ดีโน่สังเกตอะไรบางอย่าง...
สีผม... สีตา... อายุประมาณนี้.........
“แม่ของเธอชื่ออะไร?” ดีโน่มีคำตอบไว้ในใจอยู่แล้ว แต่พยายามคิดในแง่ดีว่าเขาคิดมากไปเอง แต่ว่าเค้าหน้าก็มีส่วนคล้าย
“อัลยา”
ชัด... ชัดเลย...... ไม่ต้องอาศัยล่าม ก็ชัดแจ๋ว
โรมาริโอ้พยายามลากวิญญาณบอสกลับเข้าร่าง
“ตอนนี้แม่เธออยู่ที่ไหน?” ดีโน่ที่ถูกลูกน้องดึงสติกลับมาได้แล้วพยายามจะถามรายละเอียด
وقالت انها تزول
[--- คุณแม่เสียแล้วครับ ---]
ดีโน่เกือบจะพูดอะไรต่อไม่ออก แต่ก็พยามทำใจเย็นๆ ไว้... พวกค้าทาสมักเล็งเด็กที่กำพร้าพ่อแม่และไม่มีครอบครัว... เขาน่าจะคิดได้แต่แรก... ไม่ได้พบกันหลายปี มารู้ข่าวของเธอก็ตอนที่เธอจากโลกนี้ไปแล้ว
“เธอคงลำบากมานานเลยสินะ ต่อจากนี้ฉันจะเป็นคนดูแลเธอเอง” อันดับแรกก็ต้องให้ไปล้างเนื้อล้างตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สะอาดกว่านี้ แล้วต่อไปก็สอนภาษาให้สินะ “จริงสิ... ชื่อของเธอล่ะ?”
“เซฟีร์”
.
.
ดีโน่กระวนกระวายอยู่หน้าห้องของเด็กน้อยที่พากลับมาคฤหาสน์คาบัคโรเน่ด้วย
อัลยาอาจจะไม่ได้บอกเรื่องของเขาก็ได้... หรือไม่เด็กคนนั้นก็อาจจะรู้หมดแล้ว
ปีนี้ก็อายุเจ็ดขวบสินะ... ดีโน่คิดแล้วยิ้ม
ที่ผ่านมาคงลำบากมากถึงวางตัวอย่างกับเป็นผู้ใหญ่... หน้าเริ่มมุ่ย
นี่อัลยา เซฟีร์คล้ายเธอมากเลยนะ... ยิ้ม
ถ้าฉันอยู่ข้างๆ เธอ เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้... มุ่ยหนักกว่าเก่า
โรมาริโอ้ปล่อยเจ้านายให้สับสนในอารมณ์ต่อไปโดยไม่ทัดทาน เป็นใครก็ต้องช็อคล่ะ
จู่ๆ ลูกชายของผู้หญิงที่เคยมีอะไรด้วยแค่ครั้งเดียวก็มาขอความช่วยเหลือ
แล้วก็มีอาฟเตอร์ช็อคถล่มซ้ำ เพราะว่าสีผมกับสีตาเหมือนกับตัวเองเปี๊ยบ
หน้าตาถึงไปจะหนักไปทางแม่แต่ก็มีส่วนคล้ายบอสของเขาบางส่วน
“จดหมายของวันนี้ก็ฝากด้วยนะ”
“ค่ะ” รับจดหมายจากคนนำส่งแล้วทำตามกิจวัตรเดิม คือการนำไปหย่อนทิ้งลงถังขยะแล้วผิวปากอารมณ์ดีราวกับไม่ได้ทำเรื่องผิด... แต่วันนี้ความผิดปิดไม่มิด เพราะไม่พ้นสายตาของผู้พิทักษ์แห่งวรุณและวายุ
จดหมายยังไม่ได้เปิดอ่านเลยนี่ ทำไมถึงทิ้งถังขยะ
ยามาโมโตะล้วงมือหยิบจดหมายโดยไม่ห่วงว่าจะสกปรก
‘ถึงเคียวยะ’ จาก ‘ดีโน่’
“ถึงฮิบารินี่ เอามาทิ้งถังขยะเฉยๆ แบบนี้แปลกคนจัง”
“แกก็แปลก คนปกติเค้าคุ้ยขยะกันเรอะ” โกคุเดระเห็นแล้วอายแทน
“ฉันเอานี่ไปให้ฮิบาริก่อนนะ” จดหมายจากคุณดีโน่ไม่ถึงมือ ฮิบาริคงจะว้าวุ่นแย่แล้ว
“ฉันไม่เห็นว่าเจ้านั่นมันจะสนใจม้าพยศสักนิด แกจะเป็นพ่อสื่อก็เลือกให้มันถูกคนหน่อย”
“เห็นอย่างนั้นฮิบาริเค้าก็รักคุณดีโน่นะ”
“แล้วแกเสร่อไปรู้เรื่องนั้นได้ไง?” รู้ดีมากชักหึง
“เพราะฉันก็มีคนรักปากไม่ตรงกับใจเหมือนกันไง”
“จ... เจ้าบ้า!! ฉันไม่ใช่คนรักแกน้า------------” นั่นไง ปากไม่ตรงกับใจ
“เฮ้ ฮิบาริ ฉันเอาจดหมายมาส่ง” เข้าห้องกรรมการรักษาระเบียบไม่เกรงใจเจ้าถิ่น ผู้หญิงที่เป็นคนทิ้งจดหมายก็อยู่ด้วยเพราะเพิ่งขนเอกสารมาให้ “อ้าว เธอนี่เอง คราวหลังจะทิ้งอะไรก็ดูให้ดีก่อนนะว่าเป็นกระดาษไม่ใช้แล้วหรือเป็นจดหมาย”
เฮือก!!!
คำบอกเล่าของคนที่ไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ทำให้เด็กสาวสะดุ้งเมื่อถูกเปิดโปง
“อย่าให้มีคราวหน้าอีกนะ” ฮิบาริไม่ได้ต่อว่าคนผิด แต่คนถูกจับได้ก็ไม่มีหน้าจะอยู่ต่อแล้ว
“นายน่าจะรับโทรศัพท์คุณดีโน่บ้างนะ เพราะติดต่อนายไม่ได้ ทุกคนเลยโดนคุณดีโน่โทรมาบ่นน้อยใจนายให้ฟังจนหูชาเลย” คนที่กล้าพูดตรงๆ กับฮิบาริ เคียวยะในโลกนี้มีไม่กี่คน และเจ้าเอ๋อจอมบ้าเบสบอลนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น
“โทรศัพท์ฉันพัง” สั้น ห้วน ประโยคเดียวจบ “นายไปได้แล้ว”
“ไปก็ไป เปิดอ่านด้วยนะจดหมายน่ะ”
ฮิบาริเปิดจดหมายอ่านเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง
จดหมาย สำบัดสำนวนชวนเลี่ยน...
กริ๊ง ---------- กริ๊ง-------------------
“ฮิบาริ เคียวยะครับ” เป็นสายในของโรงเรียนจึงรีบรับอย่างไม่บิดพลิ้ว
“เคียวย้า--------------- คิดถึงจังเลย ในที่สุดก็ติดต่อได้ซะที” รู้สึกคนฝั่งโน้นจะทนเขาโทรหาระบายทุกข์เรื่องเคียวยะไม่ไหวจึงพร้อมใจกันสืบหาเบอร์นี้ให้
“ถ้าไม่มีธุระฉันจะวางหูโทรศัพท์” ฮิบาริพูดอย่างเย็นชา
.........................
.........................
.........................
.........................
.........................
.........................
“เคียวยะ ยังไม่วางสายใช่มั้ย ไหนบอกว่าจะวางยังไงล่ะ จริงๆ ก็คิดถึงฉันใช่มั้ย?”
“.........”
“ฉันรู้ว่าเคียวยะยังฟังอยู่... คงอีกนานกว่าฉันจะได้ไปที่ญี่ปุ่นอีก... ที่ฉันโทรมาก็แค่อยากฟังเสียง”
“บอสคะ ฉันแต่งตัวให้คุณหนูเสร็จแล้วค่ะ?”
เสียงเมดที่แทรกมาตามสายน่ะไม่แปลกใจ ระดับบอสจะมีสาวใช้หลายคนก็ไม่แปลก แต่ ‘คุณหนู’ น่ะใคร?
“ช่วยดูของใช้จำเป็นสำหรับเด็กให้ด้วยนะ” หันไปพูดกับเมด แล้วก็พูดโทรศัพท์ต่อ “...ฉันมีคนที่อยากจะแนะนำให้เคียวยะรู้จักด้วยนะ”
“ใคร?” เสียงระรื่นเชียว... คุณหนูที่ว่า ผู้หญิงรึเปล่านะ... แล้วทำไมเขาต้องสนใจด้วยว่าเจ้าม้าบ้านี่จะคบหากับใคร
[align=center]“ลูกชายฉันเอง”[/align]
โครม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงส่งท้ายแด่ความเซ่อของม้างี่เง่าคือเสียงทุบสมบัติของโรงเรียนจนน็อตหลุด ชิ้นส่วนกระจาย
“เคียวยะ...เป็นอะไรรึเปล่าเคียวยะ?!!!” โทรศัพท์ฝั่งนั้นไม่มีแล้ว ถามไปเถอะคนอยู่อีกซีกโลกไม่มีทางได้ยิน
“ฮิบาริ~ อย่าร้องไห้~ อย่าร้องไห้นะ~~”
“ฉันยังไม่ได้ร้องซะหน่อย แล้วก็จำได้ว่าไม่เคยสอนเธอให้พูดแบบนั้นนะ”
- ตัดตอน อีกครึ่งเจอกันตอนค่ำ
-