงทางซะงั้น...จะว่าโชคดีรึโชคร้ายดีล่ะเนี่ย...แต่อย่างว่าค่ะยิ่งเป็นตอนที่มีโนวี่กะเซธเนี่ยยิ่งสนุก ชอบมากมาย ตอนคุยโทรศัพท์กันนี่ โนวี่ใจแข็งจริงๆ ส่วนเซธก็ดูจะมองโนวี่ออกไปซะหมด ..สงสารโนวี่ยังไงไม่รู้..อยากจะสารภาพเลยว่า หน่าก็ยังแอบเชียร์ให้โนวี่กะเซธกลับมาคืนดีกันอยู่นะ แม้บางครั้งจะเชียร์ให้คู่กับรูฟด้วย แต่ทำไมไม่รู้เซธเป็นตัวละครที่พี่นุ๊กสร้างมา พอหน่าอ่านแล้ว มันทำให้รู้สึกได้หลายๆด้านมาก จนสับสนว่าสรุปไอ่ตัวละครที่ชื่อเซธนี่เอาไงแน่ เดาทางไม่ค่อยถูก...ฮ่าๆๆ ชอบจริงเลยเรื่องของสองคนนี้...ภาวนาให้สุดท้ายแล้วโนวี่ก็ต้องไปหาเซธเพื่อเอาตัวแรมโบ้คืนล่ะนะ(แบบนี้สึนะรู้เรื่อง มีหวังโทษตัวเองที่ช่วยอะไรไม่ได้แหงม ..แต่เอาเข้าจริงแรมโบ้เองก็คงไม่อยู่เฉยหรอกมั้ง...กะว่างั้นนะคะ หน่าก็เดาไปเรื่อยยยยย ฮ่าๆๆๆ)

เทริซ่า คนของเซธรึเนี่ย...แบบนี้ก็ตั้งใจช่วยเลยอ่าดิ...คิดอะไรอยู่นะเซธ

:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: รออ่านต่อนะพี่นุ๊ก กะลังลุ้นและมันส์เลยแหละ อิอิ
พี่นุ๊กสู้ๆๆ หน่าเป้นกำลังใจให้นะจ๊ะ^^

ปล.ดีใจมากๆที่พี่นุ๊กแต่งฟิคโนวี่แยกออกมาแล้ว ถูกใจหน่าเลย..โฮะๆๆ มีความสุขจัง เด๋วหน่าจะเข้าไปอ่านนะคะ^^

_________________
Image

Image << ช่วยจิ้มหน่อยนะคะ ขอบคุณมาก^^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 2 Up!!03/04/52
PostPosted: 07 Apr 2009, 00:20 
User avatar
Joined: 15 Nov 2007, 03:02
Posts: 580
Location: ทุกที่ที่มีซือคุง~
Katekyo Hitman Reborn

Adhere to Sky

ภาค สายฟ้า

ตอนที่ 3

Warning!!
– ภาคนี้มีการต่อเติมเสริมแต่งในบางจุดด้วยคอมมอนเซนท์ของคนแต่งเอง ทำให้อาจมีจุดแปลกหรือแตกต่างไปจากเรื่องหลัก รับแซ่บโดยทั่วกัน!!











สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี เอาจริง ๆ ก็คือเขาอยากไปมันทุกที่นั่นแหละ นาน ๆ จะได้มีโอกาสออกมาพ้นจากคฤหาสน์ มาเจอหน้าผู้คนธรรมดาและสิ่งสวย ๆ งาม ๆ บ้างก็อยากเอามันให้คุ้ม รู้สึกตัวเองนี่เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงยังไงยังงั้น

“ว่าแต่มีใครพูดรัสเซียได้บ้างไหม?” สึนะเอ่ยถามมองไปยังมุคุโร่ที่ดูน่าจะมีแววมากที่สุด

คนถูกมองยิ้มน้อย ๆ “นิดหน่อยครับ”

โกคุเทระเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ “ใช้ภาษาอังกฤษก็ได้ครับรุ่นที่ 10 ถ้าผมจำไม่ผิดคนรัสเซียส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดีในระดับหนึ่งนะครับ”

“งั้นก็ค่อยยังชั่ว...” ร่างเล็กยิ้ม

จะว่าไปแล้วรัสเซียเป็นเมืองที่ใหญ่และมีเอกลักษณ์มากจริง ๆ เหมือนจะได้เคยเรียนประวัติศาสตร์ของประเทศนี้มาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่พอมาเห็นจริง ๆ ก็รู้สึกได้ถึงมนตร์ขลังบางอย่างชวนให้หลงใหล ดูลึกลับและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน

ซ้ำเรื่องเบื้องหลังยังน่ากลัวจนขนหัวลุกอีก ว่ามาเฟียอิตาลียอดแล้วนะ “เฮ้อ....คุณโนวี่นี่เยี่ยมชะมัดเลยน้า”

“บ่นอะไรของแก จะไปไหนก็รีบ ๆ ไป เสียเวลา” เสียงทุ้มของเมฆากล่าวตามนิสัย

สึนะหัวเราะแห้ง ๆ พลางเหลือบมองไปยังยามาโมโตะและเรียวเฮที่ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว ในกลุ่มนอกจากเขาแล้วก็คงมีสองคนนี้ละมั้งที่ยอมบ้าบอตามกันไป

“เลือกได้รึยังจะไปไหน?” รีบอร์นเดินเข้ามาภายในห้อง ดวงตาสีดำมองไปยังศิษย์ของตน

“รีบอร์น!” สึนะลุกขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความยินดี “ข่าวแรมโบ้เป็นยังไงบ้าง??”

นักฆ่าหนุ่มมองใบหน้าของอีกฝ่าย ไม่เปลี่ยนไปเลยจริง ๆ แม้จะดูเหมือนไม่คิดถึงแล้วก็ตาม แต่กลับคอยถามไถ่อยู่ตลอด คอยเป็นกังวลและเป็นห่วงอยู่เสมอ “อืม....ล่าสุดมีคนเห็นหมอนั่นอยู่แถวย่านกลางกรุง”

“ย่านกลางกรุง??”

เรียวเฮนิ่งคิดก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นทุบลงบนมืออีกข้าง “อ๋อ!!คงเป็นที่นั่นสินะ?”

“ที่ ๆ เป็นแหล่งธุรกิจของรัสเซีย ผู้คนในวัยทำงานจะอยู่ในบริเวณนั้นเกินกว่าครึ่ง” มุคุโร่เสริมอย่างผู้มีภูมิ

ย่านกลางกรุง...ย่านธุรกิจ?? “งั้นเราไปที่นั่นกันเถอะ!!”

“เอ๋....แต่มันไม่มีสถานที่อะไรน่าเที่ยวเท่าไหร่นะสึนะ” ยามาโมโตะเอ่ยขึ้น จริง ๆ ใช่ว่าจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ แต่การไปสถานที่แบบนั้นมันค่อนข้างจะอันตรายอยู่

“นั่นสิครับ ผมว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางนี้ดีกว่าไหม?” โกคุเทระเสริม เขาคิดเช่นเดียวกับยามาโมโตะ แม้จะมีผู้คนพลุกพล่านมาก แต่การที่มันเป็นแหล่งติดต่อธุรกิจสำคัญ ๆ การจะมีมาเฟียหรือพวกในโลกมืดไปมาบริเวณนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

รีบอร์นที่นั่งอยู่บนโซฟานิ่งมอง “ฉันก็เห็นด้วย แกมีเวลาก็ไปเที่ยวที่ ๆ มันคุ้มค่าหน่อยสิ”

“แต่บางทีเราอาจได้เจอแรมโบ้นี่นา ที่สำคัญเที่ยวในเมืองก็ไม่เห็นแปลก ไปหาดูของไม่ก็หาอะไรกินก็ได้นี่!!” ความดันทุรังไม่ได้ลดลงเลยจริง ๆ อาจารย์หนุ่มฟังก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา

“แกจะไปรนหาที่ตายรึไง?” ฮิบาริว่า ยังคงยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมฉายแววความหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ

บานประตูเปิดขึ้นขัดการสนทนาของคนในห้อง สายตาทุกคู่จ้องมองไปยังผู้มาเยือนใหม่ “ฮิบาริพูดถูก ย่านนั้นกว่าครึ่งเป็นธุรกิจของพวกมาเฟีย ทางที่ดีฉันว่านายอย่าไปจะปลอดภัยที่สุด”

“เอ๋....แต่ว่าผม....”

“เชื่อเถอะครับคุณสึนะ ที่นั่นอันตรายเกินไป แถมตอนนี้ทางคุณและเราก็โดนเพ่งเล็งอยู่มากด้วย” รูดอล์ฟเอ่ยเสริม ตั้งแต่ครั้งที่มีเรื่องในที่ประชุมกลาง บาริสแฟมิลี่และพันธมิตรจากอิตาลีอย่างวองโกเล่ก็ถูกเพ่งเล็งไปโดยปริยาย แถมเรื่องที่เกิดขึ้นที่สนามบินเมื่อวานอีก ยังดีที่ข่าวไม่ได้รั่วไหลออกไปมากนัก

ถ้าลำพังพวกเขาห้ามกันเองคงจะไม่ได้ผล แต่ถ้ายกโนวี่มาอ้างล่ะก็สึนะจะไม่กล้าขัดขืนเป็นแน่ อยากแรกคือโนวี่มีบุญคุณกับพวกตนมาก อย่างที่สองคือพวกตนทำให้โนวี่เดือดร้อนครั้งแล้วครั้งเล่า และอย่างสุดท้าย...

จิตใจที่อ่อนโยนของสึนะไม่มีทางละเลยเรื่องแบบนี้แน่นอน


โกคุเทระขยิบตาให้บอสหนุ่มแห่งรัสเซีย โนวี่ยิ้มกลับ “นะสึนะ...เชื่อฉันเถอะ ไปที่อื่นจะดีกว่า”

ไม่อยากยอมก็ต้องยอม ในเมื่อเขาเชื่อใจอีกฝ่ายแล้วก็ต้องเชื่อใจให้ถึงที่สุด “ครับ...ผมจะไปที่อื่นแทน”

มือเรียวยกขึ้นสัมผัสเส้นผมสีน้ำตาลนุ่ม รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนใบหน้าอย่างเอ็นดู “ดีมาก ไม่ต้องห่วงเรื่องแรมโบ้หรอกนะ พวกเราจะตามหาตัวเขาให้เร็วที่สุด”

เซธนั่งจัดการเอกสารสำคัญทุกอย่าง ใบหน้าคมแต้มด้วยยิ้มอารมณ์ดี เลขาคนสนิทมองภาพนั้นก่อนจะส่ายศีรษะไปมาเบา ๆ ดูเหมือนว่าเจ้านายของตนคงคิดอะไรได้อีกแล้ว และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่คนปกติเขาจะทำกัน

“คิดอะไรได้หรือครับ?”

คิ้วเข้มเลิกสูง “ก็นะ...”

“หาสถานที่แล้วก็คนให้ฉันสักหน่อยสิ” เสียงทุ้มเอ่ยต่อ มือยังคงง่วนกับงานตรงหน้า

โอซีปรับแห้มเอกสารขึ้นถือไว้ ไม่ได้สงสัยเลยว่าจะเอาไปทำอะไร “ระดับไหน สักกี่คนดีครับ?”

“ขอสูงหน่อยแล้วกัน เอาสัก.....” ชายหนุ่มนิ่งคิด ประมวลผลอะไรบางอย่างโดยใช้สมองและประสบการณ์ที่ตัวเองสั่งสมมา “100 ก็พอ...แค่เล่นสนุก ๆ” เขาหัวเราะเบา ๆ

“ครับ” เลขาหนุ่มรับคำ “แล้วจะให้?”

“คอยรอฟังคำสั่งฉันไว้ให้ดีก็แล้วกัน” ดวงตาสีเขียวสดฉายประกายวาววับ นึกสนุกงั้นหรือ? แต่ในขณะเดียวกันมันดูเป็นการละเล่นที่น่าจะชวนให้ขนลุกขนพองเสียมากกว่า คนระดับสูงจำนวนเป็นร้อย หากไม่ได้หวังจะสังหารหมู่ใครสักกลุ่ม ก็คงกลายเป็นมวยคู่เอกที่น่าจับตาไม่น้อยทีเดียว

มันทำให้โอซีปอดถามอย่างสนใจไม่ได้ “ประเมินค่าไว้สูงมากสินะครับ?”

“อืม....ด้วยอาวุธของพวกนั้น มันก็คงต้องระดับนี้”

“แต่ถ้าพวกระดับสูงอาวุธแค่นั้น....”

เซธยิ้ม “พวกนั้นไม่ได้มีแค่อาวุธเพียงอย่างเดียวหรอก” ความสามารถอันล้นเหลือ ประสบการณ์ที่ถูกสะสมมาในวัยเพียงน้อยนิด และ....

กำลังใจสำคัญที่ต้องปกป้องให้ได้ด้วยชีวิต


“คนเราจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไม่มีจำกัดมีเพียงเหตุผลเดียว....” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินไปยังกำแพงกระจกหนา เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าซึ่งดูเหมือนจะอยู่ใกล้เขาเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น “คนที่เรารัก....”

เลเขาหนุ่มจ้องมองอากัปกริยาของเจ้านายตนไม่วางตา อยากรู้จริง ๆ เลยว่าหากอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงได้ นายของเขาผู้นี้คิดที่จะเปลี่ยนแปลงมันหรือเปล่า? หรือจะเลือกเดินเส้นทางที่ทำให้ตนเองเจ็บปวดซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้ ช่างเป็นบุคคลที่อ่านความคิดได้นากเสียเหลือเกิน...

ดวงตาสีเขียวอ่อนลืมตื่นขึ้นภายในห้องกว้าง แรมโบ้พลิกตัวไปมาก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง มือหนึ่งเลื่อนขึ้นเกาศีรษะเบา ๆ “เวลาอะไรแล้วเนี่ย?”

เขาแหงนดูนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ถูกประดับไว้เหนือหัวเตียง “จะบ่ายแล้วรึ??”

ตั้งแต่กินอะไรเสร็จพอเห็นเตียงก็หัวถึงหมอนทันที แถมความอ่อนเพลียมันทำให้เขานอนเพลินเสียจนลืมเวลา แรมโบ้นั่งนึกพลางมองไปรอบ ๆ พอเห็นประตูไม้ที่อยู่ไกลออกไปก็เหมือนจะคิดอะไรออก

“อ่า....จะไปคฤหาสน์บาริสนี่นะ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ในเวลาต่อมา แรมโบ้ที่กำลังรอคอยอยู่ถึงกับเหยียดยิ้มบางอย่างยินดี ชายหนุ่มลุกขึ้นไปเปิดก่อนเริ่มถามไถ่อย่างตรงไปตรงมา “ได้เวลาแล้วสินะครับ?”

อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีนั้น “ครับ ท่านเซธให้มาเชิญคุณไปรอที่รถด้านล่าง”

วัวหนุ่มพยักหน้า “ขอบคุณมากครับ”

ตลอดทางตั้งแต่ออกจากบริษัท ดวงตาสีเขียวอ่อนก็คอยเฝ้ามอง พยายามจดจำเส้นทางที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะจำได้ ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจหรือหวาดระแวงอะไรมากมาย แต่ประสบการณ์มันสอนให้เขารู้ว่าต้องปลอดภัยไว้ก่อนเป็นดี

เซธมองก็หัวเราะเบา ๆ “คฤหาสน์บาริสเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นพิเศษ นอกจากทำเลที่ตั้งที่ห่างไกลจากตัวเมืองแล้ว มันยังสร้างอยู่บนเนินเขาซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคล”

“ชัยภูมิที่เหมาะแก่การป้องกันและตั้งรับสินะครับ” แรมโบ้เอ่ยอย่างรู้เท่าทัน

คนฟังเบิกตาเล็กน้อยให้กับความฉลาดที่ดูเหมือนจะอยู่นอกเหนือจากข้อมูลที่เขาได้รับไปบ้าง “ถูกต้องครับ”

ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาเฟียละก็แรมโบ้มักจะรู้ดีเกือบทุกอย่าง อาจเพราะในวัยเด็กเขาละเลยมากเกินไปทำให้เกิดผลเสียตามมามากมาย พอมีโอกาสจึงพยายามหาความรู้เข้าตัวให้มากที่สุด

ไม่อยากได้ชื่อว่าอ่อนแอจนทำอะไรไม่ได้...ไม่อยากเป็นแค่ตัวไร้ประโยชน์


“ว่าแต่ทำไมคุณถึงรู้เรื่องเกี่ยวกับบาริสดีนักล่ะครับ?” แรมโบ้หลับตาลงข้างหนึ่งตามนิสัย จะว่าไปก็ทำแบบนี้เสียจนเยชินไปแล้ว

เซธหัวเราะเบา ๆ “ทำธุรกิจด้วยกันจะไม่รู้เรื่องของคู่ค้าเลยก็กระไรอยู่จริงไหมครับ? ที่สำคัญการเงินในประเทศส่วนใหญ่หมุนเวียนได้เพราะเครือข่ายของบาริส”

“หมายความว่านอกทำการค้าปกติแล้ว บาริสยังมีบริษัทและอุตสาหกรรมเป็นของตัวเอง?”

“ใช่ครับ...กว่าร้อยละ 30 ของประเทศเสียด้วย”

พอฟังแล้วให้คิดตามจริง ๆ พวกมาเฟียของรัสเซียนอกจากจะทำธุรกิจผิดกฎหมายหรือธุรกิจตลาดมืดมากมายแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถวางระบบและความน่าเชื่อถือให้ขึ้นมาผงาดในวงการธุรกิจปกติระดับสูงได้ ช่างเป็นการบริหารงานที่น่ากลัวจริง ๆ

วองโกเล่มีพันธมิตรแบบนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่อย่างว่าถ้าตัดไอ้กฎบ้าบอระหว่างมาเฟียแต่ละประเทศไปมันจะดียิ่งกว่า “แล้วธุรกิจที่คุณทำร่วมกับบาริสคืออะไรหรือครับ?”

“ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่พัก อย่างโรงแรมหรือรีสอร์ทย่านธุรกิจท่องเที่ยวน่ะครับ” เซธเอ่ย ดวงตาคมจ้องมองเอกสารในมือตนเองไปพลางพูดคุยไปพลาง

แรมโบ้พยักหน้ารับ เขามองออกไปด้านนอกต่อ หลังจากผ่านถนนหนทางมาสักระยะก็เขาสู่ทางที่ถูกตัดลึกมาไกลขึ้นเรื่อย ๆ เป็นถนนส่วนบุคคลที่น่าจะตัดผ่านขึ้นไปตามแนวของภูเขา สองข้างทางเห็นเป็นป่าไม้และหุบเหวที่ค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ

ร่วมสิบนาทีเขาก็เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ๆ อยู่ไกล ๆ “นั่นหรือครับ?”

“ใช่ครับ”

วัวหนุ่มจ้องมองสิ่งก่อสร้างนั่นตาไม่กระพริบ ปล่อยให้รถยนต์แล่นตรงเข้าไปหามันเรื่อย ๆ จนเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน ชัดเจนเสียจนเขารู้สึกว่ามันเหมือนปราสาทมากกว่าคฤหาสน์สักหลัง

แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่จำกัด แต่มันก็กลับยิ่งใหญ่เสียจนคนมองคิดว่ามันตั้งอยู่บนดินแดนดินแดนหนึ่ง “ช่างเป็นคฤหาสน์ที่งดงามจริง ๆ นะครับ” เขาเอ่ยขณะก้าวลงจากรถ

“ครับ” เซธยิ้มรับ

ชายในชุดสูทสีดำยืนทำหน้าที่ของตนอย่างเป็นระเบียบ เขาค้อมศีรษะให้กับแขกผู้มาเยือน เหมือนกับว่าพวกเขาหรือใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเป็นบอสของที่นี่เสียเองแบบนั้น “คนที่นี่มีมารยาทจังนะครับ”

ชายหนุ่มผู้ฟังกระตุกน้อย ๆ กับคำพูดที่ดูเหมือนเป็นข้อสงสัยนั่น จะว่าไปแล้วตลอดทางที่มาแรมโบ้ก็ถามถึงข้อมูลที่เป็นจุดสำคัญแทบทั้งนั้น แม้คนอื่นฟังจะดูเหมือนการไต่ถามธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วมันได้แฝงความนัยบางอย่างไว้หลายต่อหลายจุด

ดวงตาสีเขียวเข้มเหลือบมองใบหน้าของอีกฝ่าย อดคิดไม่ได้ว่าความเฉยเมยและท่าทีที่สนใจอย่างมากนั้นคือการเสแสร้งแกล้งทำหรือความคิดจากตัวตนจริง ๆ กันแน่

แต่เพื่อความปลอดภัย “เชิญข้างในก่อนดีกว่าครับ”

แรมโบ้พยักหน้า ทันทีที่ชายหนุ่มก้าวสู่ด้านบน เตรียมจะเข้าสู่บานประตูที่เปิดอ้าออก ชายผู้สวมสูทสีดำเข้มคนหนึ่งก็พุ่งตรงเข้าใส่ด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับอาวุธบางอย่างในมือที่หมายจะทำร้ายเขา แต่โชคดีที่ประสาทสัมผัสของแรมโบ้นั้นค่อนข้างรวดเร็วจากความเคยชินและการถูกฝึกฝน

“วู้ว....อันตรายนะครับ” เขาเบี่ยงตัวหลบ

ปึก!!

ในช่วงจังหวะที่เบี่ยงตัวออกนั่นเอง สันมือของใครบางคนก็ฟาดลงที่หลังคอเขาอย่างเต็มแรง แรมโบ้รู้สึกเหมือนเครื่องยนต์ของตนถูกปิดลงอย่างกะทันหัน ทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบลงจนเห็นแต่เพียงสีดำ

เซธยืนจับข้อมือตนเองพลางหมุนมือไปมา “ประสาทฉับไว การเคลื่อนไหวรวดเร็ว นี่นะหรือผู้พิทักษ์ที่อ่อนแอที่สุดของวองโกเล่....” เขาพึมพำ

ช่างเป็นเกมที่น่าสนุกจริง ๆ


พวกสึนะตัดสินใจจะไปเที่ยวที่ที่ใกล้ที่สุดก่อน เพราะกว่าจะตกลงกันไปเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบจะครึ่งวัน ไหนจะการทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อยระหว่างผู้พิทักษ์อีก เล่นเอาสึนะอยากจะล้มเลิกความคิดแล้วนอนเล่นอยู่ในคฤหาสน์มากกว่า

แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ โนวี่ก็เลยออกปากให้คนของตนคอยตามไป เป็นไกด์นำทางที่ยอดเยี่ยมที่สุด “งั้นฉันจะให้รูฟไปด้วย รับรองไปกับหมอนี่ไม่มีหลง” เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ

นัยน์ตาสีดำจ้องมองทันควัน “ให้คนอื่นไปด้วยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปบอกคนที่ไว้ใจได้ให้”

โนวี่เอ่ยขัด “ไม่ต้อง นายนั่นแหละไปรูฟ”

“แต่..”

“นายนั่นแหละไป ถือว่าเป็นตัวแทนของฉัน สึนะเป็นแขกคนสำคัญ ฉันอยากรับรองให้ดีที่สุด” ดวงตาสีฟ้าจ้องมองคนสนิทของตนเป็นมั่น รูดอล์ฟเห็นแล้วก็ถอนหายใจหนัก

สึนะที่มองอยู่รับรู้ถึงความไม่สบายใจของอีกฝ่ายก็รีบออกตัว “ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้คุณรูดอล์ฟอยู่ที่นี่ก็ได้ จริง ๆ พวกผมก็ถนัดอยู่แล้วไอ้เรื่องคลำทางกันเอง ฮะ ๆ” เขายกมือขึ้นเกาศีรษะ

เห็นแบบนั้นบอสหนุ่มแห่งรัสเซียก็เปรยยิ้มอ่อนโยน “ไม่ต้องกังวลไปหรอกสึนะ รูฟเองก็ไม่ได้ไม่เต็มใจอะไร เพียงแต่หมอนั่นแค่เป็นห่วงงานทางนี้ ซึ่งพวกนั้นฉันจะจัดการเอง” เขาหันมองรูดอล์ฟ “ฝากด้วยนะรูฟ ฉันอยากให้พวกสึนะสนุกกันให้เต็มที่”

ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงรับคำ “ครับบอส”

จริง ๆ สึนะอยากจะเอ่ยปฏิเสธเสียเหลือเกิน เพราะเขารู้ว่ารูดอล์ฟไม่ได้แค่เป็นกังวลแต่เรื่องงาน ชายหนุ่มคงเป็นห่วงบอสของตนเองมาก ความสัมพันธ์อันนั่นแฟ้นที่เหมือนกับเขาและผู้พิทักษ์ทุกคน แต่ความหัวแข็งนั้นมีหรือจะยอมโอนอ่อนง่าย ๆ

คงได้แค่ปล่อยเลยตามเลยเท่านั้น “งั้นก็ต้องขอบคุณมากนะครับ”

โนวี่ยิ้ม “เที่ยวให้สนุกนะสึนะ หากมีอะไรขาดเหลือก็บอกได้ตลอด” เขาลุกขึ้นเดินมาโอบกอดอีกฝ่ายหลวม ๆ เล่นเอาผู้พิทักษ์จ้องมองเขาตาแทบถลนด้วยความไม่สบอารมณ์

“แหม ๆ ก็แค่ในฐานะคนรู้จักน่า ไม่ต้องมองเหมือนจะฆ่ากันขนาดนั้นก็ได้” เขาเอ่ยปนหัวเราะ รู้สึกสนุกจริง ๆ เวลาเห็นสีหน้าเหล่านั้นเปลี่ยนไปเนี่ย

มือเล็กดึงชายเสื้อเชิ้ตของคนที่อยู่ข้าง ๆ เบา ๆ “ยังไงถ้ามีอะไรก็บอกพวกผมได้นะครับ...แล้วก็....”

มือเรียวยกขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลนุ่ม รอยยิ้มอ่อนโยนแต้มบนใบหน้า “ไม่ต้องห่วงเรื่องแรมโบ้นะ พวกฉันจะตามหาให้เจอเร็วที่สุด นายไปเที่ยวให้สนุกเถอะ”

“ขอบคุณนะครับ” สึนะยิ้ม

“เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทนได้ไหม?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้

ประกายคมของอาวุธวาววับอยู่ข้าง ๆ ดวงตาสีฟ้าสวย โนวี่ถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะออกมาดัง นั่งตัวงออย่างขบขัน ให้ตายเถอะ....ถ้าเป็นเรื่องของสึนะนี่แกล้งพวกนี้ได้ขึ้นดีจริง ๆ “ฮ่า ๆๆๆ โอย.....พวกนายเนี่ยนะ” เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่คลอดอยู่ปลายดวงตา “นายนี่โชคดีเป็นบ้าเลยสึนะ!”

ฮิบาริกำลังจะเหลืออด สึนะที่มองอยู่รีบกระโจนคว้าเอวอีกฝ่ายไว้แน่น “ระ....รีบไปกันเถอะครับคุณรูดอล์ฟ!”

อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ครับ”

มุคุโร่เก็บอาวุธของตนก่อนเดินนำออกไป ตามด้วยเรียวเฮ ยามาโมโตะ สึนะที่พยายามลากฮิบาริ และโกคุเทระที่คอยเป็นห่วงกลัวว่าเจ้านายตนจะได้รับลูกหลง โนวี่มองภาพนั้นพลางหัวเราะเบา ๆ

ดวงตาสีดำของคนสนิทหันสบกับดวงตาสีฟ้าใสของผู้เป็นนาย “ฝากด้วยนะรูฟ”

“นายเองก็....ถ้ามีอะไรรีบบอกฉันทันที...เข้าใจนะ?” เขากำชับ น้ำเสียงทุ้มฟังดูจริงจัง

โนวี่ระบายยิ้ม “อืม....แน่นอน”








============================

_________________
Image

>>Blog Exteen<<
>>Happy Famiglia<<


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 3 Up!!07/04/52
PostPosted: 07 Apr 2009, 22:22 
User avatar
Joined: 23 Mar 2008, 01:58
Posts: 1333
Location: 6927 Bunzai.~*
อ่านไปๆ กำลังลุ้นได้ที่เลย แรมโบ้เราก็พัฒนาแล้วน้า เก่งขึ้นตั้งเยอะ อย่ามาดูถูกผู้พิทักษ์ของวองโกเล่สิคุณเซะค๊า

แต่ยังๆไงก็ยังแพ้เซธอยู่ดีละน๊าแรมโบ้เอ๊ยยย

ไอ้ที่ว่าเล่นอะไรสนุกๆ เตรียมคนระดับสูง 100 คนนี้ ไม่ธรรมดาแล้ว

การไปเที่ยวเมืองรัสเซียของสึนะคราวนี้ดูท่าจะไม่ราบรื่นซะแล้ว

สงสัยจะถูกใจคุณฮินะเนี่ยได้ขย้ำคนเป็นกองทัพเล้กๆเลย

ชอบโน่วี่จังเลย คอยแหย่ให้พวกผู้พิทักษ์ ออกอาหารหึงหวง ฮ่าฮ่า โน่วี่น่าร๊ากกก

กำลังสนุกเลยอ่าท่านนุ๊ก เดี๋ยวก็มีการปะทะกัน พวกผู้พิทักษ์ได้โชว์ความทพกันแล้ว โฮกกกกกกก

แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะค๊าา สู้ๆค่าา

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 3 Up!!07/04/52
PostPosted: 10 Apr 2009, 23:34 
User avatar
Joined: 16 Sep 2007, 21:49
Posts: 442
Location: vongola famiglia
กะรี๊ดดดดดดดดดดดด โนวี่น่ารักมากมาย แกล้งพวกผู้พิทักษ์ให้หึงเล่นกัน ฮ่าๆๆ คุณฮิกะมุนี่เป็นเอามากนะ อร๊ายยยย ชอบจังเล้ยยยยย
แล้วแผนเซธเตรียมคนไว้จนาดนั้นคืออารายล่ะเนี่ย...เห็นเป็นเรื่องสนุกซะด้วย
แรมโบ้โดนซะแล้วแฮะ น่าสงสาร ตอนนี้รู้สึกว่า ถึงแรมโบ้จะเป็นผู้พิทักษ์ที่อ่อนแอที่สุดในวองโกเล่ แต่ก็อย่ามาดูถูกเชียว เห็นอาการที่เซธพูดแบบนั้นอ่ะ
V
V
“ประสาทฉับไว การเคลื่อนไหวรวดเร็ว นี่นะหรือผู้พิทักษ์ที่อ่อนแอที่สุดของวองโกเล่....” <<< โอ๊ยย ให้ตายเถอะ....แรมโบ้ดูเท่ขึ้นมาเลยในสายตาหน่า ฮ่าๆๆๆ

รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าพี่นุ๊ก :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:
พี่นุ๊กสู้ๆๆ หน่าเป็นกำลังใจให้นะคะ^^

_________________
Image

Image << ช่วยจิ้มหน่อยนะคะ ขอบคุณมาก^^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: [Fic]Adhere to sky ภาคสายฟ้า ตอนที่ 3 Up!!07/04/52
PostPosted: 15 Apr 2009, 04:21 
User avatar
Joined: 31 Jan 2009, 01:02
Posts: 239
อ๊ายยยย คุณเซธ!! ตกลงคุณเป็นคนดีหรือเกือบดี(?)กันแน่เนี้ยะ!! ว่าแล้วว่าต้องไม่ดูแลแรมโบ้เฉยๆ จะเอาน้องโบ้ไปทำอะร๊ายยยยย >[]< เง้อออ

โนวี่ก็ขี้แกล้งเป็นที่สุด ไม่รู้เหรอว่าผู้พิทักษ์เขาหวงเจ้านายเขา ฮ่าๆๆๆๆ โดนคุณมุคุโร่ขู่ซะ.......เอิ๊กส์

นึกภาพทูน่าลากคุณฮิบาริเดินไปด้วยกัน พร้อมคนอื่นๆแล้ว มันโฮกมากๆเลยค่ะ เป็นภาพที่..........อ้า.......บรรยายไม่ถูก (แป่ว!) 5555

ชอบ โนวี่+รูฟ เหมือนเดิมนะค๊า ยังไงก็รออ่านตอนต่อไปเน้อออ

_________________
Image

Image
__________________________________________________________________________


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 521 posts ]  Go to page Previous  1 ... 31, 32, 33, 34, 35  Next


Who is online

Users browsing this forum: katebuster, Rinrin and 6 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: