Login |  Register



Welcome
เนื่องจาก เราต้องการสกรีนคนเข้าฟอรั่ม Fiction/doujin และ YaoiLand ขอไห้ทุกท่านที่จะสอบเข้า ไปทำข้อสอบได้ที่ Vongola Test


Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: เงาฝน (ภาคปลาย ) ตอนที่ 4 ( ชี้แจงการลงผลงานค่ะ)
PostPosted: 21 Jan 2009, 07:15 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ภาคสองค่ะ บรรดารุ่นคุณทวดมาแรงปาดแซงโค้งรุ่นหลานๆ ดังนั้น Ascending of the Sky ก็ดองต่อไป...........
รับประกันว่า “มันคือภาคจบ”

คำเตือน.....

ฟิคเรื่องนี้เป็นภาคต่อของ “เงาฝน ( ภาคต้น )” ( 80G ) และ “ The Dark Passion ตอน ม่านน้ำผ่านเงา” ( 2G )
และคาบเกี่ยวอ้างอิงเนื้อหากับ ฟิค The Dark Sky และ Ascending of the Sky หากอ่านครบท่านจะได้อรรถรสจากฟิคเรื่องนี้ครบเจ้าค่ะ

แต่แม้ไม่เคยอ่านเรื่องไหนมาเลย ขอให้แว่บไปอ่าน “เงาฝนภาคต้น” http://reborntfc.freeforums.org/80g-2g-22-2s-29-11-t1311.html เจ้าค่ะ เพราะท่านอาจสับสนกับตัวละครบางตัวที่จะออกมาช่วงกลางๆเรื่อง แต่ ณ เวลานี้ อ่านได้สบายๆยังไม่มีแขกรับเชิญเจ้าค่ะ

สุดท้ายขอบอกว่า " มันคือรักหลากเส้า" ไม่ใช่สวิงกิ้งนะเจ้าค่ะ!!!!!!!!!!!! ห้ามเข้าใจผิด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!



เงาฝน ( ภาคปลาย )



ล่ำลา 1
งานลี้ยง



วันคืนแปรผัน

สัมพันธ์นั้นใช่เสื่อมสลาย



ห้วงธารามหานที นภากว้างลึกล้ำไร้ขอบเขต เรื่องราวชีวิตมากมายผ่านเลย จากอดีตที่นานเนา สู่ปัจจุบันที่แปรผัน และชี้นำทุกสิ่งสู่อนาคตที่หาได้อาจคาดเดาโดยง่าย มนุษย์นั้นเวียนว่าย หายใจ และดำรงอยู่ด้วยคำมั่นสัญญาที่แตกต่างและด้วยเพราะต่างตระหนักในสัจจะวาจาที่เป็นเช่นนั้น...ศักดิ์ศรีและหัวใจ..... จึงคงมั่น


คริสต์ศักราช 1595 ปลายรัชสมัย “พระเจ้าฟิลิปที่สอง” องค์มหาราชแห่งราชอาณาจักรสเปน เกิดการกบฏที่เกาะซิซิลี ผู้นำกบฏในเวลานั้น เป็นเพียงเด็กหนุ่มแรกรุ่นผู้สืบเชื้อสายมาจากอดีตผู้ปกครองซิซิลี ซึ่งต่อมาเด็กหนุ่ม ผู้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายได้รับการอภัยโทษ และถูกเนรเทศไปจากเมืองปาร์แลโมอันเป็นศูนย์กลางของ ราชอาณาจักรซิซิลีในเวลานั้น สามปีต่อมา พระเจ้าฟิลิปที่สองเสด็จสวรรคต เปลี่ยนผลัดแผ่นดินสู่ รัชสมัย “ พระเจ้าฟิลิปที่สาม” แห่งราชอาณาจักรสเปน


ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่า พระราชบุตรนามฟิลิปที่สามนั้นทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ไม่อาจเรียกได้ว่าปราดเปรื่องปรีชา ตรงกันข้ามงานราชกิจทั้งหมดของพระองค์ตกอยู่กับมหารัฐบุรุษ นายกรัฐมนตรีนามว่า “ ดยุคแห่งเลอมา” ชายผู้กุมอำนาจที่แท้จริงของแผ่นดิน ถึงคริสต์ศักราช 1604 กลุ่มคนผู้เรียกขานตนเองว่า “วองโกเล่” ปรากฏตัวขึ้นบนแผ่นดินคาบสมุทรอิตาลี และสามปีต่อมาใน คริสต์ศักราช 1607 ประวัติศาสตร์ในพงศาวดารมืดแห่งสาธารณรัฐอิตาลีในปัจจุบัน เรียกช่วงเวลานั้นว่า “ การเถลิงศกแห่งราชา ”


เมื่อ วองโกเล่ ซึ่งนำโดย วองโกเล่รุ่นที่หนึ่งนามจ๊อตโต เดอ วองโกเล่ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการควบคุมคาบสมุทรอิตาลีกับดยุคแห่งเลอมา และก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งอำนาจโดยการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปกครองของอาณาจักรต่างๆบนคาบสมุทรอิตาลีนับแต่นั้นมา ในขณะที่ทางสเปนนั้นเล่า ชายผู้ซึ่งต่อมาได้รับการเรียกขานว่า “วองโกเล่รุ่นที่สอง” ในเวลาถัดมา เป็นผู้ดำเนินแผนปราบปรามอำนาจของราชวงศ์ Habsburgs การเมืองอิตาลีนับแต่เพลานั้นพลันตกอยู่ในอำนาจของ “ วองโกเล่” และเรื่องราวของหน้ากระดาษที่ปราศจากน้ำหนึ่งปาดแต้มนี้ ก็กำลังพลันกลับมามีชีวิต ..ณ บัดนี้

ให้นามนั้นเกรียงไกรนับร้อยปี

วองโกเล่

...............



เสียงผู้คนจากภายนอกนั้นเรียกได้ว่าพลุกพล่านวุ่นวาย สมกับที่เป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรสเปนที่ยิ่งใหญ่ไม่เป็นสองรองใครในยุโรปสมัยต้นศตวรรษที่17 หากแต่เรื่องที่เล่าเรียนมาจากโรงเรียนนั้นมันช่างแตกต่างกับประสบการณ์จริงราวฟ้ากับเหว อย่างน้อยตอนนี้ สเปลบี สควอโล่ก็กำลังชั่งใจอยู่ว่าตัวเขานั้นโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่จับพลัดจับผลูหลงมาในช่วงเวลานี้ หลังจากที่ขึ้นฝั่งมาเมื่อคืนวาน วองโกเล่รุ่นที่สอง ไม่สิ เวลานี้ควรจะเรียกว่า วิคตอริโอ เดอ วองโกเล่ ก็มุ่งหน้ามายังโรงแรมใจกลางเมืองแมดริค ( Madrid ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร และสำหรับคืนนี้ดูเหมือนเขาจะกำลังรอคอยใครบางคนหรืออะไรบางสิ่งอยู่


“ คนที่รออยู่นั่น คือผู้พิทักษ์อย่างนั้นน่ะหรือ” สควอโล่ถามขึ้นมาในที่สุด เขาไม่ได้แส่หรืออยากรู้อยากเห็นอะไร แต่ก็แค่ไม่อยากเป็นไอ้งั่งที่เที่ยววิ่งวนหาความจริงอย่างเสียเวลาเปล่าหรอกนะ ไหนๆฝ่ายนั้นก็รู้ว่าตัวเขาไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้ ก็น่าจะรู้ด้วยว่าตัวเขารู้อะไรมากกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้

“ นั่นมันคำที่ใช้เรียกคนสนิทของวองโกเล่ มัน...ยังไม่ใช่สำหรับข้า ” ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะนั่งจิบไวน์บนเก้าอี้บุนวมต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา แน่นอนว่าคำว่า “ ยังไม่ใช่ ” นั้นมีความหมายนัยที่หลากหลายระคนกันไป

“ แกกำลังจะทำอะไรฉันไม่รู้ แต่อย่าลากฉันเข้าไปเกี่ยวด้วย มันไม่โสภานักหรอกนะที่จะมาตายเป็นหมาข้างถนนแถวๆนี้น่ะ” ชายหนุ่มผมเงินว่า พลางเดินไปที่หน้าต่าง เขามองลงไปเบื้องล่างที่แสงไฟตามบ้านเรือนนั้นเรืองด้วยไฟตะเกียง ก่อนจะคลำจับต้นแขนซ้ายที่ปราศจากมือกลของตนเองด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก กังวลสินะ คับข้องใจสินะ ตัวเองที่อยู่ผิดที่ผิดทางซ้ำยังมาพิกลพิการเอาเวลานี้มันช่างเป็นสถานการณ์ที่เฮงซวยที่สุดเสียจริงๆ เจ้าเด็กบ้านั่นล่ะ จะเป็นตายร้ายดีแบบไหนกัน นี่ท่าหลงมาแถวนี้ด้วยคงได้หัวเราะกันท้องคับท้องแข็งสินะ

“ ยิ้มแบบนั้น กำลังคิดถึงคนรักอยู่รึไง” วิคตอริโอสบโอกาสโพล่งขึ้นมา เรียกเอาฝ่ายตรงข้ามหันขวับมามองอย่างไม่สบอารมณ์เต็มที่

“ อย่าแส่ไม่เข้าเรื่องได้มั้ยวะ” นักดาบหนุ่มตอบ ระหว่างตัวเขากับไอ้หนูยามาโมโตะนั่นมันจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง ไม่ใช่เรื่องที่คนแปลกหน้าเพิ่งพบกันไม่ถึงเดือนจะเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถามไถ่เสียหน่อย “ แกนั่นล่ะ นั่งจ้องแผนที่อยู่แบบนั้นครึ่งค่อนวัน ไม่แปลกไปหน่อยเรอะ” เอาคืน เพราะคิดเอาเองว่าฝ่ายนั้นก็คงมีความในใจบางอย่างอยู่เช่นกัน ซึ่งดูเหมือนจะ....ได้ผลเกินคาด

“ หึ ไม่แปลกหรอก ” วิคตอริโอหัวเราะในลำคอโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาของชายหนุ่มที่เขาเก็บขึ้นมาจากทะเลเลยสักนิด เขาจ้องแผนที่เดินเรือที่กางไว้บนโต๊ะ แม้ตัวจะอยู่กับอีกคนหนึ่ง แต่ใจของเขานั้นต่างกัน วันคืนนั้นล่วงเลยก็จริงอยู่ แต่อดีต และปัจจุบันนั้นก็ยังคงมั่นไม่อาจหักล้าง จะยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง จะยอมเดินตามมาข้างหลัง ไม่ว่าเมื่อไหร่เพื่อเจ้าแล้วก็จะยอมเป็นฝ่ายที่แบกรับให้เทียบเท่าเสมอกัน หากเจ้าเป็นกำพร้าข้าก็จักเป็นคนไร้ญาติ หากเจ้าเหน็บหนาวข้าก็จักเยียบเย็น หากเจ้าทุกข์ทนข้าก็จักไม่มีวันเป็นสุข

เจ้าครึ่งหนึ่ง

ข้าครึ่งหนึ่ง

จึงรวมเป็นหนึ่ง



“ คืนนี้จะเป็นคืนที่สำคัญ” ชายหนุ่มแห่งวองโกเล่เปลี่ยนเรื่องพูดในที่สุด เขารู้ตัวว่าการเฝ้าแต่ครุ่นคิดในเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้วนั้นย่อมหามีประโยชน์อื่นใดไม่

“ หืม”

“ ข้าจำเป็นต้องไปพบคนผู้หนึ่งเพื่อสานเรื่องราวทุกสิ่งให้จบสิ้น มันอาจจะเป็นค่ำคืนนองเลือด หรือไม่ก็ผ่านเลยไปอย่างไม่มีอะไรน่าจดจำ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาฝ่ายตรงข้าม มือขวานั้นจับแขนซ้ายที่ไร้พิษสงนั้นขึ้นจ้องมอง ก่อนจะก้มลงสบสายตากับดวงตาสีเทาอมฟ้าที่มองตรงมาที่เขาอย่างไม่มีแววขุ่นหมองเฉกเช่นกัน มันน่ามอง มันชวนให้รู้สึกโหยหา ทั้งที่ไม่ได้งามงดจนจับตา ทั้งที่ไม่ได้ชวนพิศวาสจนต้องโอบรัด แต่มันคือ....ความพึงพอใจ

“ นี่คือความภาคภูมิใจของฉัน ” สควอโล่ตอบ แน่นอนว่ามันหมายถึงความพิการที่ใครก็ตามอาจเห็นว่าโง่งมน่าสมเพชเวทนา แขนที่เสียไปเพื่อชัยชนะ เพื่อศักดิ์ศรีของนักดาบ

“ ตามสบายเถอะ ข้าไม่รู้ว่าอดีตเจ้าเป็นเช่นไร และไม่เพียรกระหายใคร่รู้ว่าเจ้าจะหาทางทำเช่นใดกับสถานการณ์ของตัวเจ้าในปัจจุบัน แต่หากเลือกที่จะตามข้ามา ก็จงเตรียมใจเสียให้หนัก....วองโกเล่ ณ ช่วงเวลาของข้า...ต่างกับพวกเจ้า ” มันแตกต่างแม้ไม่รู้ว่ามันจะผิดแผกเช่นไร แต่อย่างน้อยที่สุดไม่ว่าใครก็ควรจะได้เตรียมใจไว้เฉกเช่นกัน

“ มีเรื่องจะพูดแค่นี้สินะ.......” คำพูดที่เล็ดลอดจากริมฝีปาก ก่อนที่จะทอดสายตานิ่งมองกันและกันเฉกเช่นนั้น ฉับพลันนั้นเองที่เสียงกริ่งหน้าประตูห้องพลันดังขึ้นอย่างกะทันหัน เรียกสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้ต้องผละออกจากกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ มีผู้ส่งของมาให้นายท่านขอรับ ” เสียงของคนรับใช้ของโรงแรมแว่วมา ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เปิดประตูและวางของในกล่องนั้นลงบนโต๊ะไม้ สควอโล่ไม่แน่ใจว่าของในกล่องนั้นคืออะไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพอจะเข้าใจก็คือ ทางวิคตอริโอคงจะติดต่อใครบางคนได้แล้วสินะ และนี่ก็คือหนึ่งในสิ่งที่รอคอยอยู่ทั้งวันตลอดมา

“ ข้าต้องไปที่ๆหนึ่ง และนั่นก็ขึ้นอยู่กับเจ้าว่าจะช่วยข้าหรือไม่ และจะ....ตามข้ามาหรือไม่ สควอโล่ ” เอ่ยถามและเรียกนามนั้นอย่างจริงจัง แม้จะคลับคล้ายกับจะให้เลือกและตัดสินใจ หากแต่ทันใดที่เปิดของในกล่องนั้นออกมา มันก็แทบจะยืนยันได้แล้วว่าฝ่ายนั้นไม่ได้คิดจะถามความเห็นของนักดาบหนุ่มเสียด้วยซ้ำ

“ นี่คืออุปกรณ์ที่จะใช้ทำงานรึไง แกน่ะ” นักดาบหนุ่มถาม ก่อนจะรับของในมืออีกฝ่ายมาอย่างชั่งใจ ห่วยแตกสิ้นดี แต่ดูเหมือนว่าจะไร้ทางเลือกอื่นอีกแล้วถ้าคิดจะเดินตามคนๆนี้ไป อยากรู้ อยากรู้จนถึงที่สุดว่า ....กำลังจะเกิดอะไรขึ้น ในยามนี้ที่ความอยากรู้อยากเห็นมันแล่นลิ่วไปทั่วร่าง ประวัติศาสตร์ของวองโกเล่ที่ผ่านเลยมาสี่ร้อยปีนั่น มันมีอะไรอยู่เบื้องหลังกัน ดังนั้น...

โทษทีนะ

ไอ้หนูยามาโมโตะ



ค่ำคืนนั้นเองที่พระราชวัง El Escorial พระเจ้าฟิลิปที่สามทรงจัดงานเลี้ยงรื่นเริงตามปกติวิสัย บรรดาเชื้อพระวงศ์ และ ขุนนางชั้นสูงตลอดจนพ่อค้าผู้มั่งคั่งแห่งแมดริคต่างพากันมาเข้าเฝ้าเฉลิมพระเกียรติ แน่นอนว่าแม่งานในครั้งนี้จะเป็นใครอื่นไปเสียไม่ได้นอกจากพระราชินีมากาเร็ต แห่งออสเตรีย ซึ่งมีกิติศัพท์เล่าลือถึงความสามารถในด้านงานศิลปะของพระองค์ หากแต่เป็นที่ทราบกันดีว่า เหตุที่ทรงจักงานเลี้ยงบ่อยครั้งตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นก็ด้วยสาเหตุว่าท่านรัฐบุรุษอาวุโสดยุคแห่งเลอมานั้นเดินทางไปปราบกบฏราชอาณาจักรเนเปิล ส่งผลให้ พระเจ้าฟิลิปที่สามในเวลานี้นั้นเข้าทำนองว่าแมวไม่อยู่หนูร่าเริงไม่มีผิด

“ ขออภัย ” ชายคนหนึ่งรีบก้มเก็บพัดให้กับสตรีนางหนึ่งที่เขาเพิ่งจะชนเข้าเล็กน้อยในขณะที่กำลังจะก้าวเดินเข้ามาในห้องโถงท้องพระโรง เขาเงยหน้ามองใบหน้าของนางได้เพียงนิดก็ต้องนิ่งค้าง เมื่อใบหน้าของหญิงสาวผมสีเงินที่แลเห็นนั้นแม้ไม่ส่งยิ้มงามงดมาให้ แต่เพียงดวงตาคู่งามสีเทาอมฟ้าที่ส่องประกายนั่นก็เจิดจ้ายิ่งกว่าดาวดวงไหนในค่ำคืนนี้ของกรุงแมดริคเสียแล้ว

“ เอ่อ นามของข้าคือ ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่ (Francisco Pizarro ) หากท่านไม่รังเกียจก็ได้โปรด เต้นรำกับข้าสักเพลงเถิด” ชายหนุ่มผมบลอนด์รีบแนะนำตัวและยื่นมือออกให้ฝ่ายตรงข้าม หากแต่ทว่าหญิงสาวคนที่ว่ากลับจ้องมาที่เขาพลางขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะฉีกริมฝีปากคลับคล้ายยิ้มเยาะ

“ พอดีว่าฉันรังเกียจว่ะ” ว่าพลางมือขวากระชากพัดคืน ในขณะที่แขนซ้ายนั้นซ่อนไว้ด้วยมือเทียมที่สวมถุงมือทับอย่างดี นี่ก็คือของขวัญ อุปกรณ์แสนดีเยี่ยมที่ทางวิคตอริโอเตรียมให้นั่นเอง

“ เดี๋ยวสิ ! ท่าน!” ฟรานซิสโก้ผู้โชคร้ายร้องเรียก แต่ครั้นจะวิ่งไปออดอ้อนอีกฝ่าย ทันใดนั้นที่เงาของใครบางคนกลับตัดหน้าไปเสียทันที ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดออกงานสำหรับผู้ดี เส้นผมสีน้ำตาลยาว และดวงตาสีแมกไม้ที่แสนจะน่าหลงใหล มากพอที่จะทำให้หญิงสาวเกือบทุกคนในงานต้องเหลียวหันกลับไปมองเป็นตาเดียว หนึ่งหญิงงามพิสุทธิ์ หนึ่งชายงามสง่า

“ นี่แกน่ะ คิดอะไรอยู่วะ” สควอโล่ในคราบหญิงสาวถาม ขณะที่คล้องแขนเดินเข้ามากลางงานด้วยกัน มือซ้ายของเขานั้นไม่ได้เป็นมือกลชั้นดีอะไร มันเคลื่อนไหวลำบาก และก็แทบจะเหมือนขอนไม้ตายซากเสียมากกว่า ดังนั้นจึงรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่จะต้องมาทำอะไรหลบๆซ่อนๆเช่นนี้

“ ใช้สมองของเจ้าเสียบ้าง ประเดี๋ยวจะขี้เลื่อยจับเสียก่อนนะ” ยิ้มให้ก่อนจะชายตาแลฝ่ายตรงข้ามศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ได้คิดมาก่อนว่าบุรุษนั้นจะแต่งกายเลียนสตรีได้แนบเนียนเพียงนี้ แต่เอาเถอะดูอย่างท้องฟ้าฟากนั้น ดูจะเคยชินกับการปั่นหัวผู้ชายหน้าโง่เป็นว่าเล่นอยู่แล้ว ตัวเขาจะขอลองยืมทริคนี้มาใช้บ้างจะเป็นเช่นไรไป เพียงควงสาวงามเข้ามาในงานเลี้ยง ก็ทำให้ฝ่ายตรงข้ามขาดความระมัดระวังไปส่วนหนึ่ง บัตรเชิญปลอมที่ทำมาข้ามคืนนั้นก็เป็นผล ชื่อปลอมที่ใช้ก็จัดว่าเข้าท่า และยังจะ....ลอบส่งข่าวกันอย่างประสบผล

“ ถ้าเป็นตามที่ทางนั้นว่ามา ก็ได้เวลาแล้วล่ะ”

“ เอ๋!” สควอโล่อุทาน และทันใดนั้นเองที่แสงไฟทั้งงานกลับยิ่งพลันสว่างไสว เสียงร้องเบิกประกาศของนายทวารบาลนั้นลั่นดัง


พระเจ้าฟิลิปที่สาม และพระนางมากาเร็ต

เสด็จแล้ว






จบตอน


ลืมๆ นี่รูปพระราชวังค่ะ

Image

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Last edited by ruk21us on 18 May 2009, 08:18, edited 4 times in total.

Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 07:34 
User avatar
Joined: 31 Jan 2008, 19:33
Posts: 704
Location: ห้องส้วมบ้านทูน่า
อูย สงสารคนที่มาขอสควอโล่เต้นรำนั่นจัง 555
ตกใจเลยตอนเห็นชื่อ 80S ...อืม ก็น่าจะเป็นงี้ละนะ -*-
แต่ก็ยังอยากโบกธงเชียร์ 80G อยู่ดีง่ะ T^T
เอา S ให้ 2 ไปอ่ะดีแย้ว (ปิ๊งๆๆ)
มาต่อเร็ว ๆ นะก๊าบบบบ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 07:57 
Joined: 17 Jan 2008, 11:16
Posts: 997
มันมาแล้ววววววววววววววว

แทบอยากกระโดดกอดท่านรักด้วยความดีใจ ในที่สุด . . ในที่สุดแมวดำก้ได้อ่านต๊ออออออออออออออออออ

โอ้วหลามน้อย ทำไมรู้สึกสองคนนี้แลดูช่าง . . เข้ากัน+เข้าใจกันได้โดยสายตา(คุ้นๆนะหลามน้อย เหมือนจ้องสบตาบอสรึเปล่านะ? 55+) แถม . . แถม . . . มาในชุดเลดี้สมัยอดีต มาก๊อดดดดดดดดดดด อยากเห็นนนนนนนนน แมวดำออกอาการอยากเห็นฉากงานเลี้ยงในพระราชวังงานนี้ขึ้นมาจับจิตเลยเจ้าค่ะ

ส่งข่าวเรียบร้อย รายการหลักก็กำลังจะเริ่ม จะเป็นยังไงต่ออยากรู้สุดหูรูดดด

รออ่านต่อนะคะ เหมียววว

ปล. อ้าว ความอยากรู้อยากเห็นเอาชนะทุกอย่างสินะหลาม 55+ เอาเถอะ ปล่อยยามะอยู่กับท่านทวดไป หลามก็มาเล่นกับท่านว่าที่รุ่นสองไปพลางๆละกัน

_________________
Walking this road,
Without you,
To remake forgotten promises
and meet you at roads end.

Faded Memories,
Reconstucted Memories,
A dream - a dream of you,
In a world without you.

The dream I see in the world without you,
Torn dream, like a memory from the far past,
I'd like to put it together,
With you...

*Credit : Kingdom Hearts II


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 18:03 
User avatar
Joined: 29 Sep 2007, 22:15
Posts: 338
Location: ความลับจ้า
กริ๊ดทันทีที่เห็นคำว่า "เงาฝน" เนี้ยค่ะ ดีที่อยู่ในห้องคนเดียว ในที่สุดไม่ถึงเดือน พี่รักก็แต่งต่อ ยอดเยี่ยมมากค่ะพี่ เอาล่ะมาดูกันว่าตอนนี้ได้อะไรกันบ้าง

เริ่มเรื่องกันที่ปลาฉลามหลงทางกับวิคกี้ อยากจะหัวเราะจริงๆเลย ไอ้งานปั่วหัวคนโง่นี้ ขนาดบอสไม่อยู่ยังมีบอสหมายเลขสองอีก แถมดันจะฉลามแต่งสาวซ่ะเนี้ย ซึ่งมันแปลกมากที่สควอลโล่จะให้ความร่วมมือ แต่พอเข้างามก็พูด "...ว่ะ" ขึ้นมาเนี้ยไม่เพราะเล้ย~ แต่ว่าสมัยนั่นน่ะไอ้คำเนี้ยเริ่มีกันรึยัง สงสารลูกหมาตาดำๆที่ดันไปหลงสาวไม่แท้ และยอมรับเลยว่าวิคกี้เนี้ยขี้แกล้งจริงๆ

มาเริ่มกันแล้วงานเฉลิมของพระเจ้าฟีลิป เป้าหมายจะฆ่า ขู่ เจรจา หรือก่อกวนกันแน่

แต่ดูจากสมการเนี้ยถึงรักหลายสามแต่ก็ไม่มีเคะเป็นเมะบ้างเลยแฮะ งั้นอย่างให้ยามะกับวิคกี้ แล้วสควอลโล่กับรุ่นที่หนึ่ง พี่รักให้สมการยังไงค่ะ

บทเริ่มเนี้ยสั้นจังเลยน่ะค่ะ เอาล่ะ ลงมือตั้งเต้นท์โลด~

_________________
อยากกินลูกกวาด

Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 18:13 
User avatar
Joined: 17 Aug 2008, 00:35
Posts: 111
Location: หลังปราสาทวองโกเล่
แปลกใจสุดหูรูดดดดดดดดดดดดดดดด

ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้.....กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ท่านวิกกี้กัดแรงมากเค่อะ.....เสะซึนๆ.....ชอบคารมท่านวิกกี้มากกกก

อยากรู้จริงๆ น้องหลามจะปะทะน้ำลายสู้ได้ไหม๊...อิอิ

_________________
Image
Image
"...ผืนนภาของฉัน ขอมอบให้นายเป็นคนดูแล..." [สนคู่แรร์กันไหม๊...]


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 20:57 
User avatar
Joined: 07 Oct 2008, 11:09
Posts: 133
*กระโดดกอดคนแต่ง*

พอเห็นคำว่าเงาฝน รีบกดเข้ามาทันทีเลยค่ะ (โยนการบ้านทิ้ง..)

คนที่มาขอสควอโล่เต้นรำคงจำไปอีกนานว่าก่อนขอ ให้ดูคนที่จะถูกขอก่อน - -"
ทั้งท่านวิกกี้แล้วก็น้องหลามดูเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดค่ะ แค่มองตากันก็รู้ใจ ฮุฮุ

แอบเชียร์ 2S แต่อีกใจก็เชียร์ 2G อยู่..

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 21 Jan 2009, 23:14 
Joined: 02 Feb 2008, 01:02
Posts: 11
มันมาแย้วววววววว!!!

ในที่สุดภาคต่อก็เดินทางมาให้ได้อ่านกันแล้ว

ตอนนี้อ่านไปนั่งขำน้องหลามไป

และก็ทึ่งในตัวน้องหลามไปด้วย

ขำตรงที่ยังไง๊ยังไงก็ยังเป็นน้องหลาม

อุตส่าห์ได้ใส่ชุดงามๆทั้งทีทำตัวสุภาพสักนิดสิ

สงสารคนมาขอเต้นคนนั้นเหลือเกิน

ท่าทางคงกลัวคนสวยไปอีกนาน

แต่ว่า ชายหนุ่มผู้นั้น น่าจะมีบทอีกน้า

เป็นลางสังหาร(?)เล็กๆ

คงไม่ได้โผล่มาแค่นี้ล่ะมั้ง

จะยังไงก็ตามอย่ามาหลงแย่งน้องหลามก็แล้วกัน

แค่นี้เจ้าตัวก็เนื้อหอมพอแล้ว

อีกอย่าง

มาร่วมในศึกที่ไม่มีทางชนะก็อย่ามาเลย สงสารแทนอ๊ะ

ส่วนที่ทึ่งในตัวน้องหลาม

ก็คือทั้งๆที่หลงเข้ามายังโลกอดีตแบบนี้

ด้วยสภาพร่างกายที่แย่สุดๆอย่างที่เจ้าตัวสบถนั่นล่ะ(จะพูดตามก็เกรงใจอะนะ)

แต่ก็ยังทนเก็บอาการ(แม้ไม่เก็บอาการสงสัย)

และก็เดินหน้าลุยมันต่อไป

เจ๋งนะเนี่ยน้องหลามเนี่ย

ว่าแต่

ฮุๆ

แอบมีคิดถึงกิ๊กรึน้องหลาม

จะเอาหนุ่มน้อยรึหนุ่มใหญ่ก็บอกมาเลยพี่น้องงงงง!!!(คือชอบ 80s อยู่...แต่..ฟิกนี้...ขอยามะให้ท่านทวดเถอะน้องหลามมมมม)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 22 Jan 2009, 15:26 
User avatar
Joined: 02 Dec 2007, 19:01
Posts: 531
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด >[]<

ภาคต่อของเงาฝน!!!!!!!! >[]<

อ๊ากกกกกกกกกกกกก ฉลาม!!!! ฉลามแต่งหญิง!! (บอสมาเห็นสงสัยจะไม่ได้ออกจากห้องไปอีกหลายวัน --____,--)

กริ๊ดดดดดดด น้องหลาม!!!! ตอนนี้ให้ใจน้องหลามไปเต็มๆคร่า ^[]^

หุหุ สควอโล่เอ้ย!! ไม่อยากบอกว่าที่นายคิดไว้น่ะ ถูกเผงเลย!! เพราะยามะก็อยู่ที่นี่ด้วยล่ะ --_____,--

กริ๊ซซซซซซซซซซซซซซซซ อยากอ่านต่อ!!!!!!!! >[]<

_________________
Image
...คุณรู้ตัวไหม...ว่าคุณช่างเป็นท้องฟ้าที่อ่อนโยนและซื่อตรง...จนทำให้ผม...ไม่อยากห่างคุณไปไหนเลย...


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 22 Jan 2009, 22:12 
User avatar
Joined: 19 Mar 2008, 21:24
Posts: 1309
สมการชวนปวดหัวมากค่ะเพราะไม่รุ้จะเชียร์ใครดีถึงจะถูก
แต่สงสัยตอนจบมันคง.....
ปลงอยากเห็นสคอลโล่แต่งหญิงค่า^///^


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 23 Jan 2009, 17:59 
Joined: 13 May 2008, 15:27
Posts: 395
มันหลายเส้า จังเลย -*-


แต่เชียร 80S กับ 2G แน่นอนอยู่แล้วค่า~!!!!


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 23 Jan 2009, 22:28 
User avatar
Joined: 04 Apr 2008, 14:23
Posts: 59
Location: อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากใจเธอ..
กีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส มาแย้ว

หลายเส้า อู้ววว ชอบบ ชอบหลามเคะ กร๊ากกกกกกก

เชียร์ 80S 2S อย่างเดียววววววววว วี้ดดด555+

หลามแต่งหญิงง อยากเห็นนน= =b

อัพต่อไวๆนะค้า

(/กางเต้นท์)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 26 Jan 2009, 00:31 
User avatar
Joined: 08 Feb 2008, 23:55
Posts: 171
อ้ากกกกกก อย่างที่รอมานาน

เงาฝนเอ๋ยย ภายปาลายยยย มาอัพสักที

อิอิ น่าสงสารคนที่มาขอน้องหลามเต้นรำจัง เหอๆ แตกไม่รับเย็บ

หลับรอค่า มาเร็วๆนะ

_________________
Image


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 18 Apr 2009, 19:38 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
ล่ำลา 2
ส่งข่าว

เกิดที่หนึ่ง

แต่กลับตายในอีกที่หนึ่ง



เสียงเอ่ยพระนามของกษัตริย์นั้นก้องกังวานชัดเจน หลังผ้าม่านสีทองที่ค่อยๆเผยออกนั้นก็คือภาพของมนุษย์คู่หนึ่งในสายตาของสควอโล่ เขาเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวอายุราวสามสิบเศษยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น ชายผู้ถูกเอ่ยนามว่าเป็นกษัตริย์แห่งสเปนนั้นสวมชุดผ้าไหมสีทองอร่ามตาประดับสังสังวาลและแหวนเพชรหรูหรา ในขณะที่ฝ่ายสตรีนั้นสวมกระโปรงยาวกรอมเท้าตามแบบยุโรปยุคต้นศตวรรษที่ 17 รวบเส้นผมและประดับด้วยรัดเกล้าที่ทำจากเพชรแท้ สร้อยคอจากทองคำพิสุทธิ์เนื้อดี ยามที่เดินควงคู่กันออกมานั้นเหล่าขุนนางข้าราชบริพารทั้งปวงล้วนแต่แสดงความเคารพ ชายนั้นโค้งให้จนตัวอ่อน ในขณะที่ผู้หญิงนั้นถอนสายบัวจนแทบจะย่อติดพื้น

“ อะ!” ชายหนุ่มในชุดของสตรีนั้นสะดุ้งเมื่อคนที่ยืนข้างๆอย่างวิคตอริโอ เดอ วองโกเล่นั้นดึงชายแขนเสื้อของเขาเล็กน้อย นั่นทำให้สควอโล่รู้สึกตัวทันที ว่านี่เขากำลังจะโค้งคำนับแทนที่จะถอนสายบัวให้พระเจ้าแผ่นดินสเปนหรอกหรือนี่ “ รู้แล้วน่า ” กระซิบตอบ ก่อนจะปฏิบัติตามธรรมเนียมกุลสตรีแห่งราชสำนักที่นักดาบหนุ่มแห่งวาเรียชักจะรู้สึกคลื่นเหียนอาเจียนเสียเหลือเกิน นี่ถ้าหากต้องมาใช้ชีวิตในโลกนี้ไปทั้งชีวิตล่ะก็ เขาจะต้องบ้าตายแน่ๆ

“ เรารู้สึกดีใจจริงๆที่ทุกท่านมาร่วมงานวันค่ำคืนนี้ นานเพียงใดแล้วนะที่พระราชวัง El Escorial แห่งนี้ไม่ได้เปล่งประกายงดงามถึงเพียงนี้” พระเจ้าฟิลิปที่สามนั้นตรัสขึ้นพร้อมกับแย้มพระสรวล สควอโล่นั้นมองภาพเบื้องหน้าพร้อมกับประมวลความรู้ทางประวัติศาสตร์ของตนเอง กษัตริย์ที่น่าสงสาร ราชโอรสที่พระราชบิดานั้นต้องโศกเศร้า นั่นล่ะคือพระเจ้าแผ่นดินสเปนในเวลานี้

“ นั่นก็ด้วยพระปรีชาของฝ่าบาท และเพราะพระกรุณาของพระนางมากาเร็ตที่ทรงกรุณาออกความเห็นในการประดับตกแต่งในค่ำคืนนี้นั่นล่ะพะย่ะค่ะ” บุรุษผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นกล่าวพลางโค้งคำนับอีกครั้งอย่างสุภาพ แน่นอนว่าการแสดงกิริยานอบน้อมเช่นนั้นสร้างความพึงพอใจให้กับเหนือหัวของเขาอย่างมาก

“ ขอบใจมากท่านมาร์ควิสฮวน เดอ เฟรเดอริค (Juan de Frederick) หากไม่เพราะท่านหลายวันมานี้ก็คงไม่เรียบร้อยถึงเพียงนี้หรอก” พระเจ้าฟิลิปตรัส ในขณะที่พระนางมากาเร็ตนั้นแย้มสรวลให้มิต่างกัน

“ ฝ่าบาทล่ะก็ ทรงต้องพระราชทานรางวัลให้แก่ท่านมาร์ควิสนะเพคะ หากไม่ได้ท่านมาร์ควิสล่ะก็ ราชสำนักของ แฮบสเบิร์ก ( Habsburg ) เราคงจะไม่ได้จัดงานรื่นเริงกันเช่นนี้แน่ ” พระราชินีนั้นทรงพระสรวล ก่อนจะทรงยื่นพระหัตถ์ให้ท่านมาร์ควิส ฮวน เฟรเดอริคจุมพิตแสดงความเคารพ

“ หม่อมฉันหวังว่าจะทรงพระเกษมสำราญพะย่ะค่ะ” เฟรเดอริคกล่าวสำทับ และภายหลังจากนั้นเสียงดนตรีนั้นก็ค่อยๆกระหึ่มดังขึ้นอีกคราหนึ่ง แสงไฟสีส้มนั้นสว่างจ้า กษัตริย์และราชินีแห่งสเปนนั้นประทับลงบนพระเก้าอี้เหนือแท่นประทับ ในขณะที่เหล่าหญิงชายก็เริ่มจับคู่กันและเต้นรำกันตามจังหวะเพลงบรรเลงของคณะนักดนตรี สควอโล่นั้นหันรีหันขวาอยู่ครู่หนึ่ง เขากำลังครุ่นคิดและงงงวยอยู่บ้าง วิคตอริโอคนนั้นบอกว่าคืนนี้จะมีการนองเลือดแต่เท่าที่ดูมาถึงตอนนี้ทุกสิ่งก็ยังเป็นปกติดี ไม่มีอะไรที่น่าสงสัย ไม่สิ หากคิดให้ดีแล้ว แม้จะมีสิ่งที่น่าสงสัยเกิดขึ้น ตัวเขาจะรู้ได้อย่างไรกันล่ะ ไม่รู้จักหน้าคน ไม่รู้จักกุศโลบายความนึกคิด ไม่รู้กระทั่งจุดมุ่งหมาย แล้วจะแน่ใจได้ยังไงกัน

“ เจ้านั่น...หายไปแล้ว” คลาดสายตาไปเพียงเสี้ยววินาที หากแต่พอรู้ตัวอีกที รุ่นที่สองของวองโกเล่ก็หายไปเสียแล้ว หรือนี่จะเป็นสัญญาณให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวกัน

“ มือนุ่มจังนะขอรับ คุณผู้หญิง” เสียงคนแปลกหน้าดังขึ้นข้างหู ด้วยสัญชาตญาณมือขวานั้นก็เผลอไกวไปตามแรง ก่อนที่กำปั้นลุ่นๆจะชกเข้าที่ข้างแก้มเข้าของเจ้าของเสียงทันที กว่าจะรู้ตัวอีกที ชายหนุ่มผมบลอนด์ก็ลงไปนอนกองนับสิบอยู่กับพื้นเสียแล้ว ทว่าที่แย่กว่านั้นก็คือทันทีนั้นเองที่สาวๆกว่าห้าถึงหกนางพากันกรูเข้ามาแสดงความเห็นอกเห็นใจกันทันควัน

“ ป่าเถื่อน! ทำไมเจ้าถึงป่าเถื่อนต่อท่านเคาท์ถึงเพียงนี้ล่ะนี่!” ผู้หญิงคนหนึ่งแหวใส่ ในขณะที่สควอโล่ยังยื่นนิ่ง นึกชั่งใจว่าควรจะกระทืบซ้ำให้นิ่งสนิทหรือเปล่า ไม่สิ ตอนนี้เขาสวมบทเป็นผู้หญิงนี่นะ

“ ใครใช้ให้เจ้านั่นโผล่มาแบบนั้นล่ะ! ลามปามไปหน่อยมั้ง!” สควอโล่ย้อน

“ เจ้านี่! ไม่รู้หรือว่าท่านผู้นี้เป็นใครกัน!” แม่ผู้หญิงราชสำนักงี่เง่าในสายตาของนักดาบหนุ่มตวาดใส่

“ ใครจะไปรู้วะ แล้วก็ไม่ต้องอธิบายหรอก ฉันไม่ค่อยอยากรู้เท่าไหร่” กอดอกก่อนจะเสใบหน้าไปทางอื่นอย่างตัดรำคาญ แต่จังหวะนั้นเองที่ท่านเคาท์คนที่ว่านั้นกลับค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะส่งรอยยิ้มต่อบรรดาสาวๆของเขา

“ ไม่เป็นไรหรอก ข้าต่างหากที่เสียมารยาทต่อคุณผู้หญิง” ท่านเคาท์หนุ่มกล่าวพลางโค้งให้ผู้หญิงจอมปลอมตรงหน้า “ หากว่าไม่รังเกียจ จะเห็นแก่ความพยายามของข้า เต้นรำกับ ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่ ผู้นี้สักหน่อยได้มั้ยขอรับ” คำเชิญชวนแสนหน้าด้านที่ควรจะตอกกลับอีกสักรอบ ทว่าวินาทีนั้นเองที่สควอโล่กลับสังเกตเห็นบางอย่าง ต่างหู ชายผู้นี้สวมต่างหู และมันคงจะธรรมดาสามัญ หากว่าเจ้าต่างหูนั่นจะไม่ประดับตราที่แสนคุ้นตานั่น ต่างหูที่ประดับรูปหัวกระสุนและ..กาบหอย

“ แก.....” สบตาฝ่ายตรงข้ามที่สูงไล่เลี่ยกันให้ถนัด ผู้ชายคนนี้สวมต่างหูที่มีสัญลักษณ์ของวองโกเล่ในอีกสี่ร้อยปีข้างหน้า มันต้องมีอะไรบางอย่างไม่ใช่หรอกรึ “ แขนซ้ายฉันไม่ดี คงเต้นรำไม่ถนัด”

“ ต่อให้คุณผู้หญิงแขนพิการ ข้าก็ไม่เปลี่ยนใจหรอกนะ” ชายหนุ่มขยิบตาให้ และนั่นก็คือประโยคที่ทำให้สควอโล่ตัดสินใจส่งมือขวาให้ทันที

“ เอาสิ” ตอบรับ และทันใดนั้นที่ชายหนุ่มจุมพิตบนหลังฝ่ามือขวาของอีกฝ่าย และพากันก้าวเดินออกไปยังฟลอว์เต้นรำกลางห้องโถง จังหวะเพลงนั้นค่อนข้างช้า และเพราะต่างฝ่ายก็ต่างสันทัดการเต้นรำด้วยจังหวะวอลซ์เป็นอย่างดี จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเคลื่อนไหวโดยไม่ให้ขัดจังหวะการสนทนา

“ ความจริงท่านจะวางมือซ้ายบนไหล่ข้าก็ได้ ข้าไม่เกี่ยงว่ามันจะทำมาไม้หรอกนะ” ท่านเคาท์ส่งยิ้มให้ ซึ่งดูเหมือนคราวนี้สควอโล่จะไม่ได้ตกใจอะไร เขาไม่ได้ทำตามที่ฝ่ายนั้นว่าแต่ยังทิ้งมือซ้ายนั้นไว้ข้างลำตัวของตนเอง ดวงตาสีเทาอมฟ้านั้นทอดสายตามองคู่เต้นรำรอบๆตัว ก่อนจะเป็นฝ่ายนำจังหวะและ แน่ใจว่าพวกตนนั้นอยู่ห่างคนอื่นพอสมควร

“ แกเป็นใครกัน” คำถามสั้นๆที่อีกฝ่ายนั้นก็คาดไว้อยู่แล้ว

“ นามของข้าคือ เคาท์ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่ ขุนนางลูกครึ่งแห่งราชสำนักสเปนอย่างไรล่ะ ส่วนอาชีพเสริม....คงจะเป็น...กบฏแห่งซิซิลีกระมัง” สิ้นคำนั้นสควอโล่ต้องมองฝ่ายตรงข้ามอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง ซิซิลีคือเกาะทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีในปัจจุบัน มันคือแผ่นดินแม่ของมาเฟียอิตาลี การที่ใช้คำว่ากบฏ บางทีนั่นอาจจะเพราะนี่คือช่วงเวลาเมื่อสี่ร้อยปีก่อนนั่นเอง

“ เจ้านั่น....บอกแกสินะ” คำว่า เจ้านั่น ที่ว่า ย่อมหมายถึงชายหนุ่มผู้ที่อันดับสองของตระกูลมาเฟียแห่งวองโกเล่นั่นเอง

“ กำลังจะเกิดเรื่องไม่ค่อยดีขึ้น นายท่านคนนั้นก็เลยต้องเหนื่อยหน่อย ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าท้องฟ้าฟากนั้นจะจบเรื่องกันอย่างรวบรัดตัดตอนขนาดนี้ ” ฟรานซิสโก้ว่า ก่อนจะยกมือเป็นจังหวะหมุนตัว ซึ่งสควอโล่รู้สึกว่ามันค่อนข้างจะน่ารำคาญไปนิด

“ ท้องฟ้าฟากนั้น....”

“ วองโกเล่ไงล่ะ ท่านหัวหน้ากบฏแห่งซิซิลี ปีศาจคนงามที่ย้อมคาบสมุทรอิตาลีจนแดงฉ่ำไปทั่ว ตอนนี้กำลังดังที่นี่เลยล่ะ ก็ขนาดท่านดยุคแห่งเลอมาต้องออกแรงยกทัพไปปราบเอง จนทำเอาแผนทางนี้หัวหมุนกันไปตามๆกัน ให้ตายเถอะ ” หัวเราะเบาๆ ทั้งที่รู้ข้อเท็จจริงดีอยู่ว่ากบฏตัวจริงของทางนั้นคือใคร และตอนนี้ราชสำนักสเปนตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

“ รู้สึกเหมือนกำลังโดนปั่นหัวว่ะ ” สควอโล่นิ่วหน้า และต้องหมุนตัวตามจังหวะเพลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยรู้สึกเหมือนหนูติดจั่นแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตนี่ล่ะ

“ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ มันทำให้ข้านึกถึงคนบางคนนะนี่”

“ วิธีจีบผู้หญิงเหรอนั่นน่ะ” แสยะยิ้มให้กับเรื่องตลกของทางนั้น แต่ฟรานซิสโก้กลับส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจังก่อนที่จะใช้มือนั้นแตะเส้นผมของอีกฝ่ายเพียงนิด

“ คนๆนั้นน่ะมีผมยาวสีบอลนด์ต่างจากท่าน พูดจาก็สุภาพนุ่มนวลกว่า ดวงตาก็เศร้าสร้อยน่าปลอบกว่า แต่ว่า....ก็ชวนให้เสียวสันหลังเวลามองน่ะ ไม่ต่างกันเลยล่ะ” ยิ้มกริ่มด้วยคำชมถึงคนรักหรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้สควอโล่ต้องมุ่นคิ้วอีกรอบ แน่ใจนะว่านั่นน่ะ คือ...คำชมน่ะ



หากแต่ทันใดนั้นเองที่จู่ๆไฟกลับดับลงกะทันหัน พริบตาที่เสียงโวยวายดังขึ้นทันที ก่อนที่สควอโล่จะรู้สึกตัวว่ามีเงาใครบางคนวิ่งผ่านข้างกายตนเองไป ได้ยินเหมือนเสียงของแข็งตกกระทบพื้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่น ในวินาทีต่อมาเมื่อแสงเทียนถูกจุดขึ้นแทนที่ ต่อหน้าต่อตาที่ทำให้คนทุกผู้ต้องสะดุ้งหน้าซีดก็คือร่างของพระนางมากาเร็ตที่ยืนอยู่กลางท้องพระโรง ไม่ได้ขยับไปไหน ไม่สิ ขยับไม่ได้ต่างหาก ในเมื่อเบื้องหลังของพระนางนั้นที่พระศอ มีดสั้นปลายแหลมถูกจ่อประชิดอยู่ ร่างของคนผู้หนึ่งกำมีดกระชับพร้อมกับดวงตาสีทองที่ส่องประกายแววเพชฌฆาตแบบไม่ปิดบัง

“ ถ้ายังคิดจะบุกกันเข้มาล่ะก็ ราชินีคนสวยของพวกเจ้าจะฉีดพระโลหิตย้อมพื้นพระราชวังเอานะ หึๆๆ” เสียงหัวเราะเย็นที่ทำเอาผู้ฟังนั้นขนพองสยองเกล้าไปตามๆกัน ทหารราชองครักษ์นั้นยืนนิ่งแข็ง ในขณะที่พระเจ้าฟิลิปที่สามนั้นยังทรงทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

“ เจ้า เจ้าต้องการอะไร!” พระนางมากาเร็ตที่สิ้นท่านั้นตวาดลั่น หากแต่ยิ่งเป็นการยั่วยุผู้บุกรุกให้แผดเสียงหัวเราะอย่างสุขสันต์

“ หึๆๆๆ ถามมาได้ว่าต้องการอะไร ถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่ชีวิตของแมวขโมยอย่างเจ้า ข้าควรจะขออะไรดีล่ะ หืม” ผ้าบางที่ปิดใบหน้าซีกล่างนั้นไม่อาจปกปิดรอยยิ้มแสยะที่เยียบเย็นนั่นได้ สควอโล่นั้นมั่นใจว่าคนๆนี้คือมือสังหารอาชีพ แต่ก็มั่นใจอีกนั่นล่ะว่ามันมีบางอย่างมากกว่านั้นหากจะต้องการ “ฆ่า” อย่างที่ปากว่าล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องทิ้งช่วงเวลาห่างขนาดนี้หรอก ชายหนุ่มคิดเช่นนั้นพลางมือขวานั้นค่อยๆคลำไปที่โต๊ะอาหาร ก่อนจะคว้าได้สิ่งที่ต้องการมากำไว้ในมือมั่น

“ หยุดนะ!” กษัตริย์ฟิลิปนั้นตัดสินพระทัยแผดพระสุรเสียงลั่นเพื่อห้ามปราม แต่ทุกอย่างช้าเกินการเมื่อ มือสังหารนั้นเหลือบสายตามองพระองค์เล็กน้อยพลางแสยะยิ้มให้อีกครั้ง

“ พระเจ้าแผ่นดินที่น่าสงสาร กับแค่ผู้หญิงออสเตรียเพียงคนเดียวถึงกับสั่นเลยรึไง ฝ่าบาท” มือสังหารหนุ่มพูดพลางเตรียมจรดปลายมีดลงบนพระศอของพระราชินี หากแต่จังหวะนั้นเองที่ไฟทั้งราชสำนักกลับพลันกระพริบไหวและค่อยติดขึ้นมาอีกคราดึงความสนใจไปจากมือสังหารผู้นั้นอย่างไม่ทันคาดคิด

“ หลบพะย่ะค่ะ!” เสียงอีกเสียงดังตัดขึ้นมา จังหวะนั้นที่ดาบสีเงินพุ่งเข้ากลางใบหน้าของผู้บุกรุกที่ยามนี้แสงไฟสว่างช่วยให้มองเห็นได้ชัดว่ารูปลักษณ์เช่นนั้นน่าจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น เส้นผมสีน้ำตาลเข้ม และดวงตาสีทองที่คล้ายกับแมวป่า

“ อยากตายนักรึไงท่านมาร์ควิส ” เด็กหนุ่มผู้นั้นถามขึ้นทั้งที่น่าจะเสียเปรียบแต่กลับยังยิ้มเย็นไม่รู้สึกรู้สา ก่อนจะถีบส่งพระราชินีไปอีกทางซึ่งมีเชิงเทียนจำนวนมากติดไฟลุกอยู่ หากแต่พริบตานั้นที่ท่านเคาท์ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่ตัดสินใจกระโจนออกไปรับร่างของพระราชินีมากาเร็ตไว้ทันท่วงที แผ่นหลังของเขาชนเข้ากับเชิงเทียนอย่างจัง และเปลวเทียนนั้นก็ร้อนจนเผาแผ่นหลังและเสื้อผ้า

“ เจ้า!” พระราชินีทรงอุทาน

“วางพระทัยเถอะพะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” ฟรานซิสโก้กล่าว บาดแผลที่หลังนั้นแม้จะเล็กน้อยในสายตาของตนเองแต่กับผู้ได้รับการช่วยชีวิตนั้นถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจยิ่ง



ในขณะที่ ในอีกทางหนึ่งมาร์ควิสฮวน เดอ เฟรเดรริคนั้นควงดาบเข้าประมือกับมือสังหารหนุ่ม มือดาบของท่านมาร์ควิสนั้นจัดว่าไม่เลว หากแต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็ยังหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วเช่นกัน

“ น่ารำคาญจัง ” มือสังหารแสยะยิ้ม ก่อนจะแลเห็นทหารราชองครักษ์ดาหน้ากันเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ดวงตาสีทองนั้นกวาดสายตาดูอย่างเลือดเย็น ในสายตาของสควอโล่แล้ว นี่ไม่ใช่ตาของเด็กหนุ่มธรรมดา มันราวกับสัตว์เลือดเย็น ดวงตาของนักฆ่าที่พร้อมจะบั่นศีรษะทุกคนที่เข้าขวาง ใช่ มันดูบ้าคลั่ง แต่....ไม่ได้ไร้ความคิด

“ มาเถอะ ข้าจะเต้นระบำให้ดู ” กระดิกนิ้วเชิญชวนก่อนจะกระโดดผละออกจากการประดาบกับท่านมาร์ควิส และฉับพลันนั้นที่เด็กหนุ่มขว้างมีดเล่มแรกในมือเจาะคอหอยทหารในชุดเกราะจนทะลุล้มลงนอนนิ่งพร้อมกับเลือดที่ไหลเจิ่งนองเต็มพื้น มือขวานั้นกระชากเอาสายโซ่ยาวติดคมมีดปลายทั้งสองข้างออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะฟาดออกไปเบื้องหน้า แรงเหวี่ยงนั้นพังพื้นของห้องโถงจนพินาศ ในขณะที่เตรียมจะทะยานเข้าใส่ท่านเคาท์และพระนางมากาเร็ต ทว่า จังหวะนั้นเองที่โซ่นั้นกลับถูกขวางไว้ด้วยดาบของมาร์ควิสหนุ่มที่ไม่มีทีท่าจะหวาดเกรงอันใด

“ อย่าฝันไปหน่อยเลย!” ท่านมาร์ควิสฮวน เฟรเดอริคประกาศขณะที่ยืนขวางอยู่หน้าพระนางมากาเร็ต ท่านเคาท์นั้นหยัดกายขึ้นยืนเคียงกับอีกฝ่าย ก่อนจะแตะมือของท่านมาร์ควิสเล็กน้อยเพื่อห้ามปราม

“ ไปหาทำเลที่อื่นไม่ดีกว่าหรือไงท่านมาร์ควิส ท่านจะทำให้ฝ่าบาททั้งสองตกพระทัยนะ” ชายหนุ่มเสนอ ข้อเสนอที่คนดูอย่างสควอโล่คงได้แต่บอกว่าช่างงี่เง่าไร้สามัญสำนึก

“ ถอยไปเสีย ท่านเคาท์ฟรานซิสโก้” มาร์ควิสเฟรเดอริคกล่าว พลางทุ่มแรงพุ่งคมดาบเข้าหาศัตรูที่ยืนจังก้าอยู่ทันที โซ่เหล็กของเด็กหนุ่มนั้นรวดเร็วว่องไวจนดูไม่เหมือนอาวุธหนัก ในขณะที่ฮวน เฟรเดอริคนั้นก็คล่องแคล่วว่องไวอย่างอัศวินที่เจนศึกเฉกเช่นกัน ในขณะที่สู้กันอยู่นั่นเองที่ทหารราชองครักษ์หนุนเนื่องกันเข้ามามากขึ้นแต่ยังล้อมกรอบดูเชิงอยู่ท่านั้น เฟรเดอริคฉวยโอกาสที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังมองหาทางหนีทีไล่นั้นกระชากโซ่เส้นหนาด้วยมือเดียวจนเด็กหนุ่มมือสังหารถึงกับเซถลา มาร์ควิสหนุ่มกระโดดขึ้น ก่อนจะกระชากโซ่เข้าเตรียมรัดคออีกฝ่าย ทว่าชั่วพริบตาที่เพียงห่างกันแค่คืบนั้นเด็กหนุ่มกลับสามารถเบี่ยงตัวออกได้

“ นี่มัน......” สควอโล่พึมพำเมื่อเห็นท่าทีของทั้งสองฝ่าย จังหวะนั้นที่จู่ๆ แสงไฟในปราสาทก็ติดขัดอีกคราหนึ่ง ทันทีที่ทุกอย่างมืดสนิท เขากลับรู้สึกได้ถึงเงาที่ไหวอยู่ข้างกายอีกครั้ง

“ จะหนีอย่างนั้นเรอะ!” สควอโล่ตะโกนพร้อมกับไล่ตามมือสังหารหนุ่มออกมาจากท้องพระโรง พร้อมกันนั้นก็กระชับมีดหั่นเนื้อที่ได้มาเมื่อครู่ในมือขวาเขวี้ยงออกไปเต็มกำลัง แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นไวไม่แพ้กัน ทั้งที่กำลังฉากหนีแต่กลับไหวตัวทันเบี่ยงหลบไปได้อย่างทันท่วงที

“ เล่นตามเกมหน่อยสิ พี่ชาย” เสียงโต้กลับที่ทำเอานักดาบหนุ่มคิ้วขมวดอีกครั้ง ที่เบื้องหลังแสงไฟค่อยๆกลับมาอีกแล้ว น่าแปลกที่ไฟนั้นติดๆดับๆได้เหมาะจังหวะเสียงทุกครั้ง ทหารราชองครักษ์ก็ดูหละหลวมเอาการ อีกทั้งยัง.......

“ สนุกมั้ย ” เสียงใครบางคนดังถามไถ่ขึ้นที่ลานน้ำพุหน้าพระราชวัง ที่เบื้องหน้านั้นคนที่หายไป วิคตอริโอ เดอ วองโกเล่ยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ แกนี่....จะหาเรื่องกันสินะ” สควอโล่เดินเข้ามาประชิดพร้อมกับถามขึ้นเสียงเย็น

“ ธุระทางนี้ข้าเสร็จแล้ว ไม่มีการละเลงเลือด ตรงไหนที่ข้าหาเรื่องกันล่ะ” ชายหนุ่มย้อนถาม

“ ธุระของแกคืออะไร” ถามตรงๆ ถามเพราะต้องการรู้ ถามเพราะไม่ต้องการเป็นฝ่ายถูกปั่นหัวแต่เพียงคนเดียว หากนี่คือธุระของวองโกเล่ล่ะก็ ตัวเขาก็สมควรจะมีสิทธิรู้ไม้ใช่หรอกหรือ

“ หึ” หัวเราะตอบเสียงเบา พลางใช้มือขวาเชยคางของนักดาบหนุ่มขึ้น ดวงตาสองคู่นั้นสบประสานกัน ไม่มีสั่นไหว ไม่มีสะทกสะท้าน ต่างก็ราวกับจะค้นหาเรื่องราวบางอย่างในตัวของกันและกัน สำหรับวิคตอริโอแล้ว เขากำลังนึกขัน นึกขำขันกับตนเองที่เก็บของแปลกขึ้นมาจากทะเล และบางที อาจเป็นของล้ำค่า....ที่หายากยิ่ง

“ เจ้ารู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอกหรือ เห็นอยู่เต็มสองตาแท้ๆ” วิคตอริโอกล่าว นั่นเป็นคำพูดดักทางที่ทำให้คู่สนทนานั้นแสยะยิ้มตอบรับอย่างมีเลศนัยไม่แพ้กัน

“ แค่เห็นน่ะมันไม่พอหรอกว่ะ ละครงี่เง่าของพวกแกน่ะ” คำตอบสั้นๆ และเมื่อสบตากันอีกครั้งต่างคนก็ต่างเผยรอยยิ้มก่อนจะหัวเราะขึ้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย


สิ่งที่แลเห็น

ก็คือสิ่งที่เป็นไป



แสงไฟดับไปแล้ว สายลมยามค่ำคืนนั้นพัดผ่านมายังอุทยานของพระราชวัง El Escorial ที่เหล่าขุนนางต่างก็ลากลับบ้านเรือนกันจนสิ้น ในท่ามกลางค่ำคืนที่แสงจันทร์นั้นสาดส่องลงมาในเขตอุทยานชั้นใน ชายผู้หนึ่งนั่งเอนกายไขว่ห้างอยู่บนม้านั่งสีขาว ในขณะที่ชายผมสีเงินอีกผู้ยืนกอดอกหลังพิงเสาหินอ่อนของเรือนรับรองกลางอุทยานอย่างสงบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนนั้นก้าวเข้ามา เชื่องช้า และระมัดระวังตัวในทุกฝีก้าว

“ ภารกิจที่รับมอบหมายมาจากท่าน ข้าปฏิบัติลุล่วงแล้ว นายท่าน” ชายผมสีบลอนด์ในชุดสีดำสนิทบอกขณะที่ทรุดกายลงจุมพิตที่หลังฝ่ามือของวิคตอริโอ เดอ วองโกเล่ที่นั่งอยู่

“ ยังเจ้าเล่ห์เหมือนเดิมไม่ใช่หรือยังไง ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่” ผู้เป็นนายกล่าว

“ ยังไงก็สู้เจ้านั่นไม่ได้หรอกนายท่าน ข้าหมายถึงเจ้านั่นล่ะ ฮวน เฟรเดอริค” ฟรานซิสโก้พูดพลางหันหลังไปอีกทาง ที่ทางเดินชายอีกคนก้าวเดินเข้ามา แน่นอนว่าเขาคือ คนที่คนทั้งราชสำนักสเปนเรียกขานว่า ท่านมาร์ควิสเฟรเดอริค นั่นเอง

“ ส่งข้อความแบบนั้น ถ้ามีคนจับได้จะว่ายังไง” เฟรเดอริคถาม แน่นอนว่ามันหมายถึงการที่ฟรานซิสโก้ลอบส่งข้อความในยามที่พวกเขาสัมผัสมือกันที่ท้องพระโรงนั่นเอง

“ อะไรกันๆ นั่นน่ะเพราะข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องหาทางแก้ตัวจนได้หรอกน่า ถ้าไม่ทำแบบนั้น เจ้าก็คงไม่ปล่อยเจ้าบ้านั่นไปหรอก” ท่านเคาท์หนุ่มอธิบาย และทันใดนั้นเองที่เสียงหัวเราะเบาๆนั้นดังขึ้นมาจากอีกทาง เด็กหนุ่มตาสีทองกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ด้วยท่าทีสบายๆ

“ เทียบกับท่านฟรานซิสโก้ ไอ้วิธีส่งข่าวสารของเจ้าน่ะ มันเกือบจะฆ่าข้าไม่ใช่หรือยังไง! เฟรเดอริค!” เด็กหนุ่มว่าพลางสาวเท้าเข้ามากระชากคอเสื้อของ ฮวน เฟรเดอริคทันที

“ ถ้าเจ้าเอาตัวรอดไปไม่ได้ในสถานการณ์ที่เปิดโล่งแบบนั้น ข้าว่านายท่านก็คงไม่อยากเลี้ยงหนอนไร้ค่าอย่างเจ้าไว้ข้างกายนักหรอก แคสทิล ฟรานซิสก้า ( Castile Francisca )” แสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายออก แคสทิลนั้นเตรียมจะกระชากโซ่มารัดคอเฟรเดอริค เพื่อเปิดศึกกันยกที่สอง แต่ทันใดนั้นที่วิคตอริโอกลับลุกขึ้นจากม้านั่ง และพูดขึ้น

“ ข้ารำคาญ” คำพูดสั้นๆที่ทำเอาคนทั้งสองนั้นถอยออกจากกัน ชายหนุ่มทั้งหมดทรุดกายลงแทบเท้าผู้เป็นนายก่อนจะก้มหน้ารับคำสั่งโดยทันที เบื้องหน้าที่สควอโล่แลเห็นนั่นคือภาพเบื้องหลังของประวัติศาสตร์ที่ตนเองก็ไม่เคยได้คาดคิดมาก่อน ใครกันจะไปนึกว่า วองโกเล่ที่เกรียงไกรมาถึงสี่ร้อยปีนั่น ควบคุมไพศาล กระทั่ง.....ราชสำนัก สเปน

“ เริ่มเล่นละครบทสุดท้ายกันเสียที” วิคตอริโอพูดด้วยเสียงเยียบเย็น และแน่นอนว่ามันช่าง.....หนักแน่นเกินประมาณ


ละครบทสุดท้าย

เริ่มต้นที่นี่



จบตอน



ตัวละครในตอนนี้

( มาร์ควิส ) ฮวน เดอ เฟรเดอริค
( เคาท์ ) ฟรานซิสโก้ ปิซาโร่
( มือสังหาร ) แคสทิล ฟรานซิสก้า


มาแบบมึนๆ กับRome Convention ( มันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะนี่)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 1 (21/01)
PostPosted: 18 Apr 2009, 19:39 
User avatar
Joined: 15 Sep 2007, 23:22
Posts: 839
Location: DARK WORLD
Image

พระเจ้าฟิลิปที่สาม

Image

พระนางมากาเร็ตแห่งออสเตรีย


ปล.บอกได้แต่ว่า ปฏิบัติการวองโกเล่ลวงโลก ยังคงดำเนินต่อไป

_________________
นี่คือการรวมพลเฉพาะกิจเพื่อกอบกู้ความวาย

Image

The Sin Sister(s)


Profile  Offline
 
 Post subject: Re: เงาฝน (ภาคปลาย ;2S,80G,2G,80S ) ตอนที่ 2 (18/04)
PostPosted: 18 Apr 2009, 20:04 
User avatar
Joined: 19 Mar 2009, 11:03
Posts: 175
มาต่อซักที me กระโดดกอด

ดีใจมากรอมาโดยตลอด จนนึกว่าพี่จะไม่มาแต่งซะอีก

แต่ในที่สุดพี่ก็มาต่อแล้วข้าน้อย ดีใจมาก


Profile  Offline
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next


Who is online

Users browsing this forum: pye*, sanachan and 6 guests

Panel

Top You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum
Search for:
Jump to: